กู้หว่านเยว่ไม่มีอะไรทำ จึงหาข้ออ้างกลับห้อง และกลับเข้าไปในห้วงมิติ
นางไม่ได้เข้ามาในนี้สองวันแล้ว ภายในห้วงมิติไม่ว่าจะเป็นทุ่งสมุนไพร ต้นไม้ หรือแม้กระทั่งฟาร์มล้วนแต่มีแนวโน้มค่อย ๆ เติบโตขึ้น
“แย่แล้ว ประมาณการบริโภคน้อยกว่าความเร็วในการเติบโต”
จู่ ๆ ระบบก็กล่าวเตือนด้วยความหวังดี “นายท่านสามารถใช้เครื่องควบคุมได้ เก็บผลของต้นแล้วนำมาสกัดเป็นแยมผลไม้และผลไม้ตากแห้งได้”
“ไม่ต้องลงมือทำเองหรือ?” นัยน์ตาของกู้หว่านเยว่เปล่งประกาย จากนั้นก็รีบเปิดแผงควบคุมส่วนกลางทันที
หลังจากงมอยู่ครึ่งวัน ในที่สุดนางสามารถเก็บผลไม้จากต้นทั้งหมดได้เพียงคลิกเดียว ทั้งยังทำแยมผลไม้ได้ภายในคลิกเดียว สถานที่สำหรับตากแห้งก็มีปุ่มให้กดเช่นกัน
นางคลิกเปิดแผงควบคุมการทำงานของฟาร์ม กระทั่งพบว่ามีปุ่มสำหรับฆ่า ปุ่มสำหรับตากเนื้อ และปุ่มสำหรับความเย็นอยู่บนนั้น
“คิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าในห้วงมิติจะสะดวกเช่นนี้”
กู้หว่านเยว่ดีใจมาก ดูท่าทางทักษะด้านเทคนิคในห้วงมิติยังมีให้นางศึกษาอีกมาก ไว้นางค่อย ๆ ขุดคุ้ยแล้วกัน
กู้หว่านเยว่ลองกดทำแยมผลไม้สตอว์เบอร์รี่ ผลลัพธ์ก็ออกมาเป็นแยมผลไม้จริง ๆ
เพียงแต่พริบตาเดียวก็สามารถผลิตแยมสตอว์เบอร์รี่ออกมา และทยอยปรากฏอยู่ตรงหน้าของนาง
จากนั้นนางก็ลองกดระบบเชือดวัวฆ่าแกะ ไม่นาน สัตว์ที่อยู่ในฟาร์มก็ลดจำนวนลง ทยอยกันถูกส่งเข้ามาในห้องเย็นของห้วงมิติ
“เจ๋งไปเลย!”
กู้หว่านเยว่คล้ายกับเด็กบ้านนอกเข้าเมือง หลังจากที่พื้นที่ในห้วงมิติได้รับการอัพเกรดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ระบบต่าง ๆ ก็สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น
นางมองปุ่มอัพเกรดแถบยาว กู้หว่านเยว่ครุ่นคิดว่าหากพื้นที่ในห้วงมิติสมบูรณ์แบบ จะยอดเยี่ยมเพียงใด!
หลังจากที่นางเก็บต้นเทียนหมาจากมุมหนึ่งของห้วงมิติได้แล้ว ทันใดนั้นก็มีเสียง ‘แกรก’ ดังขึ้นจากด้านนอก
กู้หว่านเยว่รีบออกมาจากห้วงมิติ
โชคดีที่คนที่เดินเข้ามาในห้วงมิติคือซูจิ่งสิง
หลายคืนมานี้ เขามักจะออกไปข้างนอกอยู่บ่อยครั้ง
กู้หว่านเยว่ไม่ถามมากความ เดาว่าเขาคงกำลังจะทำเรื่องบางอย่าง
“ยังไม่นอนอีกหรือ?” ซูจิ่งสิงเห็นนางดูเหนื่อยล้า เดาว่านางน่าจะเพิ่งออกมาจากห้วงมิติ
“กำลังจะนอนแล้ว”
“ข้า ข้าขอตัวนอนก่อน”
ใบหน้าของกู้หว่านเยว่ร้อนผ่าวด้วยความเขินอาย
เห็นได้ชัดว่าคืนเข้าหอนางไม่เคยรู้สึกเช่นนี้ หรือเป็นเพราะหลังจากที่นางดื่มเหล้าเลยเกิดความกล้าขึ้นมา?
ซูจิ่งสิงรีบหันหลังทันที จากนั้นก็กล่าวด้วยน้ำเสียงประหม่าว่า “อื้อ รีบนอนเถอะ พรุ่งนี้ยังต้องตื่นเช้าอีก”
จากนั้นทั้งสองคนก็รีบล้มตัวลงนอนและมุดเข้าไปในผ้าห่มของตัวเอง เหลือไว้เพียงความอุ่นที่อีกฝ่ายทิ้งไว้ให้บนริมฝีปาก
คืนนี้ซูจิ่งสิงตัวแข็งทั้งคืนไม่กล้าขยับตัว ไม่ต้องบอกว่าทรมานเพียงใด
เช้าวันที่สอง นางหยางขอตามพวกเขาไปหมู่บ้านชาวประมงด้วย
“แม่อยู่แต่บ้านทั้งวันไม่มีอะไรจะทำแล้ว อยู่คนเดียวก็คิดฟุ้งซ่าน สู้ตามไปช่วยพวกเจ้าดีกว่า”
กู้หว่านเยว่รับฟัง นางหยางพูดมีเหตุผล
หลายวันมานี้หลังจากที่นางหยางตื่นนอน ก็มักจะคิดถึงแต่ซูเหล่าซาน ใจลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ไม่สู้ออกไปเดินดูอะไรน่าสนใจสักหน่อยดีกว่า

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชายาแพทย์พลิกชะตา
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...
เติมเงินด้วยบัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...