เข้าสู่ระบบผ่าน

ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม นิยาย บท 554

คณะล่าสัตว์ยังไม่กลับมา ซูหว่านเพิ่งกลับเข้ามาในกระโจมและพบว่าซุนหลิงเอ๋อร์กำลังนั่งอยู่อย่างเบื่อหน่าย

“หวานหว่าน ในที่สุดเจ้าก็กลับมาแล้ว!”

ซูหว่านไปเข้าสังคม นางอยู่คนเดียวในกระโจมก็เลยเบื่อมาก

ซูหว่านคิดถึงนางที่อยู่คนเดียวที่นี่ เลยกลับมาก่อนเวลา แต่พี่สะใภ้ใหญ่ไม่สามารถปลีกตัวกลับมาก่อนได้ ยังคงต้องอยู่เป็นเพื่อนต่อไป

“นี่ก็กลับมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าแล้วอย่างไรเล่า พวกเราอดทนรอหน่อยนะ บ่ายนี้ก็ออกไปเที่ยวเล่นกันได้แล้ว”

เพิ่งกลับมาได้ไม่นาน ก็มีคนมาหาทันที ปรากฏว่าเป็นนางกำนัลใหญ่ข้างกายเฉินกุ้ยเฟย

ซูหว่านได้ยินว่าเป็นคนของเฉินกุ้ยเฟยก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

“ถวายพระพรเซวียนเล่อจวิ้นจู่” พอคนเข้ามาก็โค้งคำนับให้นางอย่างเคารพ

“ไม่ต้องมากพิธี ไม่ทราบว่าเฉินกุ้ยเฟยมีธุระอะไรกับข้างั้นหรือ?” นางถามอย่างตรงไปตรงมา

“ไม่มีอะไรหรอกเพคะ เพียงแค่เฉินกุ้ยเฟยเพิ่งสังเกตเห็นว่าท่านดูไม่มีชีวิตชีวาในงานเลี้ยงและกลับออกมาก่อนเวลา จึงส่งบ่าวมาถามว่าท่านว่ารู้สึกไม่สบายท้องหรือเปล่า? หากท่านรู้สึกไม่สบาย ก็ให้คนไปบอกพระนางได้เลย พระนางจะได้ให้หมอหลวงมาตรวจดูให้ท่าน ที่บริเวณล่าสัตว์คนเยอะมาก แต่หมอหลวงมีเพียงไม่กี่คน ถ้าให้พวกเราเชิญหมอหลวงให้ท่าน ก็จะสามารถช่วยท่านดูอาการได้ทันทีโดยไม่เสียเวลาเพคะ”

เฉินกุ้ยเฟยใส่ใจนางขนาดนี้เลยหรือ? นางแอบอยู่ข้างหลังขนาดนั้นแต่ก็ยังถูกเฉินกุ้ยเฟยเห็นว่านางไม่มีชีวิตชีวา แถมยังส่งคนมาสอบถามอาการเป็นพิเศษ นี่มันหมายความว่าอะไรกัน?

ในความทรงจำของนาง เคยพบพระสนมเพียงครั้งเดียวนั่นก็คือในวันพิธีแต่งตั้ง หลังจากนั้นก็ไม่เคยเจอกันอีกเลย

จะบอกว่าสนิทกันก็คงไม่สนิท นางกับมู่หรงไหวก็ไม่ได้สนิทกันอย่างเปิดเผย คงไม่ใช่เพราะมู่หรงไหวหรอกกระมัง

แล้วเป็นเพราะอะไรกัน?

ช่างเถอะ อย่าเพิ่งคิดเลย จัดการกับคนตรงหน้าก่อนแล้วค่อยว่ากัน

“ข้าไม่เป็นไร แค่ตื่นเช้าไปหน่อย เลยรู้สึกไม่ค่อยมีแรง ขอบคุณที่เฉินกุ้ยเฟยทรงเป็นห่วง ขอให้ท่านช่วยขอบคุณพระนางแทนข้าด้วย”

“ท่านไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว บ่าวจะกลับไปรายงานเดี๋ยวนี้” นางยิ้มอย่างสง่างามและโค้งคำนับให้ซูหว่าน

ซูหว่านถอดกำไลหยกจากข้อมือและยื่นให้นาง

“ขอบคุณกูกูที่อุตส่าห์มาถึงที่นี่ ลำบากท่านแล้ว”

ของถูกยื่นไปอยู่ในมือแล้ว กูกูผู้นี้ก็ไม่ได้ปฏิเสธ แต่รับไว้อย่างเปิดเผย

ซูหว่านส่งนางออกไปจากกระโจมและมองดูนางจากไป

กลับมาที่กระโจมก็ยังคิดไม่ตกอยู่ดีว่าเพราะเหตุใด

ซุนหลิงเอ๋อร์ก็รู้สึกแปลกใจเช่นกันจึงซุบซิบขึ้นมาว่า

เขาสังหารหมีได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่คนทั่วไปทำไม่ได้ ส่วนเจียงกั๋วกงก็ได้รับคำเยินยอต่าง ๆ นานาจากสหายร่วมงาน

ทั้งเรื่องที่ท่านกั๋วกงอบรมสั่งสอนได้ดี และเรื่องลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นอะไรทำนองนั้น เจียงกั๋วกงก็ยิ้มอย่างเห็นด้วยเป็นครั้งแรก ดูท่าทางภูมิใจมาก

เจียงอวี้พาอาหนานเดินฝ่าฝูงชนเข้ามาหาซูหว่าน เจียเฉิงและซุนหลิงเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้างๆ นาง ต่างก็ยิ้มอย่างมีความหมาย

ในมือของอาหนานถือกรงใบหนึ่งเอาไว้ ข้างในดูเหมือนจะมีสัตว์ตัวเล็กๆ สีขาวอยู่

เมื่อเดินมาใกล้จะถึงแล้ว ก็พลันมีร่างสีแดงร่างหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน บังสายตาของคนทั้งสองเอาไว้

ไม่รู้ว่าเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์จากตระกูลไหน สวมชุดขี่ม้าสีแดงเข้มเช่นกัน แต่แน่นอนว่าไม่สวยเท่าชุดที่ซูหว่านสวม

“นั่นใครน่ะ?” ซุนหลิงเอ๋อร์หน้าบึ้ง

เจียเฉิงพยายามเพ่งมองอย่างระมัดระวัง แล้วตอบว่า

“ดูเหมือนจะเป็นบุตรีสายตรงจากจวนซุนเต๋อโหว จงหลีเอ๋อร์”

ได้ยินชื่อนี้แล้ว ซูหว่านก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด ก่อนหน้านี้เคยได้ยินจากปากของกู้เย่ว์ ลือกันว่านางเป็นลูกสะใภ้ที่เจียงกั๋วกงหมายตาไว้

รอยยิ้มที่มุมปากของนางจางหายไป ไม่รู้ว่าทางนั้นกำลังพูดอะไรกันอยู่ คนเยอะเกินไปจนได้ยินไม่ชัดเจน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม