ตอนที่ 1047 เพียงเอื้อนเอ่ยวาจา ประหนึ่งว่ายกมาทั้งราชวงศ์ถัง (1)
วงดนตรีต่างประจำตำแหน่งของตนเรียบร้อย
การแสดงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
ในห้องถ่ายทอดสดของจงโจว
เสียงพูดคุยเริ่มดังขึ้น
“วงนี้ใช้เครื่องดนตรีเยอะเหมือนกันนะ… แถมดูเหมือนจะเป็นเครื่องดนตรีโบราณของบลูสตาร์ทั้งนั้นเลย”
“แค่เครื่องดนตรีโบราณมันจะไปพอที่ไหนล่ะ?”
“เพลงแนวโบราณเนี่ย เนื้อเพลงสำคัญมากเลยนะ”
“ครั้งนี้เซี่ยนอวี๋ก็ยังแต่งเนื้อร้องเองเหมือนเดิม ถ้าใช้เนื้อเพลงแบบเขาไปใส่ในเพลงพ็อปยังพอได้ แต่พอมาอยู่ในเพลงโบราณแล้วดูประหลาดยังไงก็ไม่รู้”
“ใช่เลย”
“ไม่ใช่แค่เพลงหิมะระหว่างคิ้วหรอกนะ แม้แต่เพลงพ็อปก่อนหน้านี้ของเขา เนื้อเพลงก็ยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ จริงๆ เพลงแบบนี้สมควรได้เนื้อเพลงที่ดีกว่านี้อะ อย่างเพลงชีวิตคือตัวเลข เนื้อก็เหมือนเขียนเอาความแปลก หรืออย่างเพลงวันฟ้าใส ใส่โน้ตลงไปง่ายๆ เหมือนแต่งเอาให้จบ”
“ทั้งหมดนั่นต้องอาศัยทำนองดนตรีช่วยประคองเอาไว้ทั้งนั้น”
“บางครั้งก็ต้องพึ่งเนื้อเรื่องด้วยซ้ำ”
“จริงๆ การใส่เนื้อเรื่องเข้าไปทำให้เพลงทรงพลังขึ้นจริง แต่ถ้าคราวนี้เนื้อเพลงยังไม่ดีพออีกละก็ ฉันว่าคณะกรรมการคงไม่เอาด้วยแล้วละ กรรมการกลุ่มนี้ให้คะแนนปรับไปตามสถานการณ์ มุกเดิมๆ ใช้ซ้ำกับพวกเขาไม่ได้หรอก”
…
บนเวทีอันเจิดจรัส ซย่าฝานกำลังปรับลมหายใจของตนเอง แน่นอนว่าเธอไม่ได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งหลายจากห้องถ่ายทอดสด สายตาของเธอในตอนนี้เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว
เจียงขุยได้แชมป์แล้ว
เฉินจื้ออวี่ได้แชมป์แล้ว
ซุนเย่าหั่วได้แชมป์แล้ว
จ้าวอิ๋งเก้อได้แชมป์แล้ว
ราชวงศ์ปลา มีหกคนสี่คนคว้าแชมป์ไปแล้ว
ตอนนี้เหลือแค่ ตัวเธอกับเว่ยห่าวอวิ้นที่ยังไม่สามารถคว้าแชมป์มาครองได้
แม้ว่าทุกคนล้วนเก่งกาจน่าทึ่ง แต่เธอเองก็ไม่ได้ด้อยกว่าใคร เธอก็ยังมีผลงานของของหลินเยวียนอยู่ข้างกาย แล้วทำไมเธอจะคว้าแชมป์ไม่ได้ล่ะ!?
งั้นก็สู้ไปด้วยกันเถอะ!
ฉันจะไม่เป็นตัวถ่วงใครแน่นอน!
ความฮึกเหิมพลุ่งพล่านขึ้นในหัวใจของซย่าฝาน!
และในวินาทีนั้นเอง เสียงดนตรีก็ดังขึ้นทันใด
ซย่าฝานยกไมโครโฟนขึ้นช้าๆ ดวงตาเปล่งประกายด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เอ่อท้น “ท่านไม่เห็นหรือ
“ท่านไม่เห็นหรือ แม่น้ำเหลืองไหลรินจากฟากฟ้า ลงสู่มหาสมุทรไม่ย้อนกลับ กระจกเงาในห้องโถงสะท้อนเส้นผมขาวโพลน ยามเช้าดำดังไหม ยามเย็นขาวดังหิมะ…”
พรึบๆๆ !
ห้องถ่ายทอดสดในทุกทวีป
ผู้ชมดวงตาเป็นประกาย!
เชิญร่ำสุราของเซี่ยนอวี๋ เป็นบทกวีที่เปี่ยมไปด้วยความห้าวหาญและหยิ่งทะนง การจะประพันธ์เพลงจากบทกวีเช่นนี้ สิ่งสำคัญคือต้องดึงพลังอันยิ่งใหญ่นั้นออกมาให้ถึงขีดสุด หากทำไม่ได้เพลงนี้ก็จะกลายเป็นผลงานที่ครึ่งๆ กลางๆ และไม่สมศักดิ์ศรีของบทกวี
ในเวลานี้
เสียงร้องของซย่าฝานนั้นตรงตามความคาดหวังของทุกคนอย่างไม่ต้องสงสัยเลย น้ำเสียงของเธอคล้ายเว่ยห่าวอวิ้น ทรงพลังและสง่างาม เธอไม่ใช่นักร้องสายเสียงหวานอ่อนโยน ยิ่งไปกว่านั้น ในเสียงร้องของเธอยังแฝงไปด้วยความจนใจอย่างเบาบาง เข้ากับเนื้อเพลง และเข้ากับใจความของบทกวีได้เป็นอย่างดี
…
ที่ห้องถ่ายทอดสดของจงโจว คอมเมนต์ซึ่งก่อนหน้านี้กำลังถกเถียงกันว่าเนื้อเพลงของเซี่ยนอวี๋ไม่ดี กลับค่อยๆ เงียบหายไปอย่างรวดเร็ว ผู้บรรยายหญิงถึงกับดวงตาเบิกกว้าง จ้องมองเนื้อเพลงบนหน้าจอด้วยความตะลึง
พูดได้เพียงว่าไม่เสียแรงที่เป็นบทกวีของหลี่ไป๋
เพียงแค่ไม่กี่บรรทัดแรก ก็สามารถวาดภาพความยิ่งใหญ่และเต็มเปี่ยมจิตวิญญาณออกมาได้แล้ว แถมยังแฝงความเศร้าละเมียดละไมบางเบาเอาไว้อย่างแนบเนียน ต่อให้ไม่ใช่คนที่ประณีตด้านศัพท์แสงและถ้อยคำมากนัก ก็ยังสามารถสัมผัสได้ถึงความงดงามและความลึกซึ้งในถ้อยคำเหล่านี้
‘เอ๊ะ?’
‘เนื้อเพลงนี่?’
‘เหมือนจะใช้ได้อยู่นะ?’
‘มีของแฮะ!’
‘แค่ไม่กี่ประโยคเองนะ’
‘ลองดูท่อนต่อไปดีกว่า’
‘ไม่รู้ว่าเนื้อเพลงต่อจากนี้จะเป็นยังไง แต่แค่ไม่กี่บรรทัดแรกนี่ก็ดีกว่าเนื้อเพลงก่อนๆ ของเขาเยอะเลย!’
‘ให้ตายเถอะ!”
‘นี่มันอะไรกันเนี่ย!’
จู่ๆ ก็มีเสียงอุทานดังขึ้น!
เสียงผีผาบรรเลงขึ้นมา ยังคงเป็นท่อนเนื้อเดิมที่เพิ่งร้องไป ทว่าทำนองตอนนี้อ่อนโยนขึ้น ราวกับมีเสียงประสานบางเบาแทรกเข้ามาในดนตรีประกอบ เคล้ากับเสียงกลองใบใหญ่ที่ดังทุ้มหนักอย่างไร้สะดุด ไต่ระดับของอารมณ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
จากนั้นเสียงกีตาร์ไฟฟ้าถูกผสมเข้ามา!
เสียงกลองชุดระเบิดขึ้นอย่างกึกก้อง!
ซย่าฝานยกไมโครโฟนขึ้นอีกครั้ง แต่ที่น่าตกใจคือในเพลงแนวโบราณเช่นนี้ กลับแทรกการแร็ปทีทรงพลังเข้าไป แม้จะไม่ได้แร็ปเร็วนัก ทว่าแต่ทุกถ้อยคำกลับพุ่งออกไปเหมือนกระสุน! ยิงกระจายออกไปรอบทิศ
ยามชีวิตเปรมปรีดิ์ จงเสพสุขีไม่ร้าง อย่าให้จอกทองว่างเปล่ารับจันทรา”
สวรรค์ให้ข้ากำเนิดมา ย่อมมีค่าควรให้ใช้ ทองพันชั่งแม้นมลาย สักวันจักได้กลับคืนมา
ย่างแพะเชือดวัวฉลองให้สำราญ จงดื่มถึงสามร้อยจอก
เฉินฟู่จื่อ
ตันชิวเซิง
เชิญร่ำสุรา
เปยโม่ถิง
ตัวข้าจะขับขานบทเพลงให้
โปรดท่านได้สดับฟัง!”
ท่อนแร็ปค่อยๆ ผลักอารมณ์ขึ้นไปทีละขั้นๆ เมื่อถึงสองท่อนสุดท้าย ท่วงทำนองเปลี่ยนอีกครั้ง นี่ไม่ใช่เพียงความปราดเปรื่องในตัวอักษร อีกต่อไป แต่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความห้าวหาญที่ส่งอารมณ์สู่ใจผู้ฟังได้อย่างแท้จริง!
จอยักษ์บนเวที ปรากฏภาพการร่ำสุรา กลุ่มบุรุษโบราณกำลังนั่งล้อมโต๊ะดื่มเหล้า ทว่าผู้ที่ดึงดูดสายตามากที่สุดคือบุรุษชุดขาวคนหนึ่ง
ครืน!
ช่วงเวลานี้ เรียกได้ว่าเวทีลุกเป็นไฟ !
ผู้ชมในสนามล้วนขนลุกซู่!
ทีมโค้ชหลักของจงโจวล้วนตะลึงงันในทันใด!
แม้แต่อบิเกล หัวหน้าโค้ชใหญ่ผู้มีตำแหน่งสูงสุดของจงโจว ก็เผลออ้าปากค้าง แววตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ!
อย่าลืมว่า
จงโจวยังไม่ได้รวมผนวกรวมกับทวีปอื่น ร้อยละเก้าสิบเก้าของชาวจงโจว เพิ่งเคยได้สัมผัสกับเชิญร่ำสุราเป็นครั้งแรก!
‘ฉันตายเลยได้ไหม!’
‘ตรงกับจินตนาการที่ฉันมีต่อบทเพลงนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบเลย ทำนองกับความหมายของบทกวีเข้ากันได้ลงตัวมาก ขนลุกไปทั้งตัว!’
‘เทพเจ้าลงมาร้องเอง!’
‘เพราะแบบเพราะมาก!’
‘สง่างามและอิสระเสรี!’
‘ช่างทะนงองอาจ!’
‘หัวจะระเบิดแล้ว!’
‘พวกเธอเห็นสีหน้าของทีมโค้ชหลักจงโจวไหม พวกเขาน่าจะเพิ่งเคยได้ยิน เชิญร่ำสุราเป็นครั้งแรก หน้าตาเหมือนคนที่ไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนเลย’
‘ฮ่าๆๆๆ !’
แม้ว่าจะมีบางคนคุ้นเคยกับบทกวีเชิญร่ำสุราจนท่องจำได้แล้ว แต่ความรู้สึกประทับใจที่ได้รับจากการฟังบทเพลงนี้ก็ไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม กลับยิ่งรู้สึกสะเทือนใจมากกว่าเดิมอีก
น่าสนใจกว่าก็คือปฏิกิริยาของชาวจงโจว!
ปฏิกิริยาแบบนั้น ทำให้ผู้ชมจากเจ็ดทวีปอื่นๆ รู้สึกภาคภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก นี่มันบทกวีจากหนังสือรวมบทกวีของเซี่ยนอวี๋ พวกคนบ้านนอกอย่างจงโจวคงไม่เคยเห็นของแบบนี้มาก่อนสินะ?
ด้านล่างเวที
มีผู้ชมลุกขึ้นยืน!
มีคนลุกขึ้นยืนมากขึ้นเรื่อยๆ!
มือมากมายยกสูงเหนือศีรษะ!
เสียงปรบมือผสานกับเสียงดนตรีราวกับกลายเป็นเครื่องดนตรีอีกชิ้นหนึ่ง ความกระตือรือร้นและความห้าวหาญอันล้นปรี่ของบทกวีถูกบรรยากาศขับเน้นออกมาอย่างเต็มเปี่ยมและงดงามที่สุด!
ในบรรยากาศที่กำลังพลุ่งพล่าน
ท่อนร้องสอดประสานอยู่ในนั้น
ซย่าฝานนำพาผู้ชมทั้งเจ็ดทวีปหวนรำลึกถึงเชิญร่ำสุราอีกครั้ง และยังพาผู้ชมจากจงโจว ก้าวเข้าสู่โลกที่ทั้งห้าวหาญและงามล้ำในเชิญวรรณศิลป์แห่งนี้
“เฉินอ๋องเลี้ยงฉลองสนองภิรมณ์”
“สุราหนึ่งพันจอกเกษมศานต์”
“เจ้าบ้านไยเอ่ยว่ามีเงินน้อย”
“รีบซื้อสุรามาดื่มร่วมกัน”
บนโลกบลูสตาร์เองก็มีในประวัติศาสตร์ ผู้ที่ได้รับพระราชทานตำแหน่งเฉินอ๋องมีอยู่หลายคน เรื่องราวที่เชื่อมโยงกันสามารถโยงเข้ามาได้พอดี ตอนที่หลินเยวียนแต่งบทเพลงนี้ แม้แต่จะต้องปรับเนื้อหาอะไร เขาก็แทบไม่ต้องทำเลย
“ทั้งอาชา”
“เสื้อคลุมล้ำค่า”
ภาพบนจอใหญ่เปลี่ยนไปภาพเล็กน้อย บุรุษในชุดขาวแลดูประหนึ่งเซียนตกอับ กำลังร่ำสุราอย่างเริงร่า ไม่แยแสต่อโลก
อบอวลด้วยกลิ่นอายโบราณ
บทกวีและความหมายของบนจอผสานเข้าด้วยกัน กระตุ้นจินตนาการของผู้ชม เพียงแต่ไม่มีผู้ชมคนใดรู้เลยว่าภาพวาดทั้งหมดที่ปรากฏบนฉากหลังเวทีนั้น ล้วนเป็นฝีมือของหลินเยวียนเอง ทว่าหากมีใครสืบค้นในภายหลัง สิ่งที่พวกเขาจะเจอก็มีเพียงชื่อของ ‘อิ่งจือ’ เท่านั้น
ในจำแหน่งที่นั่งโค้ชของฉินโจว หลินเยวียนขยับริมฝีปากเบาๆ ร้องท่อนสุดท้ายออกมา “เรียกบริวารออกไปแลกเป็นสุรา ร่วมร่ำสุราดับโศกนับหมื่นปี…”
ด้านบนเวที
ซย่าฝานร้องถึงท่อนนี้เช่นกัน เพียงแต่เสียงของเธอค่อยๆ เบาลง ปล่อยให้ผู้ชมดื่มด่ำไปกับความงดงามอันไร้ขอบเขตของบทเพลงนี้
………………………………………….

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...