เข้าสู่ระบบผ่าน

บัณฑิตยอดนักคิดแห่งต้าเย่ นิยาย บท 503

ฮ่องเต้ซิงหลงเยาะเย้ย “สาบานด้วยชื่อเสียงของบิดาเจ้างั้นรึ เขาเป็นทั้งหัวขโมยแล้วยังก่อกบฏอีก!”

“ฝ่าบาท...”

ดวงตาของอู๋หลิงแดงก่ำ ราวกับว่ามันจะระเบิดออก ขณะกำหมัดจนเส้นเลือดปูดโปน “บิดาผู้ล่วงลับของข้าเสียชีวิตไปนานแล้ว ได้โปรดอย่าหยามหยันเขาเลยพ่ะย่ะค่ะ!”

ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง...

ห่างออกไปยี่สิบจั้ง กลุ่มทหารองครักษ์รีบรุดไปข้างหน้าพลางชักดาบออกมา!

“ถ้าข้าจะเหยียดหยามเขาเล่า เจ้ากล้าฆ่าฮ่องเต้งั้นรึ!”

ฮ่องเต้ซิงหลงหัวเราะเยาะอย่างเย็นชา จากนั้นก้าวถอยหลังออกห่างจากอีกฝ่ายพลางสาปแช่ง “ในตอนนั้นวังไห่เทียนเป็นเจ้าปัญญา ส่วนพ่อของเจ้าเป็นผู้บัญชาการทหาร ทั้งสองคนสมรู้ร่วมคิดกับอ๋องติ้งลอบวางแผนชั่วเพื่อยึดบัลลังก์ของข้า ดังนั้นพวกมันจึงถูกข้าเปิดโปงและกำจัดทีละคน หากพวกมันไม่ใช่โจรกบฏ แล้วจะเป็นอะไรเล่า?”

“ฝ่าบาท!”

อู๋หลิงหลับตาพร้อมกัดฟัน “บิดาของกระหม่อมจงรักภักดีต่อราชสำนัก และไม่มีเจตนาใดแอบแฝง ในตอนที่อ๋องติ้งเขียนจดหมายถึงบิดากระหม่อมเพื่อขอให้ยกทัพไปช่วย แต่เขาก็ไม่ลังเลที่จะปฏิเสธ หากบิดาของกระหม่อมมีเจตนาแอบแฝงและเต็มใจช่วยอ๋องติ้งยึดบัลลังก์จริง ๆ กองทัพของราชสำนักคงไม่สามารถหยุดยั้งกองทัพเกราะดำของเขาได้แน่ ยิ่งไปกว่านั้นในคราที่ฝ่าบาทเรียกเขามาเข้าเฝ้าที่เมืองหลวง ท่านพ่อรู้อยู่เต็มอกว่าพระองค์จะต้องลอบสังหารตนเป็นแน่ แต่เขาก็ยังมาที่นี่ เพราะท่านพ่อก็ยังถือคติที่ว่าหากพระองค์ต้องการให้เขาตาย เขาก็จะยอมตาย หากท่านพ่อมีความคิดชั่วร้ายแอบแฝงจริง ผู้ที่จะได้ครองบัลลังก์ในตอนนี้ก็คืออ๋องติ้ง ไม่ใช่พระองค์หรอกพ่ะย่ะค่ะ!”

“บังอาจ!”

ดวงตาของฮ่องเต้ซิงหลงแดงก่ำราวกับว่ามันจะถลนออกมา “ข้าได้ครองบัลลังก์เพราะโชคชะตา ข้าประเมินความทะเยอทะยานอันโฉดชั่วของพวกเจ้าแล้ว หากไม่ใช่เพราะข้าส่งทหารนับแสนออกไป พวกเจ้าสองพ่อลูกคนจะไม่ถูกจับโดยละม่อม ส่วนอ๋องติ้งก็คงจะฆ่าตัวตายอย่างแน่นอน และเมื่อเห็นว่าสถานการณ์คลี่คลายลงแล้ว พวกเจ้าจึงวิ่งแจ้นมาสารภาพผิด และเสนอตัวไปรบในสงคราม!

“ฮ่าฮ่า ในเมื่อฝ่าบาททรงเชื่อเช่นนั้น อู๋หลิงก็ไม่มีอะไรจะกราบทูลพ่ะย่ะค่ะ!”

อู๋หลิงคลี่ยิ้มด้วยความสิ้นหวัง “ในฐานะโจรกบฏ กระหม่อมจึงไม่คู่ควรกับตำแหน่งอู๋โหว ฝ่าบาทโปรดปลดตำแหน่ง และลงโทษหม่อมฉันด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”

กองทหารรักษาพระองค์มีทหารนับแสนนาย ถึงกระนั้นการฝึกฝนก็เข้มงวดอย่างมาก ซึ่งทำให้พวกเขากลายเป็นกองทหารที่มีฝีมือชั้นแนวหน้าของโลก!

แม้ในตอนนั้นกองทัพเกราะดำจะมีทหารเพียงห้าพันนาย แต่บิดาของเขาก็ยังยืนหยัดที่จะต่อสู้ จนสามารถทำให้ศัตรูแตกพ่ายได้ในการรบเพียงครั้งเดียว

กองกำลังทหารรักษาพระองค์ไม่เคยมือเปื้อนเลือด ดังนั้นจึงอยู่คนละระดับกับกองกำลังเกราะดำที่คืบคลานออกมาจากกองศพและทะเลเลือดทั้งในแง่กำลังในการต่อสู้ กลยุทธ์ และความสามัคคี!

ทันใดนั้นอัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายหยางเฟิ่งกั๋ว เจ้ากรมขุนนางหยวนกวนหลวน และเจ้ากรมกลาโหมฉินจ้านก็วิ่งเข้ามา!

“ฝ่าบาท อย่าทรงกริ้วเลยพ่ะย่ะค่ะ!”

อัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายหยางเฟิ่งกั๋วคุกเข่าลงพลางกล่าว “อู๋โหวได้สร้างคุณูปการมากมายในตอนที่ถูกส่งไปชายแดน กระหม่อมจึงอยากเสนอให้กักบริเวณเขาไว้ที่ไท่เมี่ยว หากฝ่าบาทลงโทษเขาเช่นนี้ เหล่าพสกนิกรและขุนนางในราชสำนักจะมองพระองค์ว่าอย่างไร อีกทั้งผู้คนทั้งโลกจะเข้าใจพระองค์ผิดได้ โปรดไตร่ตรองเรื่องนี้ให้รอบคอบเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”

เจ้ากรมกลาโหมฉินจ้านกล่าวเสริม “อู๋โหวได้สร้างความสำเร็จอันยากลืมเลือนให้แก่ประเทศชาติของเรา หากฝ่าบาทลงโทษเขา เหล่าทหารที่ตรึงกำลังอยู่ในชายแดนจะคิดอย่างไร ผู้ใดจะเต็มใจสละชีวิตเพื่อประเทศชาติอีกเล่า อีกทั้งพวกชาวหวงทั้งสี่เผ่าจะต้องฉวยโอกาสนี้ก่อความวุ่นวายเป็นแน่พ่ะย่ะค่ะ!”

“ฝ่าบาท ในครั้งนี้อู๋โหวทำผิดมหันต์ ได้โปรดอภัยให้แก่ความผิดบาปของเขาด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”

เจ้ากรมขุนนางหยวนกวนหลวนถอนหายใจพลางกล่าว “แม้ว่าเราจะได้รับชัยชนะเหนือพวกชาวหวง แต่ราชสำนักของพวกมันยังไม่ได้ส่งคนมาเจรจากับพวกเราเลยพ่ะย่ะค่ะ สงครามนี้ยังไม่สิ้นสุด อันที่จริงพวกชาวหวงมีอ๋องอยู่ห้าคน และอีกสี่คนก็แข็งแกร่งไม่น้อยไปกว่าอ๋องถูหนาน นอกจากนี้กองทหารรักษาพระองค์ของเมืองหวงยังแข็งแกร่งจนยากที่จะหาผู้ใดมาเทียบ หากฝ่าบาทรับสั่งให้ลงโทษอู๋โหวในตอนนี้จะเป็นการทำร้ายคนของเรา และสร้างความพึงพอใจให้ศัตรูนะพ่ะย่ะค่ะ!”

เมื่อมองไปที่อู๋หลิง ฮ่องเต้ซิงหลงก็กัดฟันพร้อมหลับตาเพื่อสงบอารมณ์

ทั้งสามคนพูดถูก หากจัดการอู๋หลิงในตอนนี้ ก็รังแต่จะส่งผลเสียต่อราชสำนัก!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บัณฑิตยอดนักคิดแห่งต้าเย่