เมียนักเลง นิยาย บท 33

"เหม!!" เธอแผดเสียงเรียกเหมราชดังลั่นเมื่อเห็นเลือดสีสดของเขาไหลอาบจากขมับลงมาเจิ่งนองแก้มสาก แต่เมื่อเลื่อนสายตาต่ำลงมาก็เห็นขวดเหล้าที่แตกไปแล้วในมือของเขา ทว่าสิ่งที่น่าตกใจกว่านั้นคือสภาพของภาคินที่นอนกุมศีรษะอยู่บนพื้น ท่ามกลางความมืดสลัวของแสงไฟในผับเธอมองเห็นเลือดจากศีรษะของภาคินไหลนองทั่วพื้นอย่างชัดเจน

"ถ้ารู้ตัวว่ากากก็หุบปากซะบ้างไอ้สัตว์!" เหมราชเหวี่ยงขวดเหล้าใส่พื้นเต็มแรงจนภาคินที่นอนกุมศีรษะอยู่บนพื้นรีบใช้แขนบังเศษแก้วที่กระเด็นใส่หน้า ความโหดเหี้ยมของเหมราชทำให้นาร์เนียที่กำลังมองอยู่รู้สึกหวาดกลัวในการกระทำของเขา เนื้อตัวของเธอสั่นเทิ้มเมื่อเหมราชตวัดสายตามองมาที่เธอ สีหน้าและแววตาของเขาเปลี่ยนไปราวกับไม่ใช่เหมราชคนเดิมของเธอ

"อึก..นะ..หนูกลัว..นะ..หนูจะกลับบ้าน..ฮือออ~" ความหวาดกลัวกลั่นออกมาเป็นหยาดน้ำตาในที่สุด นาร์เนียสะอื้นไห้จนตัวโยนขณะมองภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้น ทำให้เหมราชรีบเดินกลับมาหาเธอ ทว่าในจังหวะนั้นกลับมีผู้ชายคนหนึ่งเดินถือขวดเหล้ามาทางด้านหลังของเขาพอดี

"เหม!!" เด็กสาวเบิกตาโพลงด้วยความตกใจเมื่อเห็นผู้ชายคนนั้นตั้งท่าจะฟาดขวดเหล้าใส่ศีรษะของเหมราช ความห่วงใยที่มีมากกว่าความกลัวทำให้เธอรีบวิ่งออกไปชนร่างกำยำของผู้ชายคนนั้นเต็มแรงจนตัวเองก็เกือบเสียหลักล้มลง

"อย่ามาทำร้ายเหมของหนูนะ!" เธอตะโกนใส่ทั้งที่เนื้อตัวยังสั่นเทิ้ม ทำเอาเหมราชนิ่งอึ้งไปกับความใจกล้าของเด็กสาว แต่เมื่อตั้งสติได้ก็รีบเอื้อมมือไปคว้าแขนของเธอให้วิ่งออกไปพร้อมกัน โดยมีบดินทร์ ต้นน้ำ และสหรัฐวิ่งตามออกมา

"อึก..หะ..เหมเจ็บไหม" นาร์เนียถามเสียงสั่นพลางหอบหายใจเมื่อวิ่งออกมาถึงโรงจอดรถของผับหรูแล้ว แต่เหมราชก็ส่ายหน้าให้เป็นคำตอบ สีหน้าของเขาเรียบเฉยราวกับไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดเลย

"สะใจฉิบหายตอนที่มึงฟาดหัวไอ้ภาคิน" บดินทร์หอบหายใจพร้อมกับเสยผมชุ่มเหงื่อที่ตกลงมาปรกหน้าผากลวกๆ ขณะที่ต้นน้ำและสหรัฐที่วิ่งกระหืดกระหอบตามมาก็หอบหายใจหนักๆไม่ต่างกัน

"แล้วไอ้เวรตัวไหนมันฟาดหัวมึงวะ" สหรัฐถามเมื่อเห็นเลือดที่ไหลอาบลงมาจากขมับของเหมราช

"ไม่รู้ มันชุลมุนจนกูมองไม่ทัน ถ้ากูเห็นตัวมันกูคงกระทืบมันจมตีนไปแล้ว" แม้สีหน้าที่แสดงออกจะเรียบเฉย แต่ทว่าดวงตาคมกริบของเหมราชเต็มไปด้วยความโกรธแค้น เขาพ่นลมหายใจหนักๆเพื่อปรับอารมณ์ให้เย็นลง พร้อมกับรั้งตัวนาร์เนียเข้ามากอดแนบอก

"อ้าวไอ้เหี้ยต้น มึงก็โดนเหมือนกันเหรอวะ" บดินทร์ร้องถามเมื่อเห็นบาดแผลตรงขมับของต้นน้ำที่ไม่ต่างจากบาดแผลของเหมราชเท่าไร

"กูเป็นคนธรรมดานะครับไอ้สัตว์ไม่ใช่ซุปเปอร์ฮีโร่ในจักรวาลมาเวลที่จะสู้กับคนเป็นสิบได้โดยไม่มีบาดแผลเลย นี่ไม่โดนกระทืบตายห่าคาผับก็บุญหัวกูแล้ว" ต้นน้ำทำหน้าเซ็งใส่เจ้าของคำถามอย่างบดินทร์ เขาไม่ได้แสดงความเจ็บปวดออกมาเช่นเดียวกับเหมราช

"แล้วนี่ยืนรอพ่อพวกมึงมาอัญเชิญกลับบ้านกันรึไงวะ แยกย้ายดิเว้ย" ต้นน้ำพูดต่อ ก่อนจะเดินแยกตัวออกไปก่อน แต่ยังไม่วายบ่นพึมพำให้ได้ยิน "เย็บกี่เข็มอีกวะกูเนี่ย"

"เออกูว่าแยกย้ายเหอะ มึงรีบพาน้องกลับบ้านได้แล้วไอ้เหม น้องกลัวหมดแล้ว" เป็นบดินทร์ที่พูดขึ้น

"กูเห็นด้วย คืนนี้ไม่สนุกแล้วว่ะ กลับบ้านเหอะ" สหรัฐพูดเสริม ซึ่งเหมราชก็พยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะพากันแยกย้ายกลับบ้าน

"เหมไปหาหมอนะ..อึก..เหมเลือดออกเยอะเลย" นาร์เนียอ้อนวอนเสียงเครือทั้งที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนเจ็บปวดแทนเขา ทว่าเหมราชกลับก้าวขาเรียวยาวขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบก์คันหรู โดยไม่สนใจความห่วงใยของเธอเลย

"แค่นี้ฉันไม่ตายหรอก" เขาอุ้มเธอขึ้นมาบนถังน้ำมันที่ประจำ หยิบหมวกกันน็อกขึ้นมาครอบศีรษะให้เธอ แล้วขับรถออกไปในทันที

"เหมนั่งรอตรงนี้นะ หนูจะทำแผลให้" ทันทีที่กลับมาถึงห้องพักของเหมราช นาร์เนียก็รีบวิ่งเข้าไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลออกมา ในขณะที่เหมราชเดินเข้าไปนั่งรอบนโซฟา

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เมียนักเลง