เมื่อเห็นแรงอาฆาตบนใบหน้าของหลี่ซาน เฉินฝานพลางกระดกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “อืม รู้เล็กน้อยน่ะ”
พูดจบ เขาหันขวดฝั่งที่มีตัวหนังสือไปทางหลี่ซานแล้วถาม “ตัวสุดท้ายคือคำว่ายาหรือไม่”
“อ่อ!”
เฉินฝานไม่รอหลี่ซานตอบ เขาแสดงสีหน้าราวกับค้นพบเรื่องใหญ่และมองหลี่ซานกล่าว “ข้ารู้แล้วว่าทำไมอี๋ชุนย่วนของท่านถึงทำมาค้าขายดีเช่นนี้ พวกท่านแอบใส่ของต้องห้ามในเหล้าของแขกแน่ ๆ กฎหมายของต้าชิ่งมีกำหนดไว้ว่า……”
รัชสมัยต้าชิ่งตั้งแต่สมัยเกาจู่มีกำหนดว่าห้ามหอ/ซ่องใช้ยาประเภทปลุกเพื่อดึงดูดแขกเป็นอันขาด
ผู้ที่ฝ่าฝืน โทษเบาคือสั่งปิด โทษหนักคือยึดทรัพย์สิน
ประโยคหลังที่เฉินฝานพูด หลี่ซานไม่มีอารมณ์ฟังแต่อย่างใด
ไอ้หมอนี่ไม่เพียงแค่รู้จักตัวหนังสือแต่ยังเข้าใจกฎหมายอีกด้วย!
ครั้งที่มาพร้อมจูต้าอันไม่ใช่เช่นนี้นี่ ถ้าเขารู้จักตัวหนังสือ เขาจะกล้าพิมพ์ลายนิ้วมือบนหนังสือสัญญาแบบนั้นได้อย่างไร
“ไอ้หนุ่ม หมายความว่าครั้งที่แล้วเจ้าแกล้งไม่รู้จักตัวหนังสือหรอกรึ!”
วันนั้นหลี่ซานเพิ่งนำเข้าของสิ่งนั้นกลับมา เพราะว่าเปลี่ยนผู้จัดหาของ เขาไม่วางใจจึงนำของสิ่งนั้นมาหาพ่อบ้านลุงหลีที่ท้ายเรือนเพื่อให้เขาช่วยดูว่ามันคือของปลอมหรือไม่
ตอนนั้น เฉินฝานกำลังพิมพ์ลายนิ้วมืออยู่กับลุงหลี เขาเห็นว่าเฉินฝานไม่รู้จักตัวหนังสือจึงไม่ได้ปิดบัง
“ครั้งก่อนข้าไม่รู้จริง ๆ” เฉินฝานกล่าวเสียงเรียบ
โชคดีที่เจ้าของร่างเดิมไม่รู้จักตัวหนังสือ ไม่เช่นนั้นเวลาเท่านี้เขาไม่รู้จะไปหาเงินสิบตำลึงนี้มาจากไหนจริง ๆ
เมื่อวานหลังจากหลี่ซานกลับไปแล้ว เฉินฝานก็ครุ่นคิดเลยว่าจะหาเงินสิบตำลึงภายในสองวันอย่างไร ครุ่นคิดไปมาก็ยังไม่มีวิธีที่ดีที่สุด เมื่อหงุดหงิดถึงขีดสุดแล้ว เขาก็ด่าเจ้าของร่างเดิมคนโง่เขลาอยู่ภายในใจว่าพิมพ์ลายนิ้วมือลงในหนังสือสัญญาเช่นนั้นได้อย่างไร
เมื่อนึกถึงหนังสือสัญญา เขาพลางนึกถึงภาพจำตอนที่เจ้าของร่างดิมพิมพ์ลายนิ้วมือขึ้นมาได้ จากนั้น ก็เห็นความจำที่หลี่ซานถือของสิ่งนั้นมาหาลุงหลี
เขาให้ฉินเย่ว์เจียวกับฉินเย่ว์โหรวที่อ่านไม่ออกวาดบนผ้า หนึ่งในนั้นก็คือแผนผังหอนางโลมอี๋ชุนย่วนตามความจำของเจ้าของร่างเดิม
ก่อนที่เขาจะก่อความวุ่นวาย เขาเคยแอบเข้ามาดูลาดเลาจนรู้แจ้งแล้ว
“เจ้าคิดว่าถ่วงเวลาแล้วจะมีประโยชน์งั้นรึ! เจ้าสั่งให้เมียเจ้าไปฟ้องทางการก่อนจะมาที่นี่ใช่หรือไม่!”
“ขอเตือนเจ้าอีกครั้ง อย่าลืมฐานะของพวกเจ้าเชียวล่ะ พวกนางไปฟ้องนายอำเภอว่าหอนางโลมอี๋ชุนย่วนใช้ของสิ่งนั้น โดยไม่มีหลักฐานใด ๆ นายอำเภอจะเชื่อพวกนางรึ!”
“ไม่เชื่อ!” เฉินฝานส่ายหัว “พวกนางไปฟ้องว่า……”
เฉินฝานยังพูดไม่ทันจบประโยค ก็มีเสียงเจ้าหน้าที่ดังขึ้นจากด้านนอกประตูในระยะที่ใกล้มาก พวกเขาคงอยู่แค่ด้านนอกของประตูเรือนทิศตะวันตก
“อย่างไรเสีย วันนี้ข้าคงต้องนอนราบ แต่ก่อนที่จะข้าตาย ข้าจะทำให้หอนางโลมอี๋ชุนย่วนของเจ้าไม่สามารถทำมาหากินต่อไปได้อกี!”
เฉินฝานแสดงความมุ่งมั่นอย่างเฉียบขาด อย่างไรก็ตามคนเท้าเปล่าไม่เกรงกลัวคนใส่รองเท้า
หลี่ซานมองเฉินฝานแล้วมองด้านนอกเรือน
ลุงหลีใกล้จะรับมือเจ้าหน้าที่เหล่านั้นไม่ไหว เขากัดฟันอย่างไม่เต็มใจแต่ก็เต็มไปด้วยความจนใจ
“พูดมาเลยดีกว่า เงื่อนไขที่เจ้าต้องการคือสิ่งใด!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ