เข้าสู่ระบบผ่าน

จอมศาสตราพลิกดารา นิยาย บท 615

แต่ถังเฉียนเยี่ยนส่ายหน้า “เรื่องนี้ข้าไม่สามารถบอกท่านได้แล้ว บางทีผู้อาวุโสเหล่านั้นของท่านจะยังคงมีการแลกเปลี่ยนกับเครือข่าย เซียนจริงๆ แต่ว่า ด้วยสิทธิ์การเข้าถึงของข้านั้นไม่อาจสัมผัสถึงพวก เขาได้ ต่อให้รู้ ทว่าด้วยกฎของเครือข่ายเซียน ด้วยขอบเขตพลังฝึกตน ของท่านในตอนนี้ก็ไม่อาจสัมผัสถึงข้อมูลระดับนั้นได้”

เอ่อ!

หลี่มู่เหงื่อตกทันที

หลี่มู่ตัดสินใจถอนคําพูดเมื่อก่อนหน้านี้

คุณถังผู้นี้ยังจะมีวาทะศิลป์อะไรอีกที่ไหน พูดได้ตรงขนาดนี้

นี่กําลังบอกอยู่ชัดๆ ว่า เจ้ายังอ่อนแอเกินไป ยังห่างชั้นไร้ซึ่ง ความสามารถอยู่อีกไกล

นี่มันแทงดาบลงมาบนปากแผลตรงๆ เลยชัดๆ

แต่ว่า สิ่งที่ทําให้หลี่มู่รู้สึกตกใจก็คือ ฐานะและตําแหน่งของ เหลาจื่อ หลี่ไป๋ และคนอื่นๆ สิทธิ์การเข้าถึงสูงจนถึงขั้นแม้แต่ถังเฉียน เยี่ยนยังไม่อาจสัมผัสได้

นี่ก็เป็นการพิสูจน์แล้วว่า พลังฝึกตนที่แท้จริงของพวกเขา เกรงว่า จะเหนือกว่าความคิดของหลี่มู่ อย่างน้อยๆ ก็เหนือกว่าขั้นขุนพล

เพราะเห็นได้ชัดว่าหลี่มู่ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นขั้นขุนพล เป็น ถังเฉียนเยี่ยนมาเจรจา เช่นนั้นก็เป็นการบ่งบอกสิทธิ์การเข้าถึงของ ถังเฉียนเยี่ยนว่า จะต้องรวมถึงขั้นขุนพลด้วยอย่างแน่นอน

“เอกสารข้อมูลอื่นๆ ที่อยู่ในขอบเขตสิทธิ์การเข้าถึงท่านสามารถ สืบค้นได้ในเครือข่ายเซียน ขอแค่จ่ายเงินเป็นอันใช้ได้” ถังเฉียนเยี่ยน พูดพลางถอยหลังไป หายไปจากภาพฉากหน้าเครือข่ายเซียนอย่างช้าๆ “วันหน้าหากมีข้อเรียกร้องอะไรพิเศษ สามารถใช้การติดต่อส่วนตัว สิทธิ์การเข้าถึงลูกค้าผู้มีเกียรติติดต่อข้าได้ แน่นอน นั่นต้องจ่ายเงิน หวังว่าพวกเราจะร่วมมือกันอย่างมีความสุข”

เงาร่างของเขาหายไปโดยสมบูรณ์ หลี่มู่อ้าปากค้าง ยังไม่ทันจะถามเรื่องอื่นๆ คนก็หายไปแล้ว “หนีเร็วจริงๆ”

หลี่มู่บ่น

เขารู้สึกว่า คําว่า ‘จ่ายเงิน’ สองคําสุดท้ายนั่นของถังเฉียนเยี่ยน เป็นการบอกตนว่า เรื่องบรรพกาลในอดีตเกี่ยวกับโลกที่ตอบมาก่อน หน้านี้นับว่าแถมให้เปล่าๆ เตือนเขาอย่างจงใจว่าให้จําน�าใจครั้งนี้เอาไว้ …ทําไมรู้สึกว่าวาทะศิลป์ของคุณถังผู้นี้กลับมาอีกแล้ว?

แต่ว่า การสนทนาอย่างสบายๆ ครั้งนี้ สําหรับหลี่มู่แล้วมี ความหมายเป็นอย่างมาก

อย่างแรกหลี่มู่ยิ่งเข้าใจในความสามารถของเครือข่ายเซียน อันดับ สองเป็นการบอกหลี่มู่ว่าเหล่าปรัชญาเมธีในห้วงดาราสมุทรน่าจะ แข็งแกร่งมาก ทําให้หลี่มู่ตระหนักได้ว่าก่อนหน้านี้ตนอาจจะมอง เรื่องราวว่าหนักหน่วงเกินไป สถานการณ์ที่ ‘นักโทษผู้ผิดบาป’ เผชิญ ในตอนนี้ไม่ได้ยากลําบากเหมือนในอดีต ผู้ฝึกฝนส่วนใหญ่ในห้วงดารา สมุทรก็ค่อยๆ ‘ยอมรับ’ นักโทษผู้ผิดบาปบ้างเล็กน้อย ไม่ได้อยู่ใน สภาพการณ์ที่ใครๆ ต่างตะโกนจะฆ่าแกง

แน่นอน เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ก็เท่านั้น

ก็เหมือนกับที่ถังเฉียนเยี่ยนกล่าว การต่อต้านนักโทษผู้ผิดบาปของ เหล่าผู้ฝึกฝนในห้วงดาราสมุทรเปลี่ยนจากความแค้นในอดีตกลายเป็น ความเคยชินในปัจจุบัน หรือจะพูดให้ตรงประเด็นอีกหน่อยก็คือ ไม่ควร

ใช้คําว่า ‘นักโทษผู้ผิดบาป’ มานิยาม แต่ควรจะเรียกว่า ‘ดาววินาศ’ สิ่ง ที่เหล่าผู้ฝึกฝนยิ่งกังวลคือการปรากฏตัวของนักโทษผู้ผิดบาปจะ เหมือนกับยุคบรรพกาล นํามาซึ่งการฆ่าล้างอีกครั้งหรือไม่

เปลี่ยนแปลงทัศนคติเช่นนี้ยากลําบากมาก

ยกตัวอย่างเช่นหลี่มู่ในตอนนี้ เมื่อซัดสุนัขโลกันต์สามหัวเละ ใน เขตดาราเทพวีรชนก็น้อยนักที่จะมีใครมาหาเรื่อง

แต่ไม่กล้าหาเรื่องก็ไม่ได้หมายความว่าเหล่าผู้ฝึกฝนนับแต่นี้เป็น ต้นไปจะไม่นินทาลับหลังหลี่มู่ และจะไม่มองว่าหลี่มู่ว่าเป็น ‘ดาววินาศ’

บางเรื่องก็ไม่ใช่เรื่องที่พลังแข็งแกร่งหรืออ่อนแอจะสามารถ เปลี่ยนแปลงได้จริงๆ

หลี่มู่ถอนหายใจ ออกจากระบบเครือข่ายเซียน

เขาตัดสินใจไม่ไปสนใจเรื่องราวบนเครือข่ายเซียนชั่วคราว

ก่อนหน้านี้เขาลองซื้อ ‘โอสถคืนวิญญาณสมบูรณ์’ แต่สุดท้ายสิทธิ์ การเข้าถึงเครือข่ายตลาดมืดของเขากลับไม่อาจค้นหาซื้อโอสถชนิดนี้ ได้ น่ากลัวว่ายานี้จะไม่ธรรมดา ดังนั้นหลี่มู่ตัดสินใจรอก่อน รอให้สิทธิ์ การเข้าถึงแขกผู้มีเกีรยติของเครือข่ายเซียนมาถึง ยกระดับสิทธิ์การ เข้าถึงแล้วค่อยว่ากัน

สําหรับ กระแสวิพากย์วิจารณ์ใน ‘เหตุการณ์เทพวีรชน’ หลี่มู่ก็ไม่ ไปสนใจเป็นการชั่วคราวเช่นกัน

ผู้อ่อนแออวดดีปากเก่ง

ผู้แข็งแกร่งไม่เคยหันกลับมามองควันระเบิด

หาวิธีติดต่อพี่กัวก่อนดีกว่า

หลี่มู่มองติงอี้ที่สลบไม่ได้สติอยู่บนเตียงหินก็พลันรู้สึกว่า ‘รวม ทักษะสืบข่าวในตัว’ ผู้นี้มีความสําคัญมากจริงๆ

หากตอนนี้ติงอี้ตื่นอยู่ล่ะก็ อย่างมากประมาณครึ่งชั่วยามก็สืบข่าว ร่องรอยของกังอวี่ชิงได้แล้ว

แต่ตอนนี้หลี่มู่ต้องคิดหาวิธีเองแล้ว

วันนั้นรีบร้อน แต่เดิมคิดว่าหลังจากจัดการเรียบร้อยแล้ว ไม่นานก็ จะตามพวกพี่กัวได้ ดังนั้นหลี่มู่จึงไม่ได้ถามเด็กสาวที่ชื่อจั่วชิงชิงว่า โกดังลับของสํานักดาราแปดดินแดนอยู่ที่ใด อย่างไรเสียก็เป็นโกดังลับ นี่นา หากหาเจอง่ายๆ น่ากลัวว่าคงถูกคนของวังประสานฟ้าหาเจอไป แล้ว จะยืดมาจนเกือบสองเดือนได้อย่างไร?

หลี่มู่คิดไปคิดมาก็ตัดสินใจรออยู่ที่โรงเตี๊ยมหอเซียน

ข่าวที่ว่าเขาอยู่ที่โรงเตี๊ยมหอต่างรู้กันหมด ลือให้แซ่ดไปทั่วทั้ง เมืองพายุดารา อย่างไรเสียตอนนี้เขาก็เป็น ‘บุคคลยิ่งใหญ่’ ที่ดึงดูด สายตา ซัดบุคคลร้ายกาจขั้นขุนพลจนหมอบ แต่ละฝ่ายต่างกําลังจับตา มอง เป้าหมายชัดเจนมาก หากพวกพี่กัวรู้ว่าภายนอกเกิดอะไรขึ้น จะต้องตามมาหาอย่างรวดเร็วแน่นอน พวกเขามาหาหลี่มู่ง่ายกว่าหลี่มู่ ไปตามหาพวกเขา

วันหนึ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว

การทํางานของเครือข่ายเซียนเร็วจนน่าตกใจ

คืนวันนั้นหลี่มู่ก็ได้รับสิทธิ์การเข้าถึงลูกค้าผู้มีเกียรติของตัวเอง

มันเป็นป้ายผลึกหินสีเงินขนาดเท่าฝ่ามือ หนาประมาณหนึ่งนิ้วมือ ที่ขอบล้วนสลักไว้ซึ่งอักษรแปลกประหลาดถี่ยิบ ตาเปล่าแทบจะมองไม่ เห็นทิศทางและเค้าโครงของมัน ทําให้หลี่มู่รู้สึกว่าเจ้านี่เหมือนซีพียู

ต้องยอมรับว่านี่น่าจะเป็นค่ายกลระดับสูงสุดวิชาหลอมโลหะของ อารยธรรมวิถียุทธ์

หลังจากถ่ายทอดปราณแท้เข้าไป ภาพเดี่ยวภาพหนึ่งก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นในหัวของหลี่มู่

ตอนนี้หลี่มู่ไม่มีอะไรต้องลังเลอีกต่อไป จ่ายเงินเต็มจํานวนทันที ‘โอสถคืนวิญญาณสมบูรณ์’ สามเม็ดหมดเลย——ช่วยติงอี้เม็ดเดียวก็ น่าจะพอแล้ว แต่ยาชนิดนี้สรรพคุณไม่ธรรมดา อีกทั้ง ‘โอสถคืน

วิญญาณสมบูรณ์’ ก็ต้องใช้เวลาถึงจะหลอมออกมาได้ หายากล�าค่ายิ่ง หลี่มู่คิดว่าตัวเองท่องไปในยุทธจักรห้วงดาราไม่มีทางสุขสงบราบเรียบ แน่นอน ดังนั้นเตรียมยาเอาไว้บ้าง กันไว้ดีกว่าแก้

อย่างไรเสียตอนนี้พวกเราก็มีเงินแล้วนี่นา

จากนั้นหลี่มู่ก็สืบค้นข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับนักโทษผู้ผิดบาป สืบค้นอะไรออกมาได้มากมาย แต่ส่วนมากต้องจ่ายเงินอ่าน

หลังจากหลี่มู่จ่ายเงินอ่านแล้วก็พบว่าโดยพื้นฐานแล้วก็คล้ายๆ กับ ที่ถังเฉียนเยี่ยนบอก ในนั้นมีข้อมูลเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับเหลาจื่อ หลี่ไป๋และคนอื่นๆ ไม่ได้อะไรคืบ หน้าเนื้อหาที่ละเอียดขึ้นไปอีกก็ใส่ รหัสไว้ ต่อให้หลี่มู่จ่ายเงินก็ไม่อาจอ่านได้ น่าจะเป็นเหตุที่ถังเฉียนเยี่ย นบอกไว้ คือสิทธิ์การเข้าถึงของหลี่มู่ยังไม่เพียงพอ

ทําได้แค่ล้มเลิกก่อนชั่วขณะ

แต่ว่า หลี่มู่ก็พบข้อมูลอะไรบางอย่างที่เหลือเชื่อชวนให้เขาตื่น ตะลึงเป็นอย่างมาก

ที่แท้ ในโลกดาวทุรกันดาร ศึกระหว่างเก้าสํานักและลัทธิภูเขาสู่ ตอนนั้น ที่นอกโลกดาวทุรกันดารก็มีศึกใหญ่ปะทุขึ้นเช่นกัน เป็นการ ต่อสู้ระหว่าง ลูกศิษย์ผู้สืบทอดของสํานักใหญ่ต่างๆ ในเขตดาราเทพวีร ชนที่มุ่งหน้าไปโลกดาวทุรกันดารเพื่อสนับสนุนเก้าสํานักกับ ‘เทียนจุน’

และเพราะการขัดขวางจาก เหล่า ‘เทียนจุน’ จึงทําให้สี่เมืองสามสํานัก สองตระกูลแห่งโลกดาวทุรกันดารไม่ได้รับการช่วยเหลือจากนอกพิภพ ถูกหลี่มู่ฆ่าเรียบ

เรื่องนี้จํากัดในวงแคบเป็นอย่างมาก ทําให้ผู้ฝึกฝนทั่วไปมากมายในเขตดาราเทพวีรชนไม่รู้เลย หลี่มู่อ่านจบก็อดเหงื่อซึมทั่วร่างไม่ได้ ที่แท้ยังมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกด้วย

หากไม่มีการขัดขวางจากพวก ‘เทียนจุน’ เกรงว่าผลสุดท้ายศึก ธรรมะและมารที่ว่าบนโลกดาวทุรกันดารไม่มีทางเป็นแบบตอนนี้ แน่นอน

มิน่าเล่า ตอนที่ ‘เทียนจุน’ ขัดขวางร่างเวทแท้จริงของทาสใน เหมืองแร่ สําหรับหลี่มู่ นี่เป็นครั้งที่สองที่ทําให้เขารู้สึกตกใจ นี่ หมายความว่าอันที่จริงแล้วทุกสิ่งที่เกิดขึ้นที่โลกใบนี้ ‘เทียนจุน’ น่าจะ พอรู้ อีกทั้งอันที่จริงแล้วเป็นเขาและสหายของเขาลงมือช่วยเหลืออย่าง ลับๆ ช่วยให้ลัทธิภูเขาสู่โลกดาวทุรกันดารผ่านมาได้เคราะห์หนึ่ง

ตอนนั้นหลี่มู่ยังเคยบ่นว่าทําไมเก้าสํานักมีเซียนนอกพิภพอย่าง สตรีชุดผ้าโปร่งบางสีดําช่วยเหลือ แต่ลัทธิภูเขาสู่กลับโดดเดี่ยวหัวเดียว กระเทียมลีบ…ที่แท้มันไม่ใช่แบบนั้น

ข่าวเช่นนี้ทําให้ใจของหลี่มู่ฮึกเหิมขึ้นมาอีก

นี่หมายถึงว่านอกจากเหลาจื่อ หลี่ไป๋ เหล่าปรัชญาเมธีของโลก แล้ว ลัทธิภูเขาสู่ในเขตดาราเทพวีรชนก็ไม่ได้โดดเดี่ยว หัวเดียว กระเทียมลีบ

หลี่มู่คิดถึงประโยคที่ถังเฉียนเยี่ยนพูดไว้

“ผู้อาวุโสเหล่านั้นของเจ้า ในห้วงดาราสมุทรแห่งนี้ก็เคยเจิดจ้า เปล่งประกายอยู่ช่วงหนึ่ง พวกเขาไม่ได้มีแค่ศัตรู แต่ก็มีสหายด้วย”

สหาย คําๆ หนึ่งที่ล�าค่าปานใด

โดยเฉพาะสําหรับเหล่านักโทษผู้ผิดบาป

……………………………………………………

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จอมศาสตราพลิกดารา