“ทำไมพวกเจ้าไม่มัดข้าไว้ก่อนล่ะ เดี๋ยวข้าจะได้ไม่ทำให้พวกเจ้าบาดเจ็บ”
ซูจิ้งหยิบพู่กันขึ้นมาเขียนด้วยความลังเล
นางหยางส่ายหัว “พี่ซาน ท่านจงเชื่อมั่นในตัวหว่านเยว่ หว่านเยว่ต้องรักษาท่านให้หายดีได้แน่นอน”
กู้หว่านเยว่กลับบอกว่า “เพื่อความปลอดภัยเป็นสำคัญ ควรมัดท่านพ่อไว้ดีกว่า”
ถึงอย่างไรหอแห่งโอสถก็ทำการวิจัยพัฒนายามนุษย์หมาป่าเป็นครั้งแรก นางยังกังวลเรื่องเหตุการณ์ไม่คาดฝันอยู่
แม้ว่ามันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่กู้หว่านเยว่ก็เป็นคนที่รอบคอบ
“ข้าทำเอง”
ซูจิ่งสิงหยิบเชือกป่านมา แล้วมัดซูจิ้งไว้เหมือนเมื่อวาน
นางหยางกำหมัดแน่นอย่างไม่เป็นสุข ซูจิ่นเอ๋อร์และซูจื่อชิงก็หยิบเรื่องตลกระหว่างทางที่ถูกเนรเทศมาเล่าให้บรรยากาศผ่อนคลายลง
กู้หว่านเยว่เห็นว่ายังมีเวลาอยู่ จึงกลับไปที่ห้องของตัวเองและเข้าไปในมิติเพื่อซื้อวัสดุสำหรับสร้างเรือนกระจก
นางมียากล่อมประสาทอยู่ในมือ คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวข้างห้องอยู่ตลอดเวลา
หยิบกระดาษออกมาอีกหนึ่งแผ่น เขียนวิธีการปลูกฝ้ายและพืชผักลงไป
รอจนฝ้ายโตเต็มที่แล้ว นางยังจะสอนวิธีการทอผ้าและดีดฝ้ายให้เป็นปุยเพื่อกันหนาวให้กับกลุ่มคนงานด้วย
หลังจากเขียนคู่มือการใช้งานมาเป็นเวลาสองชั่วยามแล้ว กู้หว่านเยว่ก็กังวลว่าจะไม่เป็นผลดีต่อทารกในครรภ์ จึงกลับไปที่ห้องเพื่อพักผ่อนสักครู่ หูก็คอยเงี่ยฟังการเคลื่อนไหวข้างห้องไปด้วย
“หว่านเยว่”
พอรุ่งสาง ซูจิ่งสิงก็เข้ามาสะกิดไหล่ของกู้หว่านเยว่อย่างอ่อนโยน
เขาไม่ได้นอนทั้งคืน เวลานี้เบ้าตาดูหมองคล้ำ แต่กลับมีรอยยิ้มอยู่เต็มแววตา
“เมื่อคืนผ่านไปอย่างราบรื่น ตลอดคืนท่านพ่อไม่มีอาการคลุ้มคลั่ง เจ้าทำสำเร็จแล้ว”
“พาข้าไปดูหน่อย!”
กู้หว่านเยว่สำรวมอาการดีใจเอาไว้ ปล่อยให้ซูจิ่งสิงนำทางไปข้างหน้า
ทั้งสองมาถึงห้องที่อยู่ติดกัน เห็นนางหยางกำลังกอดซูจิ้งเอาไว้แน่น ร่ำไห้ด้วยความดีใจ
กู้หว่านเยว่หยิบกระดาษและพู่กันมา “ท่านพ่อ ก่อนหน้านี้ลำคอของท่านบาดเจ็บจากของสิ่งใดมาหรือ?”
ซูจิ้งบอกเล่าตามความจริง “กลืนถ่าน”
กลุ่มคนชุดดำไม่เพียงแต่ทรมานเขาทั่วร่างกายเพื่อให้ได้ที่อยู่ของบุตรที่เป็นกำพร้าขององค์รัชทายาท ยังบังคับให้เขากลืนถ่านร้อนจัดเข้าไปด้วย
ตั้งแต่นั้นมาเขาก็พูดไม่ได้อีกเลย
“ไอ้พวกสัตว์เดรัจฉาน ถ้ารู้ว่าพวกเขาเป็นใคร ข้าต้องฆ่าพวกเขาแน่!” ซูจื่อชิงสั่นไปทั้งตัว
“พี่ซาน ท่านต้องลำบากเหลือเกิน” นางหยางร่ำไห้ฟูมฟายอย่างเจ็บปวด
“ท่านพ่อ ท่านแม่!” ซูจิ่นเอ๋อร์เช็ดน้ำตา ชะตาชีวิตครอบครัวพวกเขาช่างขมขื่นเหลือเกิน
ซูจิ้งยิ้มออกมา พลางปลอบโยนพวกเขาด้วยสายตา ในอดีตไม่ว่าจะยากลำบากเพียงใดก็ไม่เป็นไร ตอนนี้ได้อยู่พร้อมหน้ากันทั้งครอบครัว ก็นับว่าเป็นพรจากสวรรค์แล้ว
เวลานั้นซูจิ้งก็เป็นองครักษ์หลวงที่มีความสามารถเหนือผู้ใด มีหน้ามีตายิ่งนัก บัดนี้ตกต่ำมาถึงจุดนี้
กู้หว่านเยว่มองซูจิ้งด้วยความเห็นอกเห็นใจ “แผลลวกที่เส้นเสียงนั้นสาหัสมาก ไม่สามารถรักษาด้วยการพึ่งยาได้ การผ่าตัดอาจได้ผล แต่ข้าต้องลองตรวจดูก่อน”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชายาแพทย์พลิกชะตา
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...
เติมเงินด้วยบัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...