เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1055

ตอนที่ 1055 วันสุดท้าย

………………..

วันที่สิบแปด!

นี่คือวันสุดท้ายของการแข่งขัน!

มหกรรมดนตรีบลูสตาร์จะปิดฉากลงในคืนนี้!

สายตาทั้งโลกจับจ้องมายังเวทีแห่งนี้!

แม้แต่ผู้ชมที่ไม่ค่อยได้ติดตามการแข่งขันตลอดสิบเจ็ดวันที่ผ่านมา วันนี้ก็ยังพร้อมใจกันเปิดโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู

เหตุผลนั้นเรียบง่าย

เพราะวันนี้อาจได้เห็นศึกอันดุเดือดระดับดาวอังคารพุ่งชนบลูสตาร์ อบิเกลปะทะหยางจงหมิง การเผชิญหน้าระหว่างสองยอดฝีมือกำลังจะระเบิดขึ้น!

ซ่าาา!

ห้องถ่ายทอดสดของแต่ละทวีป

ยอดผู้ชมพุ่งทะลุเพดานในพริบตา!

แม้แต่จำนวนผู้บรรยายในห้องถ่ายทอดสดของแต่ละทวีปก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว!

บรรดาแขกรับเชิญ ก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่หัวหน้าโค้ชเพียงคนเดียวอีกต่อไปแล้ว

เช่นในห้องถ่ายทอดสดของฉินโจววันนี้

ได้เชิญผู้บรรยายถึงสี่คน ได้แก่อันหง เสี่ยวหมี่ และอีกสองคน

พร้อมด้วยโค้ชหลักสองคนคือลู่เซิ่งและเจิ้งจิงเข้าร่วมรายการด้วย!

บนโลกออนไลน์ทุกพื้นที่ล้วนเต็มไปด้วยการพูดคุยเกี่ยวกับการแข่งขันวันนี้กระแสของผู้ชมพุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน!

‘การแข่งขันเปียโนจะเริ่มตอนไหนเหรอ’

‘ช่วงบ่ายกับช่วงเย็น’

‘แย่ละ ยังต้องรออีกตั้งนานแน่ะ!’

‘อดใจไม่ไหวแล้วนะเนี่ย!’

‘ก็ช่วยไม่ได้ รายการสำคัญเขามักจะเก็บไว้ท้ายสุดแหละน่า’

‘ขอให้สี่รายการแรกรีบแข่งจบไวๆ สักทีเถอะ ฉันอยากดูศึกใหญ่!’

‘ตื่นเต้นสุดๆ ไปเลย!’

‘พ่อเพลงหยางของพวกเราจะเอาชนะอบิเกลได้ไหมนะ?’

‘ผมเห็นในเน็ตมีวิเคราะห์ไว้นะบอกว่าผู้เข้าแข่งขันตัวท็อปของทั้งสองฝั่ง ฝีมือใกล้เคียงกันมากดังนั้นสิ่งที่จะชี้ชะตาว่าใครชนะ คงขึ้นอยู่กับคุณภาพของผลงานเป็นหลักเว้นเสียแต่ว่าจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำพลาดขึ้นมา’

‘ไม่ต้องห่วงหรอก’

‘นักเปียโนจากฉินโจวและจงโจว ต่างก็เป็นนักเปียโนระดับปรมาจารย์ทั้งนั้น ไม่มีทางทำพลาดในช่วงเวลาสำคัญแน่นอน!’

…

วันนี้มีการแข่งขันทั้งหมดหกรายการ

ทั้งหมดเป็นหมวดหมู่เครื่องดนตรี

และการแข่งขันเดี่ยวเปียโนถูกจัดไว้ในรายการสุดท้าย

เนื่องจากผู้ชมต่างเฝ้ารอการแข่งรอบชิงของหมวดเปียโนกันอย่างล้นหลาม ทำให้ระหว่างชมการแข่งขันสี่รายการแรก หลายคนถึงกับดูแบบเหม่อลอย ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยด้วยซ้ำ

และไม่นาน

การแข่งขันรายการแรกก็จบลง

ฉินโจวคว้าเหรียญทองไปได้สำเร็จ!

ห้องถ่ายทอดสดของฉินโจวเต็มไปด้วยความดีใจ!

‘ลางดี!’

‘เปิดได้สวย!’

‘รวมแล้วได้ 29 เหรียญทองแล้วนะ!’

‘เราเข้าใกล้จงโจวขึ้นอีกนิดแล้ว!’

‘ถึงจำนวนเหรียญรวมจะชนะจงโจวไม่ได้แน่ๆ แล้ว แต่ยิ่งช่องว่างน้อยลงเท่าไหร่ ก็ยิ่งพิสูจน์ได้ว่ามาตุภูมิแห่งดนตรีของพวกเรา แข็งแกร่งขึ้นแค่ไหน!’

…

ทวีปอื่นๆ ก็พากันพูดคุยอย่างคึกคัก

ทว่าในห้องถ่ายทอดสดของจงโจว ผู้ชมกลับไม่มีความรู้สึกตื่นเต้นเลยสักนิด

‘โดนไล่มาอีกเหรียญแล้ว’

‘แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก’

‘ถึงพวกเขาจะกวาดเหรียญทองทั้งหกรายการได้หมด อันดับหนึ่งในตารางเหรียญก็ยังคงเป็นของจงโจวอยู่ดี’

‘แบบนั้นไม่ได้หรอก’

‘รายการอื่นจะพลาดไปก็ช่างเถอะ แต่สองรายการเปียโนห้ามแพ้เด็ดขาด!’

‘เพราะการแข่งเปียโนคือศึกแห่งศักดิ์ศรีสูงสุด!’

สำหรับชาวจงโจว สิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญจริงๆ มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ผลการแข่งขันของหมวดเปียโน!

…

รายการที่สองจบลง

หานโจวคว้าเหรียญทองไปครอง

จงโจวได้เหรียญเงิน และฉินโจวได้เหรียญทองแดง

จนถึงตอนนี้

หานโจวกลายเป็นทวีปที่สามที่มีจำนวนเหรียญทองทะลุหลักสองหลัก

จะว่าไปแล้ว

เหรียญทองส่วนใหญ่ของหานโจว มาจากหมวดเพลงภาษาอังกฤษ

ในช่วงมหกรรมดนตรีบลูสตาร์ บทเพลงภาษาอังกฤษนั้นนับว่าสามารถเฉิดฉายท่ามกลางสายตาของผู้ชมทั่วทั้งบลูสตาร์ได้อย่างโดดเด่น

นอกจากนี้

ภาษาถิ่นของชาวเว่ยโจวก็เป็นภาษาอังกฤษเช่นกัน

กอปรกับที่เว่ยโจวเองก็ทำผลงานได้ไม่เลวในตารางเหรียญทอง นั่นทำให้คุณค่าของเพลงภาษาอังกฤษ ได้รับการยอมรับจากทุกทวีปมากยิ่งขึ้น

จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะจินตนาการว่า

ในอนาคต เพลงภาษาอังกฤษจะต้องมีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้น ในวงการดนตรีของบลูสตาร์อย่างแน่นอน!

…

เวลาผ่านไปอีกสักพัก

การแข่งขันรายการที่สามก็จบลง

ครั้งนี้เป็นฉีโจวที่คว้าเหรียญทองไปครอง

หลังจากได้เหรียญนี้ ฉีโจวก็ขึ้นมาอยู่อันดับสี่ของตารางเหรียญทองร่วมกับฉู่โจวทันที

ช่วยไม่ได้

เพราะช่องว่างของเหรียญทองระหว่างหกทวีปนั้นใกล้กันมาก แค่หนึ่งหรือสองเหรียญ ก็สามารถเปลี่ยนแปลงอันดับของแต่ละทวีปได้ทันที

สิ่งที่น่าสนใจคือ

หานโจวได้เหรียญทองจากการแข่งขันเพลงภาษาอังกฤษ

ส่วนฉีโจวส่วนใหญ่ได้เหรียญทองจากเพลงภาษาฉี

เพลงภาษาฉีก็เหมือนกับเพลงภาษาอังกฤษ

ไม่ใช่แค่ผู้ชมเท่านั้น

แม้แต่หัวหน้าโค้ชของแต่ละทวีป ก็เริ่มมีท่าทีตื่นตัวเล็กน้อย

“ดูท่าการแข่งขันเปียโนนี้ เราคงไม่มีสิทธิ์ลุ้นอะไรแล้วละ”

“งานนี้ต้องปล่อยให้เป็นศึกชิงชัยระหว่างอบิเกลกับหยางจงหมิงแล้ว”

“ก็ไม่เป็นไรหรอก”

“เราขอลุ้นเหรียญทองแดงก็ยังดี”

“ยังไงเหรียญทองกับเงินก็คงหมดหวังแล้ว แต่เหรียญทองแดงก็ยังถือว่ามีน้ำหนักไม่น้อยเหมือนกันนะ”

…

ทีมโค้ชหลักของจงโจว

อบิเกลหลับตานั่งพักผ่อนอย่างสงบ

ขณะที่พ่อเพลงคนอื่นๆ ซึ่งอยู่รอบข้างเริ่มมีท่าทีเครียดขึงเล็กน้อย

“หัวหน้าโค้ชครับ?”

“จะตื่นเต้นไปทำไมกัน”

อบิเกลเอ่ยเสียงเรียบ โดยไม่แม้แต่จะลืมตา “รอบชิงยังไม่ได้เริ่มเลยสักหน่อย”

ก็จริง

พ่อเพลงของจงโจวได้ยินดังนั้นก็โล่งใจขึ้นมาทันที

เพราะสองรอบแรกของการแข่งขัน ก็แค่การประชันฝีมือของพวกไก่อ่อนเท่านั้น

สำหรับคนระดับหยางจงหมิงและอบิเกล พ่อเพลงระดับสูงเช่นนี้ จะไม่มีวันลงมือก่อนถึงรอบชิงชนะเลิศเด็ดขาด

จะให้เผยไพ่ตั้งแต่รอบแรกเหรอ?

หรือรอบสอง?

นั่นมันสิ้นเปลืองเกินไป

ทั้งหยางจงหมิงและอบิเกล

ไม่มีใครยอมหยิบผลงานออกมาโดยไม่จำเป็นอย่างแน่นอน

…

ทีมโค้ชหลักของฉินโจว

เยี่ยจือชิวเอ่ยขึ้น “ฉันเริ่มรู้สึกสงสารอบิเกลแล้วแฮะ…”

อิ่นตงที่ยังคงมีสีหน้าไร้อารมณ์ “ถ้าเป็นผมนะ คงอึดอัดจนอกจะแตกตายอยู่แล้ว”

“ไม่ถึงขั้นนั้นหรอกครับ”

หลินเยวียนอดรู้สึกผิดขึ้นมาไม่ได้ “การแข่งขันฝั่งชายยังพอมีลุ้นอยู่ พวกคุณบอกเองไม่ใช่หรือครับว่าคริสน่ะเก่งมาก?”

“โอกาสก็มีอยู่หรอก”

หยางจงหมิงเอ่ยขึ้นทันใด “แต่ก่อนอื่น เราต้องคว้าแชมป์ฝั่งหญิงให้ได้ก่อน”

ทันทีที่เขาพูดจบ

พิธีกรบนเวทีก็ประกาศเสียงก้อง

“การแข่งขันเปียโนประเภทหญิงเดี่ยว เริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้วครับ!”

พรึบ!

ฝั่งทีมโค้ชของจงโจว

อบิเกลที่นั่งหลับตาอยู่ลืมตาขึ้นในพริบตา ในดวงตาเปล่งประกายคมปลาบ!

………………………………………………

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน