“เคารพเจ้าถิ่น?”
เห็นท่าทางของคนกลุ่มนี้ หวังหยวนก็นึกขึ้นมาได้ "พวกเจ้ามาที่นี่เอาค่าคุ้มครองใช่ไหม?"
ต้าหู่ เอ้อหู่กำหมัดแน่น และมายืนหลังหวังหยวน หวังหานซานขมวดคิ้วแน่น
หวังซื่อไห่พูดเสียงทุ้มต่ำ “หวังหยวน ยุ่ง ๆ เลยไม่ได้บอกเจ้า นี่เป็นลูกพี่ใหญ่ค้าปลาของตลาดตะวันตก ‘น่าวซานเจียง’ มีลูกน้องตั้งสิบยี่สิบคน ไม่ว่าใครมาขายปลาต้องจ่ายส่วยให้เขาสองส่วนด้วยย”
“สองส่วน?”
หวังหยวนโกรธมาก “พวกเจ้าเก็บแพงกว่าทางการตั้งมากโข?”
ลำบากลำบนทำงานอย่างหนักอยู่สองวันเพื่อจับปลา ตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเพื่อเข้าเมือง ทางการเก็บภาษีค้าขายแค่หนึ่งในสิบ แต่พวกอันธพาลเหล่านี้กล้าที่จะเก็บตั้งสองในสิบได้
เอ้อหู่จ้องเขม็ง
แม้แต่ต้าหู่ที่ใจเย็นและนิ่งอยู่เสมอยังกำมือแน่น จนเส้นเลือดปูดโปนไปหมด
แท้จริงแล้วพวกอันธพาลเหล่านี้มีเอาเปรียบขูดเลือดขูดเนื้อได้โหดเหี้ยมมากกว่าทางการเสียอีก
หวังหานซานจ้องไปที่ลูกชายทั้งสองแล้วส่ายหน้า
“อยากขายปลาที่ตลาดนี้ก็ต้องจ่ายมาสองในสิบ นี่เป็นกฎของตระกูลซาที่นี่ ไม่งั้นก็ทิ้งปลาไว้ แล้วไสหัวไปซะ”
น่าวซานเจียงยกมือขึ้นข่ม
ทั้งแปดขึ้นที่ก้าวเข้ามา มีทั้งกำหมัด มีดสั้น และไม้ลอง ทุกคนล้วนข่มขู่อย่างดุร้าย
หวังหยวนขมวดคิ้ว และชั่งน้ำหนักการได้เปรียบเสียเปรียบ
ฝ่ายตรงข้ามมีเก้าคน พกอาวุธครบมือ แถมยังต่อสู้อยู่บ่อย ๆ ด้วย
พวกเขาทั้งสี่คน ยกเว้นลุงหานซานผู้ช่ำชองที่เคยเป็นทหารเก่ามาก่อนก็พอสู้ได้ ส่วนคนอื่น ๆ ล้วนเป็นชาวไร่ชาวนา จะเอาแรงที่ไหนไปชนะใครได้
แถมฝ่ายตรงข้ามยังเป็นเจ้าถิ่นที่นี่ หากสู้กันเกรงว่าคงเรียกคนมาช่วยเพิ่มแน่
แต่จะมาเอาสองในสิบส่วนแบบนี้ เขาเองก็ไม่ยอมเหมือนกัน
“สองส่วนนี้พวกเจ้าก็ไม่ได้ให้เปล่า ๆ หรอกนะ”
น่าวซานเจียงยกมือขึ้น พวกลูกกระจ๊อกก็ยกตาชั่งเข้ามา “ตอนขายปลา พวกเราจะช่วยเจ้าชั่งปลา พวกเจ้าจะได้ไม่ลำบากเกินไป”
“ช่วย?”
หวังหยวนโกรธจนหัวเราะเย้ยหยันออกมา
หากินขูดเลือดขูดเนื้อได้ไร้ยางอายสิ้นดี
ชั่งปลาเองทั้งหมด มาเก็บส่วยสองส่วนแล้วไปง่าย ๆ แบบนี้เนี้ยนะ กะจะไม่ให้ขาดทุนเลยสินะ
ถ้าหากไปร้องเรียนไปถึงสำนักผู้ตรวจการ พวกเขาก็จะแถว่าเป็นค่าช่วยเหลือเอาน่ะสิ
“ว่าไง จะตกลงหรือไม่ตกลงว่ามา ตระกูลซาไม่มีเวลามาเสียให้กับคนอย่างเจ้าหรอกนะ”
น่าวซานเจียงดีดนิ้ว
ทั้งแปดคนมาล้อมรอบพวกเขาไว้
ต้าหู่ เอ้อหู่กำหมัดแน่น แต่หวังหานซานจ้องไปที่ทั้งคู่ส่ายหน้าห้ามไว้
เหตุผลบอกให้หวังหยวนก้มหัว แต่เขากับพูดไม่ออก
“บางครั้งมังกรยังต้องสยบให้งูดินนะ!”
หวังซื่อไห่พูดเกลี้ยกล่อมเขาเบา ๆ ก้าวไปข้างหน้ากำมือประสานคำนับ และพูดด้วยรอยยิ้ม "ลูกพี่ พวกเราล้วนก็เป็นพี่น้องกัน ส่วยนั้นพวกเราให้แน่นอน แต่ตอนนี้พี่ชายของข้าเป็นหนี้ก้อนโต เช่นนั้นขอลดส่วยไว้ชั่วคราวได้ไหม รอให้พี่ชายข้าผ่านช่วงเวลาที่ลำบากนี้ไปชดใช้หนี้นี้ได้ พวกเราจะจ่ายให้อย่างแน่นอน"
“พวกเราล้วนเป็นพี่น้อง!”
แววตาน่าวซานเจียงเป็นประกาย เขาชี้นิ้วไปที่หวังซื่อไห่และเดินเข้าไปตบหน้าเขา และยังถีบเข้าไปอีกพร้อมตะโกนด่าสาปว่า "ไอขี้ครอกอย่างแกนับว่าเป็นอะไรได้ กล้ามานับรวมตระกูลซาว่าเป็นพี่น้องงั้นรึ ตระกูลซาจะหักขาเจ้าแล้วเอาไปโยนทิ้งนอกตลาด”
อันธพาลทั้งสี่ล้อมตัวหวังซื่อไห่และทุบตีเขา
น่าวซานเจียงมองไปที่หวังหยวนและหัวเราะเย้ยหยัน "เจ้าหนู ดูเหมือนเจ้าจะยังไม่ยอมใช่ไหม?"
ไม่ยอมสิโรราบแบบนี้ มันก็ต้องกระทืบสักยกแบบนี้แหละ
มิฉะนั้นเดี๋ยวคนที่ตลาดพาลจะได้ใจเอามากขึ้นเรื่อย ๆ
เห็นซื่อไห่ถูกกระทืบ หวังหยวนถูกขู่ เอ้อหู่สติขาดผึ่งกำหมัดแน่น จนเส้นเลือดปูดไปหมด ส่วนต้าหู่ก็โกรธจนคุมสีหน้าที่นิ่งเรียบราวกับน้ำแข็งไม่ไหวอีกต่อไป หวังหานซานกัดฟันแน่น จ้องเขม็งไปที่ลูกชายและส่ายหน้าห้ามไว้
“มารดาเจ้าสิ!"
เดิมทีคิดจะยอมจ่าย แต่หวังหยวนโกรธจนสติหลุดแล้ว เขาหันกลับไปหยิบแท่งไม้จากเกวียน แล้วฟาดลงไปบนหัวของน่าวซานเจียง แล้วพุ่งเข้าปาพวกอันธพาลทั้งสี่ที่ทำร้ายซื่อไห่ และตะโกนเสียงดังว่า “ลุงหานซาน ต้าหู่ เอ้อหู่ ไปที่ว่าการอำเภอเร็วเข้า!”
จ่ายส่วยสองในสิบ เขารับได้ แต่ทำให้ซื่อไห่ขาหัก เขาทนไม่ได้
หวังซื่อไห่มาขายและกับเขา ช่วยพูดให้เขา จะอยู่เฉย ๆไม่ได้
ปั้ก ปั้ก ปั้ก!
หวังหยวนวาดไม้ฟาดไล่ทั้งสี่คนออกไป แล้วรีบไปลากตัวหวังซื่อไห่ออกมา
คนทั้งตลาดตกใจจนอึ้งไปเลย!
ใครจะไปคิดว่าหวังหยวนจะกล้าลงมือฟาดเข้ากลางน่าวซานเจียงได้
“พ่อ!”
“พ่อ!”
ต้าหู่ เอ้อหู่โกรธใบหน้าบึ้งตึง และจ้องไปที่หวังหานซานที่ไม่พูดสักที
“เฮ้ย ไปสิ!”
หวังหานซานเองก็ตกใจ รีบโบกมือให้ทั้งคู่ไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน
ทั้งคู่ประหลาดใจ และรีบวิ่งพุ่งออกไปเหมือนสัตว์ป่าที่ถูกปล่อยออกมากรง
ข้าคิดว่าเจ้าพอรู้วิธีต่อสู้ แต่ไม่รู้ว่าสู้ได้เป็นสิบแบบนี้!
ถ้าเจ้าบอกข้าก่อนหน้านี้ ว่าเจ้าเก่งกาจมากเช่นนี้ เมื่อครู่ข้าคงไม่ต้องกล้ำกลืนฝืนความโกรธลงไปหรอก
ตุ๊บ!
เขาโยนน่าวซานเจียงไว้ที่ปลายเท้าหวังหยวน เอ้อหู่ไม่หน้าแดงหรือเหนื่อยหอบเลยด้วยซ้ำ “พี่หยวน จะจัดการไอหมอนี้ยังไงดี!”
"ข้าตีเขาไปที ไม่ได้เสียเปรียบอะไร!”
หวังหยวนดึงหวังซื่อไห่ออกมา “ซื่อไห่ เมื่อครู่เขาตบหน้าเจ้า แถมยังถีบเจ้าอีก ตอนนี้เจ้าควรไปเอาคืน!”
“อา ไม่ล่ะ ช่างเถอะ!”
เอ้อหู่กล้าหาญมาก แต่หวังซื่อไห่ไม่กล้าแม้แต่จะตี
หัวใจของพ่อค้าหลายคนในตลาดที่ต้องจ่ายส่วยสองในสิบเพื่อขายปลานั้นปั่นป่วนไปหมด
“ดี!”
เมื่อนึกถึงตอนที่ถูกตบและถูกถีบนั้น หวังซื่อไห่ก็โกรธขึ้นมาพร้อมง้างมือขึ้น!
น่าวซานเจียงเงยหน้าขึ้น และพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "ไอ้หนู ถ้าเจ้ากล้าตบข้า เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นคนของใคร คนของเจ้าหน้าที่ทางการในเลยนะ ถ้าเจ้ากล้าตบข้าในวันนี้ เจ้าจะไม่มีวันออกจากเมืองได้อีก"
ได้ยินสำนักผู้ตรวจการ หวังซื่อไห่ก็คลายความโกรธแล้วลดมือลง
หวังหยวนพูดเสียงทุ้ม "ตบซะ เรื่องอื่นข้าจัดการเอง!"
เรื่องมาถึงจุดนี้แล้ว ถ้าไม่ตบเจ้าน่าวซานเจียงคงไม่จบง่าย ๆ แน่
ทุบตีจนเหมือนสุนัขตาย ทำลายศักดิ์ศรีเขาซะ ให้เขาไม่กล้าวางกล้ามในตลาดได้อีก
ส่วนเจ้าหน้าที่ทางการ มาแล้วค่อยว่ากัน
เพี้ยะ!
โครม!
เห็นหวังหยวนจ้องกดดันมาแบบนี้ หวังซื่อไห่กัดฟันตบลงไป และตามด้วยลูกถีบอีกที ความอัดอั้นตันใจของเขาก็สลายให้ไปทันที
“อ้าก!”
น่าวซานเจียงกุมท้องของเขา และกรีดร้องเสียงดังพร้อมขดตัวงอเหมือนกุ้ง
พ่อค้าปลาในตลาดมองไปที่น่าวซานเจียงที่นอนบนพื้นเหมือนสุนัขตายแล้ว ความกลัวในดวงตาของเขาก็ค่อย ๆ หายไป และแทนที่ความโกรธก็เพิ่มขึ้นมา
“เจ้าหน้าที่มาแล้ว”
ทันใดนั้นฝูงชนก็เกิดความแตกตื่น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บัณฑิตยอดนักคิดแห่งต้าเย่
อัพปตอนต่อหน่อยอ่านถึง373 แล้ววสนุก...
สนุกมมากครับ ปกติเห็นแนวนี้ตัวเอกชอบเป็นผู้หญิง...
รบกวน อัพเดท ด้วยครับ /...
รออยู่ครับ เรื่องนี้ สนุกมาก อย่าเพิ่งเท กันน่ะครับ/ขอบคุณ แอดฯ...
รอตอนต่อไปอยู่ครับ...
รอ update อยู่น๊าา กำลังสนุกเลย...
เรื่องนี้ ดีมากครับ รบกวน อัพเดท ไวๆ ใจจะขาดแล้ว ขาดตอนไปเดือนนึงแล้วครับ...
รอตอนต่อไปอยู่นะครับ แอดมิน...
ฮ่องเต้ในนิยายนี้ จับสลากได้ตำแหน่งมาแน่นอน...
ขอบคุณ admin ครับ เรื่องนี้สนุกจริงๆ...