ตอนที่ 1046 เชิญร่ำสุรา
บนเวที
ซย่าฝานโค้งคำนับแล้วเดินลงมา
เสียงปรบมือจากผู้ชมด้านล่างดังกึกก้องและอบอุ่น
“รู้สึกหน่วงๆ ในใจจัง”
“ตอนแรกนึกว่าเนื้อเรื่องจะเป็นรักระหว่างศิษย์กับอาจารย์ แต่ไม่คิดว่าจะพูดถึงการจากลา”
“จู่ๆ ก็ทำให้นึกถึงตอนสมัยเล่นเกม เคยรับศิษย์คนหนึ่งเหมือนกัน
ตอนนั้นเขามุ่งมั่นจะเก็บเลเวลและตีมอนสเตอร์ ส่วนฉันกลับเอาแต่เดินชมวิวในเกม
สุดท้ายฉันสู้เขาไม่ได้ เขาก็ไปเป็นอาจารย์ของคนอื่นแล้ว”
“รู้สึกว่าเนื้อเรื่องเพลงนี้เข้ากับเกมแนวกำลังภายในดีนะ”
“บรรยายได้เหมือนกับว่า อาจารย์รับผู้เล่นใหม่เข้ามาเป็นศิษย์
พอเวลาผ่านไป ศิษย์คนนั้นเรียนรู้ทุกอย่างจนเก่งขึ้น
เริ่มไม่ต้องพึ่งอาจารย์อีกแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองก็ค่อยๆ ห่างกันไป
จนวันหนึ่งอาจารย์เลิกเล่นเกม ส่วนศิษย์เติบโตขึ้น
กลายเป็นอาจารย์คนใหม่ แล้วหวนคิดถึงอาจารย์ที่เคยอยู่ข้างๆ แต่ตอนนั้น อาจารย์คนนั้นกลับหายไปแล้ว”
“ซึ้งเรียกน้ำตามากเลยนะ”
“ทั้งที่ไม่ใช่เพลงรัก แต่ทำไมถึงเจ็บปวดขนาดนี้”
“ไม่รู้เหมือนกันว่าเซี่ยนอวี๋เล่นเกมเก่งไหม แต่คนอย่างเขาที่เป็นอัจฉริยะ คงเล่นเก่งมากแน่ๆ”
“ฉันไม่ได้เล่นเกม แต่ก็ไม่ทำให้ฉันชอบเพลงนี้น้อยลงเลย”
…
“บ้าชะมัด!”
“ดูเหมือนเขายังเค้นออกมาไม่หมดจริงๆ !”
“ซย่าฝานสู้ต่อไป รีดเพลงเขาให้หมดให้ได้!”
“แต่ฉันก็รู้สึกนะว่าเซี่ยนอวี๋เริ่มถูกรีดจนหมดแล้ว เพลงนี้ทั้งใช้เอฟเฟ็กต์ ทั้งเน้นเนื้อเรื่อง
นั่นแปลว่าเขาเริ่มไม่มีลูกไม้ใหม่ๆ ออกมาแล้ว”
“ก่อนหน้านี้เพลงนางงิ้วผู้ภักดีก็ใช้วิธีเดียวกัน เพลงที่เล่าเรื่องราวพร้อมเนื้อเรื่อง ทำให้ผู้ชมรู้สึกอินยิ่งขึ้น”
“แต่เนื้อเรื่องของเพลงนี้ดราม่าเกินไป”
“น้ำตาซึมแล้ว ฉันนี่บ่อน้ำตาตื้นจริงๆ ”
ในขณะนั้นเอง
ผู้บรรยายชายก็โพล่งขึ้นทันทีว่า “เนื้อเพลงเพลงนี้ เขียนแบบลวกๆ อยู่นะครับ”
“จริงด้วย!”
ผู้บรรยายหญิงพยักหน้าเห็นด้วย “ถ้าไม่ดูเนื้อเรื่องประกอบ เนื้อเพลงมันก็ดูธรรมดาไปหน่อย เหมือนเขียนขึ้นมาเพื่อรองรับเนื้อเรื่องมากกว่า”
“ถ้าว่ากันตามตรง เพลงนี้เมื่อเทียบกับผลงานก่อนหน้าของเขา ถือว่าเป็นรองกว่าสักหน่อย แค่เพราะเนื้อเรื่องซึ้ง เลยช่วยกลบจุดอ่อนตรงนี้ได้ นอกจากนั้น ซย่าฝานร้องได้ดีมากจริงๆ ราชวงศ์ปลามีแต่นักร้องหญิงที่ประมาทไม่ได้ ยกเว้นเว่ยห่าวอวิ้น แต่ทั้งหมดนี้ยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งที่ฉันประเมินนั้นถูกต้อง!”
ผู้บรรยายชายพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เพลงของเซี่ยนอวี๋เหลือไม่มากแล้ว!”
ทันใดนั้น ห้องถ่ายทอดสดก็ส่งเสียงตะโกนโหวกเหวกกันยกใหญ่!
พวกเขาต่างรอคอย วันที่เพลงของเซี่ยนอวี๋จะหมดคลัง
หลังจากที่จงโจวพ่ายต่อเซี่ยนอวี๋ต่อเนื่องหลายครั้ง
พวกเขาแทบไม่คาดหวังจะเอาคืนในสนามอีกต่อไป ไม่สู้ตั้งตารอให้เขางัดเพลงออกมาจนหมดแรงในเวทีนี้ดีกว่า!
ระหว่างที่แต่ละทวีปกำลังถกเถียงกัน การแข่งขันรอบแรกก็ยังคงดำเนินต่อไป
มีผู้ผ่านเข้ารอบทั้งหมดแปดคน ซย่าฝานได้คะแนนเป็นอันดับสี่
แม้จะผ่านเข้ารอบได้สำเร็จ แต่เมื่อเทียบกับคะแนนเพลงอื่นๆ ของเซี่ยนอวี๋ในอดีต เพลงหิมะระหว่างคิ้วก็ดูคล้ายกับว่าจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก
“รอบนี้ยังมั่นคงไม่พอ”
ลู่เซิ่งกล่าวกลั้วหัวเราะ
หลินเยวียนพยักหน้า “เสี่ยงไปหน่อย แต่ถือว่าการทดลองนี้ ประสบความสำเร็จ”
“การทดลอง?”
อิ่นตงซึ่งยืนอยู่ข้างๆ งุนงงไปเล็กน้อย
ในมหกรรมเพลงบลูสตาร์ คุณยังจะมาเล่นทดลองดนตรีอีกหรือ?
แม้ว่าทีมโค้ชหลักจะสามารถรู้รายชื่อเพลงที่เข้าแข่งขันล่วงหน้าได้
แต่เนื่องจากการแข่งขันนั้นมีหลายหมวดหมู่ ทุกคนจึงไม่อาจจะใส่ใจทุกเพลงได้
“ดูต่อไปก็รู้เอง”
ลู่เซิ่งรู้อะไรบางอย่าง รอยยิ้มของเขาแฝงความขบขันเจือความมั่นใจ
อิ่นตงเบ้ปาก ทว่าในใจก็ไม่ได้รู้สึกกังวลแม้แต่น้อย
เพราะในการแข่งขันหมวดเพลงโบราณครั้งนี้ ไม่มีใครในฉินโจวคิดจะแทรกแซงเลยแม้แต่น้อย
ทุกอย่างถูกมอบหมายให้เซี่ยนอวี๋จัดการทั้งหมด
เพราะอะไรน่ะหรือ?
เพราะตราบใดที่เซี่ยนอวี๋ยังยอมปล่อยเพลงแนวโบราณออกมา เขาก็สามารถกวาดล้างทุกอย่างได้แน่นอน
…
ไม่นานนัก
การแข่งขันรอบที่สองก็เริ่มต้นขึ้น
คราวนี้ซย่าฝานจับสลากได้หมายเลขหก
เมื่อก้าวขึ้นสู่เวทีอีกครั้ง
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นพยักหน้าเบาๆ ให้กับทีมงาน
ในวินาทีนั้นเอง
บนจอขนาดยักษ์ปรากฏข้อมูลเพลง
ผลงาน: เชิญร่ำสุรา
เนื้อร้อง: เซี่ยนอวี๋
ทำนอง: เซี่ยนอวี๋
ขับร้อง: ซย่าฝาน
อันที่จริง หลินเยวียนตั้งใจมอบเพลงนี้ให้เว่ยห่าวอวิ้น
เพลงมันดังเพราะทำนองล้วนๆ’
‘จริงๆ มีนักประพันธ์เพลงหลายคนที่เป็นแบบนี้นะ
รวมถึงบางคนในจงโจวเราด้วย ชอบแต่งเพลงแล้วก็อยากเขียนเนื้อเอง
ทำเหมือนกับว่าตัวเองเข้าใจเนื้อเพลงมากกว่าใคร
แต่จริงๆ แล้ว การแต่งเนื้อกับการแต่งทำนอง เป็นสองศาสตร์ที่แตกต่างกันสิ้นเชิง’
…
ถ้าคนจากทวีปอื่นรู้ว่าชาวจงโจวกำลังตั้งคำถามกับเนื้อเพลงของเซี่ยนอวี๋ล่ะก็คงได้หัวเราะจนแทบขาดใจแน่นอน
เพราะนี่มันชวนให้นึกถึงประโยคเชิงแดกดันว่า ‘หลี่ชิงจ้าวผู้เปี่ยมไปด้วยมธุรสวาจา’ ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
ได้กลิ่นแรงมาก
นี่แหละคือช่องว่างของข้อมูล
อันที่จริง
เมื่อชื่อเพลงเชิญร่ำสุราปรากฏบนจอยักษ์ นอกจากชาวจงโจวที่มึนงงไม่เข้าใจ
ผู้ชมจากทวีปอื่นๆ กลับพากันส่งเสียงอื้ออึง ดังกระหึ่มไปทั้งห้องถ่ายทอดสด!
เห็นได้ชัด
ว่าหลายคนรู้จักเพลงนี้ดี!
แม้แต่ผู้บรรยายบางคนก็ถึงกับสีหน้าเปลี่ยนโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเผลอ เอ่ยประโยคหนึ่งออกมาอย่างอดไม่ได้ ‘ท่านไม่เห็นหรือ?’
ห้องถ่ายทอดสดฝั่งฉินโจว
ผู้ชมจำนวนมหาศาลตื่นเต้นกันจนแทบระงับอารมณ์ไม่อยู่!
‘เชิญร่ำสุรา!?’
‘นี่มันบทกวีที่เซี่ยนอวี๋เคยเขียนไว้ก่อนหน้านี้ไม่ใช่เหรอ!?’
‘นี่คือกวีนิพนธ์เยวี่ยฝู แต่คุณพูดได้ถูกต้อง นี่คือบทเดียวกันนั่นแหละ หมายความว่าเซี่ยนอวี๋เอาเชิญร่ำสุรามาแต่งเป็นเพลงเลยงั้นเหรอ?”
‘เนื้อเพลงนี่ระดับสุดยอดเลยนะ!”
‘สำหรับฉันมันอยู่ระดับเดียวกับขอเราคงอยู่ชั่วนิรันด์เลยอะ”
‘ที่แท้ก็เอามาแต่งเป็นเพลงได้ด้วยเหรอ!?’
‘แล้วของพ่อเพลงอวี๋จะสามารถจับจะให้ความรู้สึกแบบในบทกวีได้ไหมเนี่ย?’
‘ต้นฉบับนี่ทรงพลังมากนะ!’
‘รอเลย!’
‘ถ้าเขาแต่งเพลงนี้ออกมาได้จริง มันจะกลายเป็นเพลงแนวโบราณที่ เจ๋งที่สุดเลยล่ะ!’
‘จะว่าไป ทวีปจงโจวยังไม่ได้ผนวกรวม พวกเขาน่าจะยังไม่รู้ถึงพรสวรรค์ด้านการแต่งบทกวีของพ่อเพลงอวี๋ล่ะมั้ง?’
เอ๊ะ?
เมื่อคิดตามดูแล้วเหมือนจะจริงด้วย?
ผู้ชมหลายคนเริ่มย้อนนึกถึงความรู้สึกของตนเอง ในวันที่ได้ฟังบทกวีเชิญร่ำสุรา เป็นครั้งแรกก่อนที่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะปรากฏบนใบหน้าทีละคน
เตรียมรับแรงปะทะจากพายุได้เลย!
…………………………………………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...