“เห็นได้ชัดว่ามู่หรงอวี้มีเจตนาที่ไม่ดี หากท่านไปอาจจะไม่ได้กลับมาอีก”
ซูจิ่นเอ๋อร์กล่าวอย่างเหนื่อยล้า “แต่ตอนนี้พวกเราอยู่ในอาณาเขตของเขา จะไปหรือไม่ไปก็ดูเหมือนค่าเท่ากัน”
ซูจื่อชิงถึงกับสำลัก แล้วถลึงตาใส่ซูจิ่นเอ๋อร์อย่างเอือมระอา
“ทำอย่างไรดี?” หลายคนเริ่มเป็นกังวล
ซูจิ่งสิงเหลือบมองพวกเขา นัยน์ตาเคร่งขรึมเล็กน้อย หากมู่หรงอวี้ทำการบุ่มบ่ามขึ้นมาจริง ๆ เขาคงต้องชิงเปิดเผยคนในความลับก่อน
“ข้าจะไปเป็นเพื่อนท่านเอง”
ทันใดนั้น กู้หว่านเยว่ก็คว้ามือของเขา และฉีกยิ้มพลางกล่าว
“แค่กินข้าวมื้อเดียว ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ท่านวางได้ มู่หรงอวี้ไม่กล้าทำอะไรท่านอย่างเปิดเผยหรอก”
แต่ถ้าเขาคิดจะแทงข้างหลังก็ไม่แน่
ถึงต่อให้เขาจะแทงข้างหลัง กู้หว่านเยว่ก็มีวิธีต่อกรกลับไป
ซูจิ่งสิงมองนางอย่างซาบซึ้ง “หว่านเยว่ ขอบใจเจ้ามาก”
“อย่าใช้สายตาชวนขนลุกเช่นนี้มองข้าเชียว” กู้หว่านเยว่ไอกระแอมหนึ่งเสียง ก่อนจะโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
เหตุใดคำขอบคุณของบุรุษผู้นี้ถึงได้ลึกซึ้งเช่นนี้?
หลังจากที่ทั้งสองคนเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้ว ก็เดินตามไปยังลานด้านหน้า
ระหว่างทาง เด็กรับใช้คนนั้นได้เหลือบมองพวกเขาด้วยสายตาคลุมเครือ แล้วกล่าวเตือนว่า “ทั้งสองท่าน โปรดระวังอาหารมีพิษ”
“ว่าอย่างไรนะ?” กู้หว่านเยว่ตะลึงเล็กน้อย ในขณะที่กำลังจะถามว่าเหตุใดเด็กรับใช้คนนั้นถึงบอกพวกเขา ก็เห็นพ่อบ้านเข้ามาต้อนรับพวกเขาพอดี
นางรีบปิดปาก จากนั้นก็มองเด็กรับใช้คนนั้นด้วยสายตาใคร่สงสัย ในใจของนางตอนนี้พยายามคิดหาหนทางรับมือในขั้นต่อไปแล้ว
ไม่นานทั้งสองคนก็เดินมาถึงห้องอบอุ่น
มู่หรงอวี้ออกมาต้อนรับพวกเขาด้วยรอยยิ้ม แต่ทันใดนั้นเขาก็ถูกกู้หว่านเยว่ที่แต่งตัวสะอาดสะอ้านดึงดูดสายตาไป
“ท่านนี้คือ?”

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชายาแพทย์พลิกชะตา
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...
เติมเงินด้วยบัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...