หลี่มู่รู้สึกสนใจต่อโลกใบนี้เป็นอย่างมาก
สิ่งที่ตอนนี้เขาอยากจะเข้าใจให้ชัดเจนที่สุดก็คือ โลกแดนเซียนฉิน หลิ่งใบนี้จริงๆแล้วเป็นมิติประหลาดของโลกใบนี้ หรือว่าถูกหมอกยักษ์ ในเขาฉินหลิ่งส่งมายังดาวดวงอื่นกันแน่
พลังของหลี่มู่ฟื้ นคืนมาทั้งหมดแล้ว วิชาดาบเหินหาวความเร็วเข้า สู่ขั้นสูงสุด
ตลอดการเดินทาง เขาก็พบเข้ากับจอมยุทธ์จากโลกใบนี้ประปราย จึงได้แอบทําการสังเกตดู
มีคนเลือกสถานที่ปลอดภัย แล้วฝึกฝน ‘วิชาฝึกลมหายใจ’
มีคนกําลังค้นหาและเด็ดเอาต้นไม้สมุนไพร ผลต่างๆ หรือไม่ก็ออก ล่าสัตว์
และก็มีบางคนเข้าเข่นฆ่าสัตว์ป่า เดินออกไปยังที่รกร้าง คิดจะ ค้นหาร่องรอยของวิญญาณที่มีสติปัญญา
ตําแหน่งปรากฏตัวของคนเหล่านี้ไม่เหมือนกัน บางคนกระทั่งห่าง ออกไปนับหมื่นลี้
เรื่องนี้ทําให้หลี่มู่ตระหนักได้ว่า คนที่เดินเข้าสู่ม่านหมอกทางต้น น�าแม่น�าเจียหลิน หลังจากที่ผ่านมิติในม่านหมอกออกมาแล้วไม่ใช่ว่า จะออกมาที่จุดเดียวกัน แต่จะถูกส่งไปยังสถานที่ที่แตกต่างกันหรือ?
หลี่มู่ก็หาพวกของเซี่ยวตงได้อย่างรวดเร็ว
นักรบน้อยกับลู่ซุน ลู่เยี่ยนเอ๋อร์ทั้งสามคนอยู่ด้วยกัน บุกป่าฝ่าดง ฝึกฝนมาตลอดทาง แต่ก็ยังไม่พบกับอันตรายอย่างน่าประหลาดใจ บน ร่างของพวกเขา มีตราหยกที่หลี่มู่มอบให้ พอได้เจอกับอันตราย เท่านั้นหลี่มู่ก็สามารถเข้าในสนับสนุนได้ทัน
หลี่มู่ไม่ได้ปรากฏตัวให้พวกเขาเห็น
เขาทดลองเข้าไปท้าทายกับพวกสัตว์ยักษ์ในหุบเขาทะเลลึก และ ได้พบอย่างรวดเร็วว่าไม่ได้รู้สึกถึงความท้าทายเท่าไรเลย พลังกายเนื้อ ของเขาสามารถสะกดพวกสัตว์ยักษ์นี้ได้อย่างสบาย
ท้ายสุด เขาจึงเลือกจุดฮวงจุ้ยที่มีพลังวิญญาณเต็มเปี่ ยมที่หนึ่ง จากนั้นจึงเริ่มฝึกบําเพ็ญ
จากประสบการณ์ก่อนหน้า หลังจากที่แดนเซียนเปิดไประยะหนึ่งก็ จะปิดตัวลง ชาวโลกที่เข้ามาด้านในจะถูกกีดกันออกมา ส่วนเรื่อง ระยะเวลาจะนานเท่าไรนั้นไม่สามารถคะเนได้ ดังนั้นสําหรับหลี่มู่แล้ว อุตส่าห์ได้กลับเข้ามาในสิ่งแวดล้อมการฝึกฝนอีกครั้งหนึ่งแล้ว ก็ควรจะ ใช้เวลานี้ฝึกฝนพัฒนาตัวเองเสีย ถึงจะเป็นเรื่องที่สําคัญอันดับหนึ่ง
เขาไม่ได้ลืมสิ่งที่ซินแสเฒ่าเคยพูดไว้ สิบห้าปีต่อมาดาวโลกจะ เผชิญหน้ากับปัญหาการถูกรื้อถอนขับไล่
ตอนนี้ดูแล้ว การถูกรื้อถอนขับไล่ก็เหมือนจะเป็นเรื่องตลกเรื่อง หนึ่ง ถึงอย่างไรพวกผู้แข็งแกร่งวิถียุทธ์จากนอกดินแดนดารา ก็ล้วนไม่ สามารถเข้ามาในเขตแดนสุสานดาราได้ หากคิดจะรื้อถอนดาวโลก ก็ ไม่ได้แตกต่างจากรนหาที่ตาย แต่ในเมื่อซินแสเฒ่าพูดมาอย่างจริงจัง เช่นนี้ ก็เป็นไปได้ว่าดาวโลกอาจจะเกิดภัยพิบัติอื่นขึ้น
อย่างเช่น ตอนนี้บนดาวโลกค่อยๆ มีการเปิดของแดนเซียน จริงๆ แล้วอาจจะเกี่ยวข้องกับภัยพิบัติครั้งนี้ด้วย?
พลังร่างแบ่งของผุ้บําเพ็ญสํานักชั่วร้ายในร่าง ‘งูทราย’ และ ‘ดาบ โค้ง’ ข้อมูลที่ถูกเผยออกมาก็ยืนยันจุดนี้ได้
แต่น่าเสียดายที่จนถึงตอนนี้ หลี่มู่ได้อยู่ในโลกของแดนเซียนฉิน หลิ่ง ยังไม่สามารถที่จะยืนยันจุดนี้ได้
ทําได้เพียงฝึกบําเพ็ญเพื่อยกระดับพลังขึ้นไปก่อน
ช่วงไม่กี่วันนี้บนดาวโลก จะว่านานก็ไม่นานนัก ศึกแสดงพลานุ ภาพมากมายหลายต่อหลายครั้ง จริงๆ แล้วก็สิ้นเปลืองปราณแท้ใน ร่างกายของหลี่มู่ไปไม่น้อยเลย และยิ่งไม่ได้รับการชดเชยเข้ามา หลี่มู่ จึงเหมือนกับถ่านก้อนหนึ่ง พลังงานด้านในลดลงอย่างต่อเนื่องแต่กลับ ไม่สามารถเติมเข้าไปใหม่ได้ ในโลกแดนเซียนฉินหลิ่งนี้จึงต้องรีบทําการ เติมประจุเสีย
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
พริบตาเดียวก็ผ่านไปถึงหนึ่งเดือน
การเปิดออกของแดนเซียนในประเทศครั้งก่อนๆ ระยะเวลาห่าง กันเพียงไม่กี่วันเท่านั้น แต่แดนเซียนฉินหลิ่งครั้งกลับรักษาไว้นานถึง ขนาดนี้ ทําเอาคนทั้งหมดรู้สึกประหลาดใจ
หลี่มู่ปิดด่านเสร็จสิ้น การฝึกบําเพ็ญได้รับผลเพิ่มทวีขึ้น
เขาในตอนนี้ห่างจากขั้นทะลวงสวรรค์เพียงแค่ก้าวเล็กๆ เท่านั้น ลําดับค่อยๆ พัฒนาขึ้นหรือก็คือเรื่องในอีกไม่กี่ปี
“ตราหยกเตือนภัยของเซี่ยวตงไม่ได้ส่งสัญญาณอะไรมา ดูท่าจะ ไม่ได้พบกับอันตรายใดๆ”
แต่ทว่า สิ่งที่ทําให้เขารู้สึกเกิดคาดก็คือ เพิ่งจะเข้ามาเพียงแค่พัน กว่าเมตร ก็พบว่าที่ที่ราบกว้างด้านล่างมีกลุ่มคนที่กําลังต่อสู้อย่างเอา เป็นเอาตายกับฝูงหมาป่าฝูงหนึ่ง ทว่าคนกลุ่มนี้กลับไม่ใช่ชาวบู๊ลิ้มของ ประเทศจีน แต่เป็นกลุ่มคนขาวจากต่างประเทศ
พลังวิเศษเช่นลมตัด บอลไฟ เผาไหม้รวมไปถึงอัสนีบาตต่างๆ พุ่ง ออกมาอย่างต่อเนื่องจากคนกลุ่มนี้ เพื่อต้านทานฝูงหมาป่าที่ตีกรอบ ล้อมเข้ามาทุกทิศทุกทาง ทว่ากลับตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายในวง ล้อมแห่งนี้
“หรือว่าจะเป็นพวกต่างชาติที่เนียนเข้ามาตอนที่ฝ่ายทหารไม่ทัน ระวัง?”
หลี่มู่ประหลาดใจ
ตอนที่เขาสํารวจฟ้าดินผืนนี้ก่อนหน้า ก็ยังไม่พบกับพวกต่างชาติ เลย
เขาซ่อนตัวสังเกตอย่างละเอียดอยู่ห่างๆ จากมุมสูง
ชาวต่างชาติด้านล่าง ล้วนเป็นคนขาวทั้งหมด ชายห้าหญิงสี่ ตะโกนภาษาอังกฤษกันลั่น อายุไม่มากนัก ดูแล้วน่าจะราวยี่สิบกว่าปี ดู ไม่เหมือนพวกสายลับอะไร แต่จากหลักการแล้ว หากจะมีสายลับเนียน
เข้ามาสักคนสองคนก็ยังพอรับได้ แต่ฝ่ายทหารก็คงจะไม่ปล่อยคนที่ เห็นอย่างชัดเจนว่าเป็นต่างชาติเข้ามาได้ถึงเก้าคนนี่นา
หลี่มู่ลอบดูอยู่อีกพักหนึ่ง ทว่าคนขาวกลุ่มนี้ใกล้จะทานไว้ไม่อยู่ แล้ว
ฝูงหมาป่าที่ล้อมโจมตีพวกเขา…นี่เป็นชื่อที่หลี่มู่ตั้งให้พวกมันในใจ ชั่วคราว เพราะว่าเจ้าสิ่งที่ดูเหมือนฝูงหมาป่าแปลกประหลาดพวกนี้ ด้านนอกลักษณะคล้ายหมาป่า แต่รูปร่างใหญ่โตกว่าหมาป่ามาก มีเขา อันแหลมคม เหมือนกับม้าลิตเติ้ลโพนี่อย่างไรอย่างนั้น เพียบพร้อมด้วย ความเจ้าเล่ห์โหดร้ายของหมาป่า มาเป็นฝูง พละกําลังแรงกัดมหาศาล
เสียงกรีดร้องเสียงหนึ่งดังขึ้น
หญิงสาววัยรุ่นผมทองนัยน์ตาเขียวที่กําลังโบกดาบยักษ์ในมือคน หนึ่งในนั้น ถูกหมาป่ากัดเข้าที่ท่อนแขน กัดกระชากดึงลากเข้าไปในฝูง เพื่อนๆ รอบด้านร้องขึ้นด้วยความตกใจ รีบร้อนเข้าไปช่วยนางอย่างบ้า คลั่ง แต่ว่ายิ่งทําให้สถานการณ์วุ่นวายมากขึ้น พริบตาได้มีหมาป่าอีก หลายตัวบุกเข้าในในกลุ่ม…
หลี่มู่รู้สึกว่า คงต้องมานั่งกําหนดความเข้าใจต่อแดนเซียนของ ตนเองใหม่เสียแล้ว
เรื่องราวมันดูไม่ได้ง่ายดายเหมือนที่ตนเองจินตนาการไว้เลย
ส่วนคนขององค์กร ‘เหล็กกล้าสีนิล’ ที่มีโอกาสได้มาพบเข้ากับห ลี่มู่ก็รู้สึกประหลาดใจอย่างมากเช่นกัน
“ขอบคุณท่านสําหรับบุญคุณที่ช่วยชีวิต ท่านมาจากประเทศไหน ในเอเชียหรือ?” สาวสวยผมทองนัยน์ตาฟ้าคามิลถามขึ้นอย่างเคารพ ดวงตางามทั้งคู่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น จับจ้องมาที่หลี่มู่
“ประเทศจีน” หลี่มู่ตอบ
“โอ้ ท่านจะต้องเป็นสมาชิกของ ‘กลุ่มมังกร’ จากประเทศจีนเป็น แน่” คนขาวร่างใหญ่ที่ใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเคราจอนผมสีแดงอีก คนหนึ่งเอ่ยขึ้น
หลี่มู่ยังไม่ได้ยอมรับ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ
กลุ่มมังกรเป็นองค์กรพลังแห่งทางการของจีน เป็นความลับสุด ยอด ไม่เข้าไปข้องเกี่ยวกับความขัดแย้งของบู๊ลิ้มในประเทศ แต่มีไว้ รับมือกับด้านนอกโดยตรง ดังนั้นในประเทศจึงไม่ค่อยมีชื่อเสียง ทว่าใน สายตาของผู้แข็งแกร่งจากต่างชาติมากมายกลับแข็งแกร่งเป็นอย่าง มาก เป็นพลังลึกลับที่มาจากแดนตะวันออกโบราณ
หลังจากผ่านการพูดคุย พวกของคามิลจึงได้รู้ว่าหลี่มู่เข้ามาจาก ทางเข้า ‘แดนลับแล’ ในประเทศจีนจนมาถึงโลกใบนี้ นี่ยิ่งทําให้พวก เขาตกตะลึงขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
ก่อนหน้านี้ ในขอบเขตทั่วโลกมีการเปิดขึ้นของแดนลับแลยี่สิบ สามแห่ง แต่ไม่เคยได้ยินว่าจะมีการเปิดแดนลับแลครั้งไหนที่เกิด สถานการณ์เช่นนี้ ในดินแดนลับแลก่อนหน้าล้วนปิดผนึกแยกออกจาก กัน มีทางเข้าเพียงทางเดียว
“ท่านที่เคารพ จากคําพูดฝั่ งตะวันออกของพวกท่าน การพบกัน ถือว่ามีวาสนา พวกเราสามารถไปทางเดียวกับท่านได้หรือไม่ พวกเรา หลงทางเสียแล้ว พลังของเบลทีน่าสัมผัสได้ว่ามีอันตรายใหญ่หลวง กําลังเกิดขึ้นภายในโลกใบนี้ เป็นอันตรายที่พวกเราไม่สามารถรับมือ ได้” สาวสวยผมทองรูปร่างสะบัดช่อคามิลขอร้องขึ้นกับหลี่มู่ด้วยสีหน้า จริงใจ
นี่เป็นหญิงสาวแห่งเยอรมนีที่มีทั้งพลังและความงามคนหนึ่ง กระบี่สองมือหนักเกินกว่าสามร้อยชั่งที่ตีขึ้นพิเศษเล่มหนึ่ง เป็นอาวุธ ของนาง
“อันตรายใหญ่หลวง?” หลี่มู่ขมวดคิ้ว
ว่ากันว่าเหล่าผู้มีพลังวิเศษจากต่างแดน มีพลังแขนงหนึ่งที่ สามารถรับรู้เรื่องที่กําลังจะเกิดขึ้นได้ เหมือนกับการคํานวณแห่งฟ้า ของประเทศจีน แต่ดูลึกลับยิ่งกว่า เป็นพรสวรรค์ติดตัวมาแต่กําเนิดอัน บริสุทธิ์ สามารถรับรู้ได้ถึงอันตรายที่กําลังเข้ามา
“ใช่ เบลทีน่าเป็นผู้ทํานายของพวกเรา สิ่งที่นางสัมผัสได้ กําลังจะ มีอันตรายอย่างใหญ่หลวงมาเยือนโลกใบนี้ และยังอาจจะกระเทือนไป ถึงดาวโลกอีกด้วย ดังนั้นพวกเราจึงเข้ามาในแดนลับแลนี้เพื่อที่จะ สํารวจให้ชัดเจน แต่ไม่คิดว่าพลังของพวกเราจะยังไม่เพียงพอ ท่านก็ เป็นชาวโลกเหมือนกัน จะสามารถช่วยร่วมแรงเคียงบ่าพวกเราได้ หรือไม่?”
ในสายตาที่คามิลมองหลี่มู่เต็มไปด้วยความหวังและความคาดหวัง
หลี่มู่สัมผัสได้ถึงพลังแห่งคุณธรรมข้ามสัญชาติจากบนร่างของอีก ฝ่าย
เวลาเดียวกัน เขายังรู้สึกสนใจอย่างมากต่อ ‘อันตรายใหญ่หลวง’ ที่คามิลพูดถึงอีกด้วย
เป็นไปได้ว่าคนต่างชาติเหล่านี้ จะสังเกตุได้ถึงสิ่งที่แม้แต่เขาก็ยัง สังเกตุเห็นไม่ได้?
……………………………

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จอมศาสตราพลิกดารา