เข้าสู่ระบบผ่าน

ชายาแพทย์พลิกชะตา นิยาย บท 17

ดึกดื่นค่อนคืนที่ทุกคนกำลังนอนหลับ ทันใดนั้นท้องฟ้ายามราตรีก็เกิดปรากฏการณ์ฟ้าร้องเสียงดังสนั่น ตามมาด้วยฝนที่ตกปรอย ๆ ก่อนจะก่อตัวขึ้นเป็นฝนตกห่าใหญ่

“แย่แล้ว ฝนตกหนัก....”

ทุกคนต่างสะดุ้งตื่นจากความฝัน กระทั่งพบว่าตัวเองนั้นเปียกโชกไปทั้งตัวแล้ว

ในทางกลับกันกู้หว่านเยว่ คนของบ้านสามที่นางพากลับมารับรู้เหตุการณ์ได้ล่วงหน้าจึงรีบซ่อนตัวอยู่ในกระโจม ดังนั้นจึงไม่มีใครเปียกฝนสักคน

เหล่านักการในศาลาว่าการที่ซ่อนตัวอยู่ในกระโจมต่างรู้สึกตื่นเต้นอยู่ในใจ

“โชคดีที่พวกเราเรียนรู้วิธีการกางกระโจมมาจากแม่นางกู้ ไม่อย่างนั้นพวกเราคงได้เปียกฝนกันหมดแล้ว”

จางเอ้อร์แสดงสีหน้าพอใจ

ซุนอู่ตอบ “อื้อ” คำเดียว แม้ว่าน้ำเสียงจะแข็งกระด้าง แต่สายตายังแฝงไปด้วยความชื่นชม

กู้หว่านเยว่คนนี้มีประโยชน์มากจริง ๆ

แต่เหตุการณ์นี้สร้างความไม่พอใจให้กับคนอื่น ฝนที่ตกกระหน่ำลงมาโดยไม่ทันตั้งตัว แม้แต่ที่หลบฝนพวกเขาก็ยังไม่มี

ผู้ใหญ่ยังเอาตัวรอดได้ แต่เด็กและอาวุโสจะทนฝนที่ตกหนักขนาดนี้ได้อย่างไร?

ทางฝั่งตระกูลเหยียนที่โดนรื้อค้นก็กำลังประสบปัญหาเดียวกัน เหยียนฮูหยินอุ้มเด็กน้อยวัยห้าขวบอยู่ในอ้อมอกและซ่อนตัวอยู่ใต้เสื้อคลุมตัวนอกของผู้เป็นสามี

แต่ไม่นานเสื้อคลุมตัวนอกก็โดนเม็ดฝนจนเปียกโชก และหยดลงมาบนตัวของเด็กน้อย

เหยียนฮูหยินเห็นกระโจมที่มีกองไฟส่องแสงสว่างอยู่ไม่ไกลนัก นางจึงกัดฟันอุ้มเด็กน้อยวิ่งฝ่าฝนไปยังทิศทางนั้น

“แม่นางกู้ ช่วยข้าด้วย ให้ลูกของข้าได้หลบฝนหน่อยเถอะ”

“เขาเป็นลมแดดเมื่อตอนกลางวัน หากโดนฝนที่หนักหน่วงนี้อีกครั้ง เกรงว่าเขาอาจจะตายได้”

กู้หว่านเยว่ไม่อยากยุ่งเรื่องชาวบ้าน

แต่เมื่อเห็นเด็กน้อยที่มีอายุไม่ถึงสี่ขวบในอ้อมอกของเหยียนฮูหยิน ใบหน้าของเขาในตอนนี้ซีดเผือด ริมฝีปากก็ซีดเซียวไร้เลือดฝาด

หากเขาโดนฝนที่ตกหนักครั้งนี้ สวรรค์คงได้พรากชีวิตของเขาไปแน่

เด็กน้อยผู้ไร้เดียงสา

นางก็เลยใจอ่อน “เอาเด็กน้อยมาให้ข้า”

ตระกูลเหยียนเป็นอีกตระกูลที่โดนเนรเทศพร้อมกับตระกูลซู หลายวันมานี้กู้หว่านเยว่เล่นละครกับตระกูลซู เหยียนฮูหยินก็เห็น

เหยียนฮูหยินคิดว่ากู้หว่านเยว่เป็นคนที่มีจิตใจแข็งกระด้างที่ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว คิดไม่ถึงว่านางจะตอบตกลง เหยียนฮูหยินคุกเข่าลงบนฟื้นและร้องไห้ด้วยความดีใจ

“ขอบคุณ ขอบคุณเจ้ามาก”

“ฟู่เหรินลุกขึ้นเถอะ แต่กระโจมของข้าค่อนข้างเล็ก คงให้อยู่ได้แค่เด็กน้อยคนเดียว” กู้หว่านเยว่กล่าวอ้อมค้อม

นางช่วยเด็กได้ แต่คงช่วยผู้ใหญ่ไม่ได้ นางไม่ใช่เทพสวรรค์

เหยียนฮูหยินเข้าใจทันที นางรีบกล่าวว่า “ให้ลูกน้อยของข้าได้หลบฝน ข้าก็ซาบซึ้งมากแล้ว”

เหยียนฮูหยินกล่าวขอบคุณด้วยความซึ้งใจ

กู้หว่านเยว่เห็นพวกเขาเปียกโชกทั้งตัว ก็อดสงสารไม่ได้จึงชี้ไปยังรูปกระโจมที่นักการวาดไว้บนพื้น

“ฝนตกครั้งนี้ไม่รู้ว่าจะหยุดเมื่อไหร่ ข้าคิดว่าในกระโจมของนักการน่าจะมีผ้าใบ พวกเจ้าไปซื้อที่นั่นได้ แล้วกางกระโจมตามภาพกระโจมนี้ เอาไว้กันฝน หากปล่อยไว้แม้แต่ผู้ใหญ่ก็อาจจะทนความเหน็บหนาวของฝนกที่ตกหนักครั้งนี้ไม่ได้”

เหยียนฮูหยินและนายท่านเหยียนกล่าวขอบคุณอีกครั้ง จากนั้นก็รีบตรงไปซื้อผ้าใบจากกระโจมของนักการทันที

เมื่อคนอื่น ๆ เห็นภาพนั้น ก็พากันมุงเข้ามาดูภาพวาด จากนั้นก็ตรงไปซื้อผ้าใบกางกระโจมตามสองคนนั้น

คนของบ้านใหญ่ตระกูลซูเปียกโชกเป็นไก่แช่เหล้า ฝนที่ตกกระหนำครั้งนี้ค่อนข้างหนักหนา พวกเขาอยู่ดีกินดีมาตลอด ไหนเลยจะทนได้?

ไม่นาน คนของนางก็ประคองหญิงชราออกมา

“กู้หว่านเยว่ เจ้าดูสิว่าในกระโจมของเจ้ายังพอมีที่ให้คนแก่อย่างข้าหลบฝนอีกไหม?”

ในเมื่อแข็งข้อไม่ได้ นางเฉียนจึงยอมเสียหน้าเป็นฝ่ายอ่อนลงเอง

“หลี่ซือซือกล่าวว่า “ท่านย่าอายุมากแล้ว โดนฝนเช่นนึ้คงไม่ดีแน่ ท่านพี่ ท่านใจเห็นใจให้พวกข้าเข้าไปหลบฝนในกระโจมของท่านเถอะ”

กู้หว่านเยว่ไม่มีทางตามใจพวกเขา “ไม่ให้ จะหลบฝนก็ไปหลบที่อื่น”

“เจ้า....” สายตาของหญิงชราเต็มไปด้วยความโกรธเคือง นางหันไปมองซูจื่อชิงและซูจิ่นเอ๋อ

หากเป็นเมื่อก่อน ทั้งสองคนยังมีน้ำใจบ้าง

แต่ตอนนี้....ทั้งสองคนไม่อยากเห็นหน้าตระกูลซูด้วยซ้ำ

“ขอโทษนะ พี่สะใภ้เป็นคนสร้างกระโจมนี้ พวกเราไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ”

เมื่อเห็นซูหัวหลินมีไข้สูง แต่ในเมือกลับไม่มียารักษา ทุกคนต่างเริ่มเป็นกังวล

ในขณะที่กู้หว่านเยว่เก็บกระโจมและเริ่มลงมือต้มโจ๊ก นางก็ได้ยินพวกเขาหลี่ซือซือและซูเช่อ

หลี่ซือซือตาแดงก่ำ นางมักจะเบนสายตามองไปมาทางกู้หว่านเยว่ด้วยแววตาเกียดแค้น

นางจำได้ว่ากู้หว่านเยว่ซื้อสมุนไพรไปแล้ว แต่ไม่ได้เอ่ยเตือนทุกคน!

กู้หว่านเยว่ขี้เกียจสนใจนาง รีบตกโจ๊กใส่ถ้วย จากนั้นก็ยกไปให้บ้านสามทุกคน ทั้งยังแบ่งให้เด็กน้อยเหยียนซือหยวนที่ตระกูลเหยียนนำมาฝาก

เมื่อคืนเหยียนซือหยวนได้รับการป้อนยาหอมเพิ่มพลัง เวลานี้เขาตื่นแล้ว

นัยน์ตาสีดำทมิฬกลมโตของเขาจ้องมองกู้หว่านเยว่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเลื่อมใส

ในใจของเขา กู้หว่านเยว่ที่ช่วยชีวิตเขาไว้ก็เหมือนกับนางฟ้าที่ลงมาจุติบนโลก

แต่เขาไม่ได้รับโจ๊กมันเทศที่กู้หว่านเยว่ยื่นมาให้ในทันที ถึงแม้ว่าจะหิวกระหายมาก

“ทำไมไม่กินล่ะ?” กู้หว่านเยว่เห็นมือเล็กที่คอยระมัดระวัง เขาก็อดยิ้มไม่ได้

การดูแลเด็กน้อยที่น่ารักคนนี้ น้ำเสียงของนางดูอ่อนโยนลงไม่น้อย

เหยียนซือหยวนเขินอาย และกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าให้โจ๊กถ้วยนี้กับเจ้า หากเจ้ายังรู้สึกเกรงใจ ก็ช่วยข้าล้างชามก็ได้ดีไหม?”

“ขอรับ!” เหยียนซือหยวนพยักอย่างว่านอนสอนง่าย จากนั้นก็รับชามโจ๊ะ แต่เขาไม่ได้กินหมดในคราวเดียว เขายังคอยถามขึ้นอีกว่า

“พี่กู้ ข้าขอโจ๊กชามนี้ไปให้ท่านพ่อและท่านแม่กินด้วยได้หรือไม่?”

กู้หว่านเยว่ตกตะลึง ก่อนจะกล่าวว่า “ได้แน่นอน”

เหยียนซือหยวนคลี่ยิ้ม จากนั้นก็ถือถ้วยโจ๊กเดินไปหาเหยียนฮูหยินและผู้อาวุโสเหยียน

เขายื่นโจ๊กชามนี้ให้พวกเขากินก่อน

เหยียนฮูหยินกอดบุตรชายที่กลับมาแข็งแรงคนนี้ ก่อนจะมองโจ๊กในชาม นางเบนสายตากลับมามองกู้หว่านเยว่ด้วยความซาบซึ้ง

ตอบแทนซึ่งกันและกัน

ตลอดทาง ผุ้อาวุโสเหยียนต่างขอบคุณกู้หว่านเยว่ด้วยความจริงใจ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชายาแพทย์พลิกชะตา