กลับมายังเมืองไป๋ตี้ ข่าวที่หัวหน้าเขาราชันมังกรหลงอู่ชนะก็ฮือฮา ไปทั่วทั้งระดับบนและล่างภูเขาสู่
แต่มีเพียงน้อยคนที่รู้ว่าหลงอู่ ตกอยู่ในสภาวะสลบไสล ไม่อาจมี กําลังรบได้อีก
เขาหลี่หนึ่งในสายแยกทั้งเจ็ดภูเขาสู่เป็นสํานักสายแพทย์ ผู้สืบ ทอดของเขาหลี่แซ่หลี่ชื่อเนี่ยนห่าว เป็นชาย อายุไม่ถึงสามสิบ เชี่ยวชาญวิชาฉีหวง ก็รีบมารักษาอาการบาดเจ็บให้หลงอู่ทันที สําแดง วิชาภายใต้การร่วมกันช่วยเหลือจากผู้แข็งแกร่งขั้นทะลวงสวรรค์คน อื่นๆ ถึงจะพอสะกดพลัง ‘อาทิตย์อัสดง’ ในกายของหลงอู่ได้ อาการ บาดเจ็บไม่เลวร้ายลง แต่หากคิดอยากจะฟื้ นฟูนั้นยังต้องใช้เวลาอีก มาก
สุดท้าย หลงอู่ก็ถูกส่งไปยังสระบัวมรกตแช่อยู่ในวารีศักดิ์สิทธิ์บัว มรกตจากข้อเสนอแนะของหลี่เนี่ยน ใช้พลังหล่อเลี้ยงจากวารีศักดิ์สิทธิ์ ค่อยๆ ฟื้ นฟูอาการบาดเจ็บ
หลังจากนั้น คนทั้งหลายก็มาถึงยังข้างสระบัวมรกตที่หลี่มู่อยู่อีก ครั้ง
อักขระสีเงินหมุนวน ค่ายกลสีเขียวยังคงอยู่
หมอกวารีศักดิ์สิทธิ์ข้างในยังพวยพุ่ง หมอกขาวตลบอวล มองไม่ เห็นความเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น ก็ไม่รู้ว่าหลี่มู่อยู่ข้างในจะเจอโอกาส แบบไหน
สําหรับขั้นตอนการแปลงเป็นมังกร ในบันทึกลับต่างๆ ของภูเขาสู่ก็ แค่เอ่ยถึงเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น เรื่องราวภายในที่ชัดเจน ต่อให้เป็นเจ้า สํานักของสายแยกทั้งหลายก็ไม่รู้ ดังนั้นก็ไม่อาจคาดเดาได้ว่าข้างใน ค่ายกลสีเขียวเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ศึกสาหัสศึกแรก อาการบาดเจ็บสาหัสหลับใหลของหลงอู่ทําให้เจ้า สํานักสายแยกต่างๆ ปวดหัว ต่างมีเงาทะมึนปกคลุม
หลงอู่ถือเป็นผู้แข็งแกร่งที่พลังอยู่อันดับต้นๆ ของสายแยกต่างๆ แล้ว มิฉะนั้น เขาราชันมังกรคงไม่อาจครอบครองเมืองไป๋ตี้จากสาย แยกอื่นๆ ได้ แต่ต่อให้เป็นหลงอู่ ศึกแรกก็เป็นชัยชนะที่แสนสาหัส เท่านั้น ศึกเวทีประลองสิบยกต่อไปผลจะเป็นเช่นไร ทุกคนต่างไม่มั่นใจ
โดยเฉพาะ เก้าสํานักฝ่ายธรรมะมีเก้าคนที่พลังถึงผู้แข็งแกร่งขั้น ทะลวงสวรรค์ หรือเทียบเท่ากับขั้นทะลวงสวรรค์ แต่ภูเขาสู่ทางนี้ ขาด กําลังรบขั้นสูงอย่างร้ายแรง อุตส่าห์มีต้วนสุ่ยหลิวที่สับผู้แข็งแกร่ง
ทะลวงสวรรค์เหมือนสับผัก แต่กลับเข้าไปในสระบัวมรกต ‘แปลงเป็น มังกร’ น่ากลัวว่าคงจะมาไม่ทันศึกนี้
หากเป็นไปตามสถานการณ์รบในวันนี้ สถานการณ์จะไม่เป็นผลดี กับภูเขาสู่เป็นอย่างมาก
ผลสุดท้ายเป็นไปได้ว่าเจ้าสํานักสายแยกอาจจะดับดิ้น ไม่ก็ บาดเจ็บสาหัส กําลังรบขั้นสูงของลัทธิเทพหดหาย ต่อให้ฝืนยืนหยัด ผ่านศึกนี้ไปได้ วันหน้าก็อาจจะทรุดลงจนไม่อาจฟื้ นขึ้นมาได้
อีกทั้งเบื้องหลังเก้าสํานัก ยังมีสํานักเซียนนอกพิภพยืนอยู่
โอกาสชนะน้อยนิดนัก
“ใช่แล้ว อู๋เหินเล่า?”
ท่านย่าสํานักชําระดาบประเมินรอบๆ ไม่เห็นหลานสาวของตัวเอง รู้สึกแปลกใจ จึงเอ่ยปากถาม ปรากฏคนรอบๆ ต่างไม่รู้ ไม่เห็นเยี่ยอู๋เหิน มาครึ่งวันแล้ว
นี่แปลกแล้ว
แต่ว่านางก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
ศัตรูร้ายกาจอยู่ข้างหน้า สถานการณ์อันตราย
เจ้าสํานักสายแยก ผู้สืบทอด และเหล่าผู้นําระดับสูงของลัทธิเทพ ต่างมุ่งหน้ามายังตําหนักเซียนโบยบิน ไม่ใช่แค่เลือกผู้ที่จะออกไปสู้วัน พรุ่งนี้เท่านั้น แต่ยังต้องคาดเดาว่าอีกฝ่ายจะส่งใครออกมาสู้ พยายาม ควบคุมข่มวิชาวิถียุทธ์ ถึงจะเพิ่มโอกาสชนะ
ในเมืองไป๋ตี้ บรรยากาศกดดันลอยตลบ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เพียงชั่วพริบตา ก็มาถึงวันที่สองแล้ว
บนเวทีประลองลอยฟ้า ศึกใหญ่เริ่มขึ้นอีกครั้ง
คนที่ออกมาสู้จากฝั่ งภูเขาสู่คือผู้รับใช้ดาบอันดับหนึ่งแห่งสํานัก ชําระดาบอู๋หมิง
นี่เป็นหมากที่เก็บซ่อนไว้ในภูเขาสู่ โลกภายนอกรู้เพียงว่าสํานัก ชําระดาบมีผู้แข็งแกร่งขั้นทะลวงสวรรค์เพียงคนเดียว นั่นก็คือท่านย่า แห่งสํานักชําระดาบเยี่ยเฮิ่น แต่แท้ที่จริงแล้ว ข้างกายนางมีผู้รับใช้ดาบ คนหนึ่ง ก็เป็นผู้แข็งแกร่งทะลวงสวรรค์เช่นกัน วิชาดาบไร้เทียมทาน กําลังรบแข็งแกร่ง
ส่วนผู้แข็งแกร่งที่ออกมาสู้ของฝั่ งเก้าสํานักคือ ‘กระบี่โบราณ’ ตง ฟางชิง เจ้าสํานักกระบี่คีรีบูรพา นี่เป็นผู้แข็งแกร่งขั้นทะลวงสวรรค์ฝ่าย
ธรรมะที่ยังไม่ได้ประมือกับหลี่มู่ ดังนั้นจึงไม่ได้รับเจ็บ พลังยังไม่ลดทอน ยังอยู่ในสภาวะขั้นสูงสุด
เห็นได้ชัดว่า หลังจากสู้พ่ายแพ้ยับเยินในวันแรก เก้าสํานักเลือกส่ง ‘กระบี่โบราณ’ ตงฟางชิงก็เพราะหวังว่าจะสามารถได้รับชัยชนะครั้ง ใหญ่อย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นขวัญกําลังใจทหาร
ทว่า การออกมาประลองของผู้รับใช้ดาบอู๋หมิงเห็นได้ชัดว่าอยู่ เหนือการคาดหมายของเก้าสํานัก
สู้รบอย่างยากลําบากยกหนึ่ง สุดท้าย ผู้รับใช้ดาบแห่งสํานักชําระ ดาบอู๋หมิงที่ไร้ชื่อเสียงคนนี้ก็ปะทุพลังไร้เทียมทานออกมา ใช้กระบวน ท่าดาบไร้เทียมเทียบตัดแขน ‘กระบี่โบราณ’ ตงฟางชิง เอาชัยชนะมา ให้ภูเขาสู่อีกหนึ่งยก
“เจ้า…เจ้าก็คือ ‘ดาบวายุเมฆาอันดับหนึ่ง’ ของโลกดาวทุรกันดาร เมื่อห้าสิบปีก่อน ม่อหาน เจ้า…เจ้าไปเข้าพวกกับลัทธิมารอย่างนั้นรึ?” ตงฟางชิงกุมแขนที่ขาด หลังจากผ่านศึกสาหัส ในที่สุดเขาก็จําตัวตนที่ แท้จริงของผู้รับใช้ดาบอู๋หมิงคนนี้ได้ ตงฟางชิงตื่นตะลึงยิ่งนัก
‘ดาบวายุเมฆาอันดับหนึ่ง’ ม่อหาน!
เมื่อห้าสิบปีก่อนนี่เป็นชื่อที่เคยทําให้โลกวิถียุทธ์ดาวทุรกันดารต้อง หวาดกลัว
เขาไม่ได้มีชาติกําเนิดจากเก้าสํานักใหญ่ แต่มีวิชาดาบที่เลิศล�า สมบูรณ์แบบเยี่ยมยอด ไม่เคยเจอคู่ต่อสู้ที่ทัดเทียม ได้รับการยอมรับว่า เป็นผู้ที่วิชาดาบแข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ ใช้ฐานะผู้ฝึกไร้สังกัด เอาชนะยอดฝีมือเก้าสํานักไปได้ไม่น้อย ก้าวขึ้นเป็นวิชาดาบอันดับหนึ่ง ในใต้หล้า เห็นได้ถึงความแข็งแกร่งของคุณสมบัติและพรสวรรค์ของ ม่อหาน
น่าเสียดายที่ผู้ยิ่งใหญ่วิชาดาบท่านนี้ ในยามที่ชื่อเสียงกําลังโด่งดัง จู่ๆ ร่องรอยกลับหายไปจากยุทธจักรอย่างไม่มีปี่ มีขลุ่ย มีคนบอกว่าเขา ถูกศัตรูแอบวางแผนไล่ฆ่า และก็มีคนบอกว่าเขาทะลวงขั้นทะลวง สวรรค์ไปจากดาวทุรกันดารแล้ว และก็มีคนบอกว่าเขาปิดด่านฝึกฝน ข่าวลือต่างๆ นานา แต่ก็ไม่เคยได้รับการพิสูจน์
คิดไม่ถึงว่าวันนี้ได้พบอีกครั้งกลับเป็นอู๋หมิงละทิ้งตัวตน กลายเป็น ผู้รับใช้ดาบของสํานักชําระดาบลัทธิมาร
“ม่อหานตายไปแล้ว ตอนนี้มีเพียงผู้รับใช้ดาบตัวเล็กๆ คนหนึ่ง เท่านั้น” อู๋หมิงรูปร่างสูงใหญ่ สวมหน้ากากสีขาว โผล่ให้เห็นเพียง ดวงตาและปากเท่านั้น แววตาไร้คลื่นอารมณ์ดุจบ่อน�าโบราณ เอ่ยขึ้น อย่างราบเรียบ
“เป็นเจ้าจริงๆ ด้วย หึ ข้าเคยเห็นเพลงดาบของเจ้ามาก่อน…คิดไม่ ถึงว่า ดาบวายุเมฆาอันดับหนึ่งในอดีตจะยอมตกต�า…” ‘กระบี่โบราณ’ จงฟางชิงบริพาษอย่างโกรธแค้น
ตอนนี้เขาอยู่ข้างนอกเวทีประลองลอยฟ้า นับว่ายอมแพ้แล้ว
“เป็นเพราะพวกเจ้าก็เท่านั้น” อู๋หมิงเอ่ยราบเรียบ “จอมกระบี่ตง ฟางหากไม่พอใจจะขึ้นมาสู้กันอีกรอบก็ได้ ข้าให้โอกาสท่านได้อีกครั้ง”
ตงฟางเจี้ยนสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก สุดท้ายก็ไม่ได้ขึ้นไปสู้บน เวทีประลอง

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จอมศาสตราพลิกดารา