“ท่านป้า ปล่อยพวกเราไปเถอะ พวกเราเป็นนักโทษ หากทางการรู้เข้า ท่านต้องเดือดร้อนแน่ ๆ”
ซูจิ่นเอ๋อร์พยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเอง แล้วเลียนแบบท่าทางยามปกติของพี่สะใภ้ เพื่อเจรจากับอีกฝ่าย
“ท่านเป็นนักธุรกิจ ก็แค่ต้องการเงินมิใช่หรือ?
แค่ท่านส่งพวกเรากลับไป ท่านจะเอาเงินเท่าไหร่ก็ได้”
แม่เล้าเหลือบมองซูจิ่นเอ๋อร์ แล้วส่งเสียงจุ๊ ๆ
“เด็กดี ดูสิเจ้าร้องไห้จนตาบวมหมดแล้ว
แม่น่ะต้องการเงินจริง ๆ แต่ดูเจ้าสิ หน้ากลม ตาโต น่ารักขนาดนี้เชียว
ถึงแม้ใบหน้าจะคล้ำแดด แต่ถ้าบำรุงดี ๆ ก็หายแล้ว
แล้วก็คนที่อยู่ข้าง ๆ เจ้า ท่าทางเย็นชาแบบนี้ จะเป็นหญิงคณิกาอันดับหนึ่งก็ถือว่าไม่เกินไป
เพราะงั้นเก็บพวกเจ้าไว้ ถึงจะหาเงินได้มากกว่า!”
ยิ่งแม่เล้ามองพวกนางสองคนก็ยิ่งพอใจ จะยอมปล่อยพวกนางกลับไปได้อย่างไร
“พวกเจ้าเลิกคิดที่จะหนีไปได้เลย ไม่อย่างนั้นถ้าถูกจับกลับมา พวกเจ้าจะต้องเจอบทลงโทษที่สาสม!”
แม่เล้าขู่พวกนางเอาไว้
ซูจิ่นเอ๋อร์เห็นว่าตัวเองพูดดี ๆ แล้ว แต่แม่เล้ากลับไม่ฟัง จึงเริ่มรู้สึกโมโห
“ข้าคุยกับท่านดี ๆ ท่านรีบปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่ปล่อยข้า พอพี่ใหญ่และพี่สะใภ้ของข้ามาตามหา จะต้องถลกหนังพวกท่านแน่!”
“โอ้ เช่นนั้นก็ให้พวกเขามาถลกหนังข้าสิ”
แม่เล้าเป็นคนในวงการ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางทำลายหญิงสาวดี ๆ ไปไม่น้อย แล้วคำขู่แบบไหนที่นางจะไม่เคยได้ยิน?
คำขู่แค่นี้ มันก็แค่จั๊กจี้เท่านั้น
อีกอย่าง แม่นางที่จ่ายเงินก็บอกแล้วว่า พวกนางเป็นนักโทษเนรเทศ กำลังจะไปทางเหนือ
แล้วจะตามมาเอาตัวคนกลับไปได้อย่างไร?
“พวกเจ้าสองคนเลิกคิดไปได้เลย อยู่เฉย ๆ รอให้ถึงที่หมาย ข้าจะปล่อยพวกเจ้าเอง แล้วก็จะพาพวกเจ้าไปกินของอร่อย ๆ”
แม่เล้าพูดไปสองสามประโยค เห็นซูจิ่นเอ๋อร์ถลึงตามองนาง ก็ขี้เกียจพูดไร้สาระกับนางอีก เปิดประตูแล้วออกไป
VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชายาแพทย์พลิกชะตา
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...
เติมเงินด้วยบัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...