“แต่ว่า...”
“คงจะไม่ปล่อยให้พวกเขาพาไปในซ่องโสเภณีจริง ๆ หรอกนะ”
จิ่นเอ๋อร์คิดดูแล้ว ก็พบว่าเป็นอย่างนี้จริง ๆ
ถ้าไปถึงซ่องโสเภณีจริง ๆ หญิงสาวบริสุทธิ์อะไรก็คงจะไม่มีแล้ว
ทั้งสองคนจึงหลับตาลง เพื่อพักผ่อนเอาแรง
พอตกค่ำ ก็มีคนนำอาหารเย็นเข้ามาให้
ซูจิ่นเอ๋อร์และเมี่ยชิงหว่านกลัวว่าในอาหารจะใส่ยาอะไรลงไป จึงปล่อยให้ท้องหิวแต่ไม่กล้ากิน
เมื่อไม่เห็นกู้หว่านเยว่มา เมี่ยชิงหว่านจึงกดกลไกที่อยู่บนกำไลข้อมือของนาง ปล่อยใบมีดเล็ก ๆ ออกมา แล้วตัดเชือกป่านที่มัดมือออก
จากนั้นก็ไปหาซูจิ่นเอ๋อร์ ช่วยแกะเชือกที่มัดตัวนาง
มือเท้าของทั้งสองคนเป็นอิสระแล้ว ก็คลานไปที่หน้าต่างแล้วมองออกไปข้างนอก
“น้องจิ่นเอ๋อร์ เจ้าฟังข้านะ ที่เรือนนี้คงจะมีคนเฝ้าอยู่ไม่เยอะ เดี๋ยวพอออกไปแล้ว เราไปหาม้าตัวหนึ่งก่อน จากนั้นหนีออกทางประตูหลัง”
“ได้”
ซูจิ่นเอ๋อร์กลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัว เมื่อหันไปมองข้างหลัง คิดในใจว่าพอนางหลบหนีออกไปแล้ว จะไปแจ้งทางการให้มาช่วยหญิงสาวพวกนี้ด้วย
แต่คิดไม่ถึงเลยว่า ทันทีที่ทั้งสองคนปีนออกไปทางหน้าต่าง หญิงสาวชุดเขียวที่คุยกับพวกนางเมื่อตอนกลางวันก็ตื่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เห็นทั้งสองคนกำลังจะหลบหนี ก็กลอกตา แล้วตะโกนเสียงดัง
“มีคนจะหนี มีคนคิดจะหนี!”
“เจ้าเป็นอะไร?” ซูจิ่นเอ๋อร์ตกตะลึง เหตุใดหญิงสาวคนนี้ถึงหักหลังพวกนางแล้ว
“สมควรตายนัก!” เมี่ยชิงหว่านหันกลับมาแล้วถีบนางอย่างแรง ก่อนจะจับมือของซูจิ่นเอ๋อร์แล้ววิ่งออกไปข้างนอก
เสียงตะโกนของหญิงสาวคนนั้นทำให้แม่เล้าและพวกอันธพาลมาแล้ว
“ดีจริง ๆ กลางวันข้าก็เตือนพวกเจ้าแล้วว่าอย่าหนี ยังจะกล้าหนีอีก!”
แม่เล้าโมโหจนกระทืบเท้า

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชายาแพทย์พลิกชะตา
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...
เติมเงินด้วยบัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...