วิชาฝึกผีเป็นวิชาที่หลี่มู่ค้นหามาโดยตลอด
ตอนนั้นเขากลับโลกคิดจะหาซินแสเฒ่าให้เจอแล้วขอวิชาฝึกผีสัก วิชาหนึ่ง น่าเสียดายที่ไร้ซึ่งร่องรอยของซินแสเฒ่า ไม่รู้ว่าอยู่ที่ใด
ที่ข้างกายหลี่มู่ คนที่ต้องการวิชานี้มีมากมายเหลือเกิน
ที่แผ่นดินใหญ่เสินโจวมีบ่าวรับใช้ข้างกายมารดาหลี่มู่ และยัง มีอวี๋ฮว่าหลง ตอนนี้ยังรวมโอวหยางฮ่วนอวี่และอู๋หมิงแห่งภูเขาสู่เข้าไป อีกสองคน หากมีวิชาฝึกผี พวกเขาที่อยู่ในสภาวะวิญญาณ ทําได้แค่ ซ่อนตัวอยู่ในโลงหยกหล่อเลี้ยงวิญญาณ ก็จะสามารถบุกเบิก ‘เส้นทาง ใหม่’ ได้อีกครั้ง
สําหรับมุมมองของหลี่มู่ การดับสิ้นของร่างกายไม่ได้หมายถึง ความตายอย่างแท้จริง
ที่โลกเคยมีนักวิทยาศาสตร์เสนอทฤษฏีแปลงความทรงจําและ ความนึกคิดของมนุษย์เป็นข้อมูลดิจิตอล เก็บไว้ในอุปกรณ์หรือสมอง กล สร้างร่างหุ่นยนตร์มาแทนที่กายเนื้อที่เน่าเปื่ อย มนุษย์ก็จะสามารถ เป็นอมตะได้จริงๆ
ความคิดนี้อันที่จริงแล้วมีจุดคล้ายกับระบบฝึกผีของโลกวิถียุทธ์
โดยเฉพาะผู้แข็งแกร่งวิถียุทธ์บางคนที่สามจิตเจ็ดวิญญาณ แข็งแกร่งมาก ต่อให้ตายไปนานแต่ก็ยังคงมีตัวตน แต่ภายใต้สภาวะ เช่นนี้ พลังของวิญญาณจะไม่ได้รับการเสริมเพิ่มพลัง สุดท้ายก็ลอย คว้างแล้วตายไป เพราะวิชาที่เหล่าจอมยุทธ์ฝึกฝนล้วนเป็นวิชาที่นํามา ยกระดับคุณสมบัติชีวิต ไม่มีกายเนื้อก็ไม่อาจฝึกฝนได้
ส่วนวิชาฝึกผีวิถียุทธ์นั้นเป็นวิชาที่ช่วยในการฝึกฝนกายเนื้อ แต่ เป็นเหมือนกับการสร้าง ‘ร่างหุ่นยนตร์’ ให้กับวิญญาณเหล่านี้
พูดจากนิยามนี้ การดับสิ้นของร่างกายและวิญญาณในเวลา เดียวกันถึงจะหมายถึงความตายอย่างแท้จริง
ก็เหมือนกับ สตรีชุดผ้าโปร่างบางสีดํา ‘หอสังการอาภรณ์ดํา’ นับว่าตายอย่างสมบูรณ์แล้ว
ส่วนโอวหยางฮ่วนอวี่ อู๋หมิงและคนอื่นๆ อยู่ในสภาวะระหว่าง ความเป็นและความตาย หากสามารถฝึก ‘วิชาฝึกผี’ ได้ล่ะก็ สุดท้าย หลุดจากโลงหยกหล่อเลี้ยงวิญญาณ กุมชะตาชีวิตเอง ท่องไปในห้วง ดาราสมุทร ทะลวงค่ายกลสังหารศัตรู ก็ล้วนทําได้ทั้งสิ้น เช่นนี้แล้วก็ไม่ ต่างอะไรกับมีชีวิตอยู่จริงๆ เลย
“ท่าทางต้องไปดาวร้อยวิญญาณสักรอบหนึ่งแล้ว จะต้องเอาวิชา ฝึกผีมาให้ได้”
หลี่มู่ตัดสินใจทันที
เพียงแต่ถ้าเป็นเช่นนี้ก็จําเป็นต้องเดินทางไปเขตดาราเทพวีรชน แล้ว
อันตรายมากมาย
แต่ว่า ในตอนนี้เอง ตาของหลี่มู่ก็เป็นประกาย
เขาพลันนึกวิธีแก้ปัญหากับสถานการณ์คับขันที่ภูเขาสู่โลกดาว ทุรกันดารต้องเผชิญหน้าขึ้นได้
“เพียงแต่ถ้าทําแบบนี้จะค่อนข้างอันตราย”
หลี่มู่ยิ้มขื่นอีกครั้ง
ไม่อยากเป็นวีรบุรุษยิ่งใหญ่ เพราะหลายครั้งวีรบุรุษมักจะเป็นคน ที่ตายอนาถที่สุด
แต่เหมือนว่าจะไม่มีวิธีอื่นแล้ว
ในใจของเขาเริ่มมีแนวคิดก่อขึ้น แต่ว่ายังจําเป็นต้องคิดให้ละเอียด จริงจัง ลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด
หลี่มู่รักชีวิต ไม่เคยเอาชีวิตของตัวเองมาล้อเล่น
……
เพียงชั่วพริบตาก็ผ่านไปสามวัน บรรยากาศครึกครื้นยินดีในเมืองไป๋ตี้ค่อยๆ สลายไป เก้าสํานักเป็นอดีตไปแล้ว
ยุคสมัยของสี่เมือง สามสํานัก สองตระกูลจบสิ้นลงแล้วโดย สมบูรณ์
สําหรับลัทธิเทพภูเขาสู่ โลกดาวทุรกันดารพูดได้ว่าเสียหายสาหัส
หลังจากเฉลิมฉลองเป็นช่วงสั้นๆ ปัญหาแต่ละเรื่องที่ปรากฏขึ้นต่อ หน้าเหล่าผู้คนลัทธิเขาสู่ทั้งหลายจําต้องไปเผชิญหน้า
ความรู้สึกเช่นนี้เหมือนว่าลัทธิภูเขาสู่เปลี่ยนจากฝ่ายค้านมาเป็น ฝ่ายรัฐบาล เปลี่ยนจากโจรภูเขามาเป็นขุนนางดูแลประชาชนทันที จําต้องปกครองประชาชน นโยบายก่อนหน้านี้ก็จําเป็นต้องเปลี่ยนสัก หน่อย
และในลัทธิเทพภูเขาสู่ตอนนี้คนที่สามารถรับมือได้เพียงลําพังโดย แท้จริงมีเพียงหลงอู่และอาจารย์สุ่ยเยวี่ยเท่านั้น
ดีที่นิสัยของสองคนนี้เสริมซึ่งกันและกัน
หลงอู่ฉุนเฉียว กระตือรือล้น ในความหยาบมีความละเอียดอ่อน ส่วนอาจารย์สุ่ยเยวี่ยทํางานรวดเร็วฉับไว เชี่ยวชาญการวางแผน ภายใต้การร่วมมือซึ่งกันและกัน เรื่องทุกอย่างก็ดําเนินไปอย่างเป็น ระเบียบแบบแผน โดยเฉพาะการเตรียมแผนล้อมจับผู้สืบทอดเก้า สํานักกําลังดําเนินไปอย่างเรียบร้อย ทั้งสองคนก็ดําเนินตามเจตจํานง ของหลี่มู่อย่างจริงจัง ซึ่งก็คือจะขุดรากถอนโคนเก้าสํานักไปจากดาว ทุรกันดารให้สิ้นซาก
หลี่มู่ก็ยังคงเป็นพวกลอยตัวเหนือทุกสิ่งเช่นเดิม
นอกจากไม่ชอบเข้าไปยุ่งในเรื่องหยุมหยิมพวกนี้ เหตุผลมากกว่า นั้นคือหลี่มู่ไม่เหมาะที่จะไปทําเรื่องพวกนี้จริงๆ
แต่ว่า หลี่มู่เองก็ไม่ได้นั่งว่าง
เรื่องที่เขาตัดสินใจจะทําต่อไปอันตรายมาก ดังนั้นจึงต้องเตรียมให้ พร้อมถึงจะทําสําเร็จได้ เช่นนี้แล้วระดับความยุ่งของเขาจึงไม่แพ้หลงอู่ และสุ่ยเยวี่ยสองคนนี้เลย
ในช่วงนี้สระบัวมรกตแห่งนั้นยังคงปกคลุมไปด้วยค่ายกลสีดํา อักขระเงิน
เยี่ยอู๋เหินธิดาเทพแห่งสํานักชําระดาบยังคงอยู่ในสภาวะฝึกฝน ก็ ไม่รู้ว่าพัฒนาไปอย่างไร
แต่ว่าหลังจากได้ยินข่าวคราวจากปากหลี่มู่ คนของสํานักชําระ ดาบทั้งหลายกลับไม่ร้อนใจแล้ว


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จอมศาสตราพลิกดารา