จั่วชิงชิงมองไปยังกัวอวี่ชิงด้วยสีหน้าซับซ้อน
คืนนี้หากไม่มีขั้นแมลงที่รับเข้ามาใหม่คนนี้ ตนเองกับเสี่ยวหลิวคง จะหนีออกมาไม่ได้ จริงๆ ดูจากสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว เป็นตนเองทั้ง สองคนที่กําลังสร้างความลําบากให้กัวอวี่ชิง ตอนนี้นางอยากจะบอก กับกัวอวี่ชิงว่าไม่ต้องสนใจพวกนางทั้งสองคน ให้รีบหนีไปอาจจะยังเอา ตัวรอดได้ ทว่าพอคําพูดมาถึงข้างปาก แต่ปากกลับพูดไม่ออก
เพราะนางก็ยังอยากรอดกลับไปแก้แค้น
หากไม่มีกัวอวี่ชิง อัตราการหนีเอาตัวรอดของนางและเสี่ยวหลิว ทั้งสองคนมีไม่มากนัก
กัวอวี่ชิงหันหน้ากลับมา มองเห็นหญิงสาวตัวน้อยที่ชุ่มโชกไปทั้ง ร่าง ก็มองออกถึงความลังเลและความสับสนในดวงตาสาวน้อยได้ทะลุ ปรุโปร่ง
เขายิ้มเล็กน้อยเอ่ยขึ้นว่า “ข้าก็สังหารพวกเขาไป ตอนนี้พวกเขาก็ คงไม่ปล่อยข้าไปเช่นกัน”
ความสับสนและความทุกข์ละอายในใจของจั่วชิงชิงได้สลาย หายไปทันที
จริงด้วย ตอนนี้ยังจะมาคิดนั่นนี่อะไรอีก
ทั้งสองฝ่ายต่างก็เป็นตั๊กแตนที่ยืนอยู่บนเชือกเส้นเดียวกันแล้ว
นั่งเรือลําเดียวกันจึงเป็นทางออกทางเดียว
“ขอบคุณมาก ข้า…”
“ชู่ว หยุดพูดก่อน มีคนมาแล้ว” กล้ามเนื้อทั่วร่างกัวอวี่ชิงดีดผาง ขึ้นมาอย่างรุนแรง
เขาหันศีรษะมองไปยังสุดทางของซอยสายฝน หันข้างตั้งใจฟัง จากนั้นจึงเอ่ยขึ้น “พวกเจ้าสองคน ถอยหลังกลับไปยังทางที่เราเข้ามา ย้อนกลับไปยังจุดที่ต่อสู้กับหน่วยคุ้มกฎก่อนหน้า…”
พูดจบ ร่างของเขาก็พุ่งทะยานไปยังสุดซอยสายฝนราวกับแมวดํา ในเงามืด
จากนั้นเสียงคมอาวุธกระทบกันและเสียงโห่ร้องต่อสู้ดังขึ้นจาก ทิศทางนั้น
…
…
ความเร็วของหลี่มู่ไวจนถึงขีดสุด
เขาพุ่งตรงไปยังทิศทางของซอยสายฝนจากตําแหน่งที่ติงอี้ไป สืบเสาะมา ระหว่างทางมองเห็นศิษย์ของวังประสานฟ้าล้วนมุ่งตรงไป ยังพื้นที่เดียวกัน ก็รู้ว่านี่เป็นการล้อมโจมตีกัวอวี่ชิงนั่นเอง
ติดตามคนเหล่านี้มาด้านหลัง จนมาถึงจุดที่ห่างจากซอยสายฝน อีกราวแปดถึงสิบลี้ ด้านหน้าได้ปรากฏด่านของวังประสานฟ้าทั้งบน พื้นดินและกลางอากาศ และยังมีศิษย์วังประสานฟ้าอีกมากมายคอย ลาดตระเวณทั้งบนพื้นและบนฟ้า ระมัดระวังอย่างเข้มงวด
พื้นที่ผืนนี้ล้วนถูกควบคุมเอาไว้ชั่วคราว ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้า ออก
หลี่มู่คอยตรวจสอบอยู่ในเงามืด
เพียงไม่นานเขาก็เห็นเหตุการณ์ที่ทําเขาตะลึงงันเป็นอย่างมาก
ศิษย์วังประสานฟ้าสี่คน บุกขไปในร้านค้าด้านข้างแห่งหนึ่ง ดําเนินการปล้นสะดมอย่างชํานิชํานาญ ด้านในร้านมีเสียงตะโกนของ เจ้าของดังขึ้น แต่เพียงไม่นานก็ขาดหายไป
ครู่ต่อมา ศิษย์วังประสานฟ้าทั้งสี่คนพุ่งออกมาจากในร้าน
ชายกลางคนมือกําดาบคนหนึ่ง น่าจะเป็นเจ้าของร้าน คํารามขึ้น อย่างโศกเศร้าสิ้นหวังพุ่งไล่ตามออกมา แต่ในพริบตาแสงดาบสว่างขึ้น ในกลุ่มคุ้มกฎมียอดฝีมือลงมือ ชายกลางคนได้ถูกสังหารจนขาดใจที่ หน้าประตูร้าน
ปล้น?
หลี่มู่ขมวดคิ้ว
วังประสานฟ้ากําลังทําอะไร?
ไม่ใช่ว่ากําลังล้อมจับกัวอวี่ชิงทั้งสามคนหรือ ทําไมจู่ๆ จึงมาทํา เรื่องเช่นนี้?
หรือว่าเจ้าของร้านจะมีเรื่องบาดหมางอะไรกับวังประสานฟ้า เลย ถูกแก้แค้น?
แต่ว่าไม่นาน ก็มีเรื่องที่หลี่มู่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นอีก
หลังจากจบการปล้นร้านค้านี้แล้ว ทั้งหมดยังไม่จบสิ้น
ศิษย์วังประสานฟ้าหลายสิบคนแบ่งออกเป็นสิบกลุ่ม เริ่มทําการ บุกปล้นสะดมร้านค้า เรือนอาศัย สิ่งปลูกสร้างรอบตัวพวกเขาอย่างไม่ แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นคนที่ดิ้นรนขัดขืน หรือว่าจะเป็นเจ้าของในสิ่ง
ปลูกสร้างเหล่านั้นที่หยิบยื่นสิ่งของให้ ก็ล้วนถูกวังประสานฟ้าสังหาร จนสิ้นไม่เหลือแม้แต่คนเดียว!
ในพริบตา ศิษย์วังประสานฟ้าได้ปล้นสะดมไปจนหมดถนน
เลือดสดไหลนองไปกับสายน�าในค�าคืนฝนพรํา
หลี่มู่จ้องมองด้วยความสะเทือนเย็นเยือก
คนของวังประสานฟ้าเหล่านี้ เลวเสียยิ่งกว่าโจรชั้นต�าที่ชั่วร้ายเลว ทรามเสียอีก เป็นพวกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ต่อให้เหล่าเจ้าของบ้านจะหยิบ ยื่นทรัพย์สินให้เพื่อร้องขอชีวิต ก็ยังหนีความตายไม่พ้น
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน?
เพียงไม่นาน หลี่มู่ก็ได้เห็นเรือเหาะหรูหราทะยานผ่านม่านฝนเข้า มา
มู่ซุ่นยืนอยู่ด้านหน้าสุดของเรือเหาะ กางเกราะยันต์คุ้มครองสกัด กั้นสายฝนออกไป
มู่ซุ่นในตอนนี้ ปณิธานฮึกเหิม
มองไปยังถนนด้านล่างที่ถูกปล้น เขาไม่เพียงแต่ไม่คิดที่จะหยุดยั้ง แต่กลับชี้ไปยังถนนสายอื่นต่อ ในดวงตาเปล่งประกายความละโมภ เอ่ย
ขึ้นกับคนสนิทข้างกายว่า “ถนนหลายสายนี้มีบ้านของเศรษฐีอยู่หลาย หลัง จัดการปล้นมาเสียให้หมด โอกาสนี้หาได้ยากยิ่ง หากพลาดไปก็ไม่ รู้ว่าครั้งหน้าจะมาอีกตอนไหน”
พวกลูกน้องคนสนิทเหล่านั้น รีบพาเหล่าศิษย์วังประสานฟ้าในเรือ เหาะด้านหลัง ลงเปิดฉากปล้นสะดมล่าสังหาร
หลี่มู่ในตอนนี้จึงเข้าใจขึ้นมา พวกวังประสานฟ้านั้นออก ปล้นสะดมอย่างออกหน้าไม่เกรงกลัวเลยนี่นา
ศิษย์วังประสานฟ้าที่รับผิดชอบการเตือนระวังได้ทําการปิดตายใน ทุกๆ ด้าน คนนอกอย่าว่าแต่จะเข้ามาเลย กระทั่งเข้าใกล้ก็ยังไม่ได้ และ ยังมีคนวางค่ายกลเอาไว้รอบด้านถนน เพื่อสกัดกั้นการแอบดู ต่อให้ เสียงตะโกนสังหารในถนนจะดังสนั่นฟ้า เสียงคํารามและอ้อนวอนก็ไม่ สามารถลอดออกไปได้แม้แต่น้อย
ศิษย์วังประสานฟ้าเหล่านี้แบ่งงานกันชัดเจน ทํากันอย่างชํานิ ชํานาญ แสดงให้เห็นว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาทําเป็นครั้งแรก
หลี่มู่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
ถึงแม้จะมีความสัมพันธ์อริศัตรู ทว่าในเขตดาราเทพวีรชน วัง ประสานฟ้าก็ยังถือว่าเป็นฝ่ายธรรมะ แต่กลับมาแอบทําเรื่องที่ทั้งคนทั้ง เทพก็ล้วนเกลียดชังเช่นนี้ นี่มันเป็นวิถีมารที่ยิ่งกว่าวิถีมารเสียอีก
หลี่มู่นิ่งงั่นอยู่ครู่ใหญ่ แอบใช้วิชากระจกน�าบันทึกเรื่องที่เกิดขึ้น เอาไว้ทั้งหมด
เขาไม่ใช่ว่าไม่คิดที่จะลงมือ ทว่ายังไม่มีพลังเพียงพอ
เขาในตอนนี้ถ้าเปิดเผยตัวตนออกไปคงยากที่จะปกป้องตนเองได้ ไหนจะยังต้องหาวิธีในการช่วยเหลือกัวอวี่ชิงอีก
ชีวิตคนในโลกที่วุ่นวายก็เหมือนกับมดแมลง
เขาถือโอกาสที่คนอื่นไม่ทันสังเกตใช้วิชามายาอําพรางตัว เข้าไป ยังด้านในของซอยสายฝน

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จอมศาสตราพลิกดารา