“ชาวบ้านมิใช่พูดว่าเด็กที่ตายภายในหมู่บ้านล้วนไม่สามารถฝังได้ นี่ถึงใช้หญ้าห่อพวกเขาและโยนทิ้งที่หลังเขา ใช่หรือไม่ว่า...”
“เสียงร้องไห้เสียดหูล้วนเป็นเสียงของเด็กที่ตายไปแล้วเหล่านั้น?”
“อ๊าอ๊าอ๊า!” สองสามคนเดาไร้สาระมากขึ้นเรื่อยๆ กอดกันร้องตะโกนโวยวายดังลั่น
ซูจิ่งสิงรังเกียจจนเบือนหน้าหนี ไม่มองอีก
ดวงตากู้กว่านเยว่กลับทอประกาย ดึงซูจิ่งสิงมาที่ฝั่งหนึ่ง “ท่านพี่ ท่านจำเรื่องที่พวกเราเพิ่งพูดกันได้หรือไม่ เสียงของหญ้าทารกกำสรวลคล้ายเสียงร้องไห้ของเด็กมาก”
“เจ้ากำลังจะบอกว่าเสียงร้องไห้ที่พวกเขาได้ยินเป็นเสียงของหญ้าทารกกำสรวลรึ?”
“ตอนนี้ข้ายังไม่กล้ายืนยัน คืนนี้พวกเราอย่านอนเลย ลองฟังดูว่ามีเสียงร้องไห้หรือไม่”
ฤดูหนาวฟ้ามืดเร็ว เพียงอาทิตย์อัสดง ท้องฟ้าก็มืดสนิท ภายในอากาศยังมีเกล็ดหิมะลอยละล่อง
เด็กสองสามคนนอนตัวสั่นๆ บนเตียงเตา สายตากวาดมองทุกสารทิศ
ตกดึกเสียงเด็กร้องไห้ก็เริ่มดังออกมาเป็นห้วงๆ
ซูจิ่นเอ๋อร์ตกใจมุดศีรษะเข้าใต้ผ้าห่ม
“พี่หญิงจิ่นเอ๋อร์ พวกเราอยากนอนกับท่าน” หลี่เฉินอันและเสี่ยวหรงกอดผ้าห่มย้ายไปอยู่ฝั่งข้างนางหยาง
“คนขี้ขลาด” เมี่ยชิงหว่านเติบโตในภูเขาตั้งแต่เด็ก ย่อมไม่กลัวสิ่งเหล่านี้
นางมองซูจื่อชิงอย่างดูเบา “เจ้าเองก็คงไม่กลัวหรอกกระมัง?”
“ใครบอกว่าข้ากลัวกันเล่า ข้าไม่กลัวเสียหน่อย” ซูจื่อชิงกลืนน้ำลาย
ทันใดนั้นเสียงประตูเปิดดังเอี๊ยดพลันดังขึ้น ทำให้เขาตกใจจนเกือบเหินบิน กอดขาเมี่ยชิงหว่านเอาไว้แล้ว
“.....”
“เป็นพี่ใหญ่ซูและพี่หญิงหว่านเยว่”
เมี่ยชิงหว่านพูดไม่ออก ชี้ไปทางประตู “ดูทางนั้น พวกเขาไปหลังเขาแล้ว”
“ซูจื่อชิง เจ้าเองก็ขี้ขลาดเกินไปแล้วกระมัง มิหนำซ้ำยังเป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งเสียด้วย”
ซูจื่อชิงหน้าแดง “ข้าไม่กลัว ข้าเองก็จะไปด้วย”
“เจ้ายังรออยู่ที่บ้านเถอะ พวกเขาออกไปก็เพราะมีธุระสำคัญ เจ้าไม่มีวิชายุทธ์ ไปแล้วก็อาจกลายเป็นตัวถ่วง”
“ชู่ว์ พวกเราเข้าไปเงียบๆ”
หน้าผาทั้งสองด้านสูงชันเสียจนมองไม่เห็นยอด เกล็ดหิมะในอากาศหนาวมากนัก
ทั้งสองเร่งฝีเท้าผลุบเข้าด้านล่างหน้าผาอย่างว่องไว
ครั้นมองเห็นภาพตรงหน้าอย่างชัดเจนแล้วก็ตกตะลึงเหม่อลอย
มองเห็นบนพื้นหิมะสีขาว ผู้เฒ่าสองคนกำลังกระโดดโลดเต้น ปากยังเปล่งเสียงร้องไห้เสียดหูของเด็กทารกอีกด้วย
“นั่นมิใช่ปรมาจารย์แพทย์หรอกหรือ?”
เคราที่ถูกกู้หว่านเยว่ย้อมจนกลายเป็นสีเขียวยังพลิ้วไหวกลางอากาศอยู่เลยนะ
ผู้เฒ่าอีกท่านหนึ่งข้างกายปรมาจารย์แพทย์ เคราและผมสีขาวยาวปรกหน้า มองฐานะไม่ออก
บัดนี้ทั้งสองคนกำลังดีใจอย่างบ้าคลั่ง คล้ายกำลังเต้นดิสโก้ยุคเก่าอยู่ก็มิปาน
“เหตุใดพวกเขามาอยู่ที่นี่ได้ มิหนำซ้ำยังเปล่งเสียงร้องปัญญาอ่อนพรรค์นี้อีกด้วย?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชายาแพทย์พลิกชะตา
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...
เติมเงินด้วยบัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...