เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1009

ตอนที่ 1009 สะใจ

ไม่ใช่ซูเลี่ยนเพียงคนเดียว

ที่จริงแล้ว หลายหมวดหมู่การแข่งขัน ต่างก็กำลังจ้องมองชื่อผู้ประพันธ์เพลงซึ่งอยู่ท้ายผลงานของตนเองด้วยความตกตะลึง…

เช่น กลุ่มนักดนตรีขลุ่ย

ในมหกรรมเพลงบลูสตาร์มีการแข่งขันขลุ่ยเช่นกัน

แต่เนื่องจากขลุ่ยมีหลากหลายประเภทจนนับไม่ถ้วน ทางผู้จัดงานจึงตัดสินใจรวมการแข่งขันของผู้บรรเลงขลุ่ยทุกประเภทเข้าด้วยกัน

ทุกคนสามารถใช้ขลุ่ยที่แตกต่างกันมาแข่งขันได้

ก็ใครใช้ให้บนบลูสตาร์มีขลุ่ยหลากหลายประเภทขนาดนี้กันล่ะ?

แม้แต่สัตว์อย่างเสือหรือสิงโตยังมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่

เมื่ออยู่ในต่างพื้นที่กัน ทั้งขนาดรูปร่าง ลักษณะภายนอก และแม้แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก็ย่อมแตกต่างกัน

ขลุ่ยก็เช่นกัน

ขลุ่ยที่พบได้บ่อยก็มีทั้งขลุ่ยเพลง ขลุ่ยปัง ขลุ่ยปรับเสียง ขลุ่ยเพิ่มคีย์ ขลุ่ยหยก ขลุ่ยเจ็ดรู ขลุ่ยสิบเอ็ดรู เป็นต้น

ทว่าในบรรดาขลุ่ยเหล่านี้ ขลุ่ยบลูสตาร์กลับมีอิทธิพลมากที่สุด

ขลุ่ยบลูสตาร์มีรูปลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ แตกต่างจากขลุ่ยบนโลกอย่างมาก เป็นเครื่องดนตรีสมัยใหม่ที่มีศักยภาพในการถ่ายทอดอารมณ์ทางเสียงได้หลากหลาย ไม่เช่นนั้นคงไม่กลายเป็นที่นิยมไปทั่วทั้งดาวบลูสตาร์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จนถูกเรียกว่า ‘ขลุ่ยบลูสตาร์’ หรอก

ลู่เหยียนอันเองก็ใช้ขลุ่ยบลูสตาร์

และเพลงที่เขาเลือกนั้น ก็เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการบรรเลงด้วยขลุ่ยบลูสตาร์

อันที่จริงแล้ว แค่ได้ฟังทำนองไม่กี่วินาทีแรก ลู่เหยียนอันก็มั่นใจเสียยิ่งกว่าสิ่งใด ว่าตนเองต้องคว้าบทเพลงที่มีชื่อว่า ‘ทิวทัศน์ดั้งเดิมของบ้านเกิด’ นี้มาให้ได้

นี่เป็นผลงานระดับเทพ!

นี่ไม่ใช่เพียงความเห็นของลู่เหยียนอันเท่านั้น แต่ยังเป็นความคิดเห็นของทั้งกลุ่มผู้บรรเลงขลุ่ยด้วย

และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ทุกคนต่างจ้องชื่อมอง ‘เซี่ยนอวี๋’ ด้วยความตกตะลึง

พ่อเพลงหนุ่มคนนี้ รู้เรื่องเพลงขลุ่ยด้วยหรือ?

ไม่ว่าผู้เข้าแข่งขันจะได้ผลงานที่ต้องการหรือไม่ อนาคตของการแข่งขันก็ยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

ทุกคนยังไม่รู้แม้แต่กฎกติกาด้วยซ้ำไป

มีตั้งหลายหมวดหมู่ แต่ละทวีปจะแข่งขันกันอย่างไร?

จะมีการถ่ายทอดสดไหม?

ตารางการแข่งขันจะถูกจัดอย่างไร?

ทุกอย่างยังคงเป็นปริศนา

เนื่องจากนี่เป็นครั้งแรกที่บลูสตาร์จัดมหกรรมดนตรีที่ยิ่งใหญ่ระดับนี้ ไม่มีตัวอย่างให้ทำตาม

ในช่วงเวลาต่อมา แต่ละทวีปก็ยังคงเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันอย่างจริงจัง

จนกระทั่งวันนี้

ในที่สุดเบื้องก็ส่งข้อมูลใหม่มาอีกครั้ง

มหกรรมเพลงบลูสตาร์ ได้รับการเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการเป็น ‘มหกรรมดนตรีบลูสตาร์’

เอาเถอะ

เป็นข่าวที่ไม่มีผลอะไรเลย

ไม่ว่างานนี้จะถูกเรียกว่า ‘มหกรรมเพลงบลูสตาร์’ หรือ ‘มหกรรมดนตรีบลูสตาร์’

ทุกคนแค่ต้องรู้ว่านี่เป็นเวทีการแข่งขันดนตรีอย่างเป็นทางการครั้งแรกระหว่างทวีปต่างๆ บนบลูสตาร์ก็พอแล้ว

ทว่าชื่อก็เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

สื่อที่รายงานเกี่ยวกับงานนี้ ต่างก็เริ่มใช้คำว่า ‘มหกรรมดนตรีบลูสตาร์’

หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า ‘งานดนตรีบลูสตาร์’

และท่ามความสนใจจากทุกฝ่าย ในที่สุดวันเวลาก็เคลื่อนคล้อยมาถึงเดือนมีนาคม แต่ละทวีปเริ่มได้รับข่าวสารที่ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับการแข่งขัน

ฉินโจว

การประชุมของทีมโค้ชหลัก

ช่วงนี้บรรดาโค้ชหลักต่างทำงานอย่างหนัก ต้องเดินทางไปดูแลแต่ละหมวดหมู่แทบทุกวัน

มีการแข่งขันทั้งหมด 108 ราชการ

เรียกได้ว่าทุกคนต้องผลัดเปลี่ยนกันไปดูแล

คนที่เหนื่อยที่สุดเห็นจะเป็นหยางจงหมิง เพราะทุกเรื่องต้องให้เขาเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายในฐานะหัวหน้าโค้ชใหญ่

ตอนนี้

หยางจงหมิงถือเอกสารอยู่ในมือ กล่าวขึ้นว่า “นี่คือประกาศใหม่จากสมาคมวรรณศิลป์ ว่ากรรมการของแต่ละหมวดหมู่การแข่งขันในการแข่งขันมหกรรมดนตรีบลูสตาร์ จะถูกคัดเลือกจากสมาคมวรรณศิลป์

ทุกคนพยักหน้ารับ

เรื่องนี้เป็นไปตามที่ทุกคนคาดการณ์ แต่ลู่เซิ่งก็ยังแสดงความกังวลออกมาเล็กน้อยและพูดขึ้นว่า “ถ้าเป็นแบบนี้ กรรมการก็คงเป็นคนจงโจวซะส่วนใหญ่ใช่ไหม?”

ทุกคนต่างก้มหน้ามองพื้นหรือแหงนมองฟ้า

พากันทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

หลินเยวียนค่อนข้างซื่อตรง คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดขึ้นว่า

“เพลงนี้เป็นไงครับ”

เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา

สายตาของทุกคนที่ล่องลอยไปเมื่อครู่ เปลี่ยนเป็นความตกตะลึงและค่อยๆ กลายเป็นความงุนงง

นี่มันสถานการณ์ไหนกันเนี่ย!?

คุณยังมีเพลงเหลืออยู่อีกหรือ!?

ทำไมเมื่อครู่พวกเขาถึงเอาแต่พูดถึงเงื่อนไข แต่ไม่เสนอเพลงกันสักคน?

ทำไมพอพูดถึงการให้เสนอเพลง ทุกคนกลับทำเป็นไม่สนใจ?

เพราะผลงานทั้งหมดที่พวกเขามี ถูกงับไปใช้ในมหกรรมเพลงบลูสตาร์จนหมดสิ้น เรียกได้ว่าหมดไส้หมดพุง ปรากฏว่าสำหรับเซี่ยนอวี๋ ซึ่งเป็นคนที่ทุ่มเทให้กับงานนี้มากที่สุด กลับยังสามารถหยิบผลงานใหม่ออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย ทำเอาเหล่าพ่อเพลงเหล่านี้ถึงกับท้อใจไปตามๆ กัน

บอกได้เพียงว่า คนหนุ่มนี่ไฟแรงจริงๆ

ปัญหาคือ แต่ตอนพวกเรายังหนุ่มก็ไม่ได้ฝีมือร้ายกาจขนาดนี้นะ?

ในขณะที่ทุกคนกำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย หยางจงหมิงก็ดีดนิ้วหนึ่งที ให้ความรู้สึกเหมือนทานอสดีดนิ้วไม่มีผิด

“มาลองฟังกันดู”

หลินเยวียนพยักหน้า ก่อนกดเล่นเพลง

เดี๋ยววววววววววว…

ขณะที่ที่สีหน้าของทุกคนค่อยๆ เปลี่ยนไป หลินเยวียนก็พูดขึ้น “เพลงนี้ชื่อว่า ‘ชัยชนะ’ ผมคิดว่าเพลงนี้มีความหมายดี เหมาะกับพิธีปฏิญาณตน”

แน่นอนว่าชื่อ ‘ชัยชนะ’ นี้เป็นชื่อที่ถูกแปลมาอีกที

แต่สิ่งที่หลินเยวียนหยิบออกมา คือบทเพลงแห่งความฮึกเหิมในตำนานอย่างเพลง ‘Victory’

ท่ามกลางเสียงดนตรี

หัวหน้าโค้ชต่างมองหน้ากัน

และเมื่อจังหวะของเพลงเริ่มเร่งเร้าและกระตุ้นความฮึกเหิม จู่ๆ ก็มีคนโพล่งขึ้นมาว่า

“ให้ตายเถอะ เพลงโคตรสะใจเลยโว้ย!”

………………………………………………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน