เข้าสู่ระบบผ่าน

เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ นิยาย บท 8

เฉินฝานย่อมฟังออกถึงความสงสัยของฉินเย่ว์โหรว เขายิ้มแล้วพูด "ไม่ต้องกังวล ข้าเป็นนายท่านของพวกเจ้านะ"

ยุคปัจจุบันเขาเกิดในครอบครัวที่ยากจน จะมีงานบ้านใดที่ไม่เคยทำเล่า

ฉินเย่ว์โหรวยังคงไม่ขยับ

นายท่าน...เขา เขายิ้มให้นางจริง ๆ

นางกำลังฝันอยู่หรือเปล่า

“เย่ว์โหรว เย่ว์โหรว เย่ว์โหรว”

จนกระทั่งเฉินฝานเรียกนางเป็นครั้งที่สาม ฉินเย่ว์โหรวก็กลับมามีสติสัมปชัญญะอีกครั้ง

“จะ จะจุดไฟทันทีเลยเจ้าค่ะ!” ฉินเย่ว์โหรวรีบ ใบหน้าของนางแดงเล็กน้อย

เนื้อที่จูต้าอันนำมาด้วยในวันนี้ครึ่งหนึ่งมีไขมัน

ในยุคนี้ เนื้อติดมันแพงกว่าเนื้อไม่ติดมัน

เฉินฝานหั่นเนื้อมันออกทีละน้อย แล้วใส่ลงในหม้อ ทอดจนออกน้ำมัน

กลิ่นหอมของน้ำมันผุดออกมาจากหม้อ ฉินเย่ว์โหรวก็แอบกลืนน้ำลายเต็มปากในขณะที่นางกำลังจุดไฟ

ฉินเย่ว์เจียวซึ่งยืนอยู่ข้างกรอบประตูก็อดไม่ได้เช่นกัน

มันหอมมาก

หนึ่งปีแล้วที่ไม่เคยได้กินเนื้อสัตว์เลย สองพี่น้องรู้สึกหิว

ไขมันไม่เยอะ จึงกลั่นน้ำมันได้ไม่เยอะ แต่ก็ดีกว่าไม่มีเลย

เฉินฝานเทเนื้อที่เหลือลงในหม้อพร้อมกับผักป่า

ทันทีที่ผักป่าถูกเทลงในหม้อ แสงในดวงตาของสองพี่น้องฉินทั้งก็หรี่ลง

เฉินฝานไม่แม้แต่จะให้ผักป่าพวกนางกินเลยหรือ

เฉินฝานที่กำลังทำอาหารโดยก้มหน้าก้มตาไม่ได้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวหญิงสาวทั้งสอง หลังใส่ผักป่าลงไปแล้ว ก็เทข้าวในชามลงผัดสักพักจึงโรยด้วยเกลือ ผัดอีกเล็กน้อย ใช้ตะหลิวตักขึ้นมาชิมนิดหน่อย

อืม แม้ว่าจะไม่อร่อย แต่ก็ดีกว่าการกินผักป่าที่ไม่มีน้ำมันไม่มีเกลือเป็นอย่างมาก

เฉินฝานตักข้าวผัดในหม้อ แบ่งออกเป็นสามชามแล้ววางลงบนโต๊ะเล็ก

“พวกเจ้าสองคนก็นั่งลงกินข้าวเสียสิ!” หลังจากที่เฉินฝานนั่งลงแล้ว ก็ให้สองพี่น้องฉินกินข้าวด้วยกันกับเขา

“...”

กินข้าว?!

เฉินฝานให้พวกนางกินข้าวหรือ?

ปฏิกิริยาแรกของสองพี่น้องฉินก็คือ เฉินฝานคงไม่วางยาในอาหารของพวกนางกระมัง จากนั้นจึงถือโอกาสขายพวกนาง

เฉินฝานไม่ได้สังเกตสีหน้าของสองพี่น้องฉิน เขาหยิบชามข้าวผัดขึ้นมาแล้วพูดขณะกินข้าว “มันดึกแล้ว ข้าเพิ่งมาที่นี่ ยังไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม คืนนี้กินแค่นี้ก่อนเถอะ พรุ่งนี้ข้าค่อยคิดหาวิธีทำอาหารอร่อย ๆ ”

——ข้าเพิ่งมาที่นี่ ยังไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม

ทำไมนายท่านถึงพูดแปลก ๆ นี่คือหมู่บ้านซานเหอ เขาไม่คุ้นเคย?

เฮ้อ นี่ไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือ คืนนี้ไม่เพียงแต่เขาจะให้พวกนางกินข้าว แต่พรุ่งนี้เขาจะหาวิธีทำอาหารให้พวกนางด้วย

พวกนางไม่ได้ฝันไปกระมัง

ฉินเย่ว์โหรวยังบีบต้นขาของนางด้วยซ้ำ

“ขาเจ็บหรือเปล่า” เฉินฝานถาม

“หา? เจ็บ…” ฉินเย่ว์โหรวฟื้นคืนสติขึ้นหลังจากนั้นไม่นาน เป็นเฉินฝานที่ถามนาง

“แล้วยังจะบีบอีกหรือ”

“...”

ครั้นมองดวงตาอันอ่อนโยนของเฉินฝาน อีกทั้งกระแสเสียงที่มีเสน่ห์เล็กน้อยของเขา

ดวงตาของฉินเย่ว์โหรวสั่นไหว ทันใดนั้นความโศกเศร้าก็บังเกิดขึ้นมาในใจของนาง พลันหมอกก็บดบังการมองเห็นของนาง

นายท่าน......

ดีขึ้นแล้วจริง ๆ หรือ

นางไม่ได้ฝันจริง ๆ ใช่หรือไม่

หยาดน้ำตาใสหยดลงมาอย่างรวดเร็ว มีเสียงดังแปะ แล้วมันก็ตกลงมาที่มือของเฉินฝานพอดี

น้ำตาอุ่น ๆ กระจายอยู่ในฝ่ามือ

ตอนนี้เป็นฤดูหนาว อีกทั้งปีนี้ค่อนข้างแห้ง ไม้ฟืนจึงหายาก ถ้านางทิ้งไว้ที่ประตูหมู่บ้านเป็นเวลานาน คงต้องมีคนเอาไปแล้ว

เฉินฝานลุกขึ้นและเดินไปที่ห้องครัว จึงเห็นว่ามีฟืนในครัวน้อยมากจริง ๆ ไม่ต้องพูดถึงการอุ่นเตียง อาหารก็ปรุงได้ไม่มากเช่นกัน

ลมกระโชกแรงพัดผ่านไป เฉินฝานตัวสั่นจากความหนาวเย็น

ร่างกายนี้ก็เหมือนกับไก่อ่อน

จากประสบการณ์ของเขาในยุคปัจจุบัน เฉินฝานประเมินว่าตอนนี้อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง ตอนดึกอาจจะหนาวยิ่งขึ้นไปอีก

บนตัวมีเสื้อผ้าฝ้ายขาดวิ่น และผ้าห่มทั้งเก่าและบางบนเตียง หากไม่อุ่นเตียงในตอนกลางคืนคงทนไม่ไหว

ต้องหาหนทาง..

วิธีแก้นั้นถ้าเอาแต่อยู่ในบ้านคงคิดไม่ได้ ดังนั้นเฉินฝานจึงเดินตามออกไป เดินไปทางทางเข้าหมู่บ้านโดยอาศัยความทรงจำที่ไม่ชัดเจน

เช่นเดียวกับที่เฉินฝานคาดไว้ ฟืนของฉินเย่ว์เจียวหายไปแล้ว เมื่อเขามาถึงนางก็ยืนอยู่ที่ทางเข้าหมู่บ้านกำลังด่าสาปส่ง

แต่ไม่ว่าการด่าจะรุนแรงแค่ไหน คนที่เอาฟืนของนางไปก็ไม่สามารถคืนให้นางได้

ในหมู่บ้านมีคนมากมาย ไหนเลยจะรู้ว่าใครเป็นคนเอาไป

“เย่ว์เจียว อย่าตะโกน ข้ามีวิธี คืนนี้ข้าจะไม่ปล่อยให้พวกเจ้านอนบนเตียงเย็น ๆ อย่างแน่นอน!”

“...” สองพี่น้องฉินตกตะลึงอีกครั้ง พวกนางชะงักค้างอยู่กับที่เป็นเวลานาน และในที่สุดฉินเย่ว์เจียวก็พูดเป็นคนแรก

“น้องสี่ ข้าคิดว่า ตอนที่เขาตกลงไปในหุบเขา ต้องตายไปแล้วแน่นอน”

ไม่อย่างนั้นทำไมเขาถึงดูเหมือนเป็นคนอื่นได้เล่า

“พี่สาม ท่านพูดแบบนั้นกับนายท่านได้อย่างไรกัน ไปกันเถอะ!” ฉินเย่ว์โหรวจับมือของฉินเย่ว์เจียว “ไม่ว่านายท่านจะตายไปแล้วหรือไม่ก็ตาม เราจะรู้แน่ชัดก็ต่อเมื่อเราไปกับเขา”

ผู้เงียบขรึมเช่นฉินเย่ว์โหรวพูดเร็วมากเป็นครั้งแรก

การเปลี่ยนแปลงของเฉินฝานทำให้นางรู้สึกมีความสุข แต่นางไม่กล้าแสดงออกมา ด้วยกลัวว่ามันจะเป็นภาพลวงตาของนางเอง

สองพี่น้องฉินเดินตามกันไปและพบเฉินฝานเดินกลับมา สายตาจ้องมองไปที่พื้นราวกับกำลังมองหาอะไรบางอย่าง

ฉินเย่ว์โหรวสับสนเล็กน้อย

นี่คือวิธีการที่นายท่านคิดหรือ

แต่ถนนเส้นนี้เป็นถนนในหมู่บ้านจะมีฟืนได้อย่างไรเล่า

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ