ทั้งสองคนตอบสนองอย่างรวดเร็ว หมายความว่ามู่หรงอวี้รู้แล้วว่าลั่วยางยังมีชีวิตอยู่ จึงส่งนักฆ่ามาฆ่าลั่วยาง
ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าหลู่ซื่ออยู่ที่ไหน เมื่อเห็นนักฆ่าเหล่านั้นกำลังจะทำร้ายลั่วยาง กู้หว่านเยว่ก็รีบกระโดดลงมาจากหลังคา หยิบธนูขึ้นมาง้างและยิงปลิดชีพนักฆ่าหนึ่งในนั้นทันที
สองคนที่เหลือรีบหันกลับมา เมื่อพวกเขาเห็นว่าผู้มาเยือนคือกู้หว่านเยว่และซูจิ่งสิง สีหน้าก็พลันเปลี่ยนไป ทยอยกันพุ่งเข้ามาฆ่าพวกเขา
“น้องหญิง ถอยไป”
ซูจิ่งสิงกล่าวเสียงเคร่งขรึม จากนั้นก็ชักดาบออกมาเผชิญหน้ากับนักฆ่าเหล่านั้น ไม่นานบุรุษชุดดำสองคนนั้นก็ถูกปลิดชีพ
“ขอบคุณพวกเจ้าที่ช่วยชีวิตข้า” เมื่อเห็นว่านักฆ่าทั้งสามคนทยอยล้มลงไปบนพื้น ลั่วยางก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก หลังจากได้สติกลับมาก็รีบกล่าวขอบคุณทั้งสองคน
กู้หว่านเยว่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “เจ้าไม่รู้จักพวกข้าหรือ?”
“ข้ารู้จักพวกเจ้าด้วยหรือ?” ครานี้ถึงตาลั่วยางงุนงงบ้าง
ซูจิ่งสิงกล่าวถาม “เจ้าชื่ออะไร?”
ต่อหน้าคนทั้งสองที่ช่วยชีวิตตน ลั่วยางไม่มีอะไรต้องปิดบัง และกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “ข้าชื่อยางเหมียว”
ในตอนนี้เองกู้หว่านเยว่และซูจิ่งสิงมั่นใจว่าลั่วยางสูญเสียความทรงจำไปแล้ว
“พวกเจ้าเป็นใคร แล้วทำไมคนเหล่านี้ถึงอยากฆ่าข้า สามีของข้าล่ะ?” ลั่วยางตระหนักได้ถึงบางอย่างไม่ชอบมาพากล สีหน้าเริ่มเป็นกังวล
กู้หว่านเยว่พอคาดเดาได้ สามีที่อีกฝ่ายกล่าวถึงนั้นคือหลู่ซื่อ
หากมู่หรงอวี้รู้ตัวตนของลั่วยาง เช่นนั้นหลู่ซื่อก็คงจะโชคร้ายไม่น้อย
เมื่อคิดได้เช่นนี้ กู้หว่านเยว่ก็ไม่อยากให้ลั่วยางอยู่ที่นี่คนเดียว
“พวกเราไม่รู้ว่าสามีของเจ้าอยู่ที่ไหน แต่ข้าอยากให้เจ้าตามเราไปพบใครคนหนึ่ง”
กล่าวจบนางก็ฟาดมือเข้าที่ท้ายทอยของอีกฝ่ายโดยไม่รอให้ลั่วยางตอบตกลงแต่อย่างใด
“ท่านพี่ พวกเราพานางไปหาปรมาจารย์แพทย์เถอะ”
กู้หว่านเยว่รีบกล่าว “มู่หรงอวี้รู้แล้วว่าลั่วยางยังมีชีวิตอยู่ จึงส่งคนไปฆ่านาง โชคดีที่พวกเราช่วยออกมาได้ทัน แต่ข้าเดาว่าเขาจะต้องส่งคนมาตามล่าอีก หากปล่อยลั่วยางไป ไม่ช้าก็เร็วคงตกอยู่ในกำมือของมู่หรงอวี้เป็นแน่”
ปรมาจารย์แพทย์ทอดถอนใจ แต่ก็ไม่ได้ยืนกรานว่าจะไล่ลั่วยางออกไปจากที่นี่แต่อย่างใด แต่โน้มตัวลงมาตรวจชีพจรให้ลั่วยาง
“เด็กคนนี้มีอารมร์แปรปรวน ทำให้สูญเสียความทรงจำ ตราบใดที่ใช้ยารักษา ก็สามารถฟื้นความทรงจำเมื่อก่อนได้”
ถึงอย่างไรก็เป็นลูกศิษย์ที่เขาเลี้ยงดูฟูมฟักมากับมือ ปรมาจารย์แพทย์เป็นคนปากร้ายใจดี
ทันทีที่ตรวจชีพจรแล้ว เขาก็เดินเข้าไปจัดยาในห้องโอสถ
หลังจากจัดยาเรียบร้อยแล้ว เขาก็ยื่นให้กู้หว่านเยว่ “คราวที่แล้วข้าเสียรู้ให้กับมู่หรงอวี้ จึงเผลอลงมือทำร้ายเจ้า ข้าขอโทษ”
“ท่านผู้อาวุโสไม่ต้องเกรงใจ เข้าใจแล้วก็ดีเจ้าค่ะ”
ดังคำกล่าวที่ว่าเรียนผูกก็ต้องเรียนแก้ นับประสาอะไรกับผู้มีความสามารถอย่างปรมาจารย์แทพย์
เมื่อเห็นปรมาจารย์แพทย์ช่วยรักษาให้ลั่วยาง กู้หว่านเยว่และซูจิ่งสิงก็หมุนตัวกลับสกุลซู

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชายาแพทย์พลิกชะตา
ใช้บัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...
เติมเงินด้วยบัตรเติมเงินเอไอเอสไม่ได้เหรอคะ...