เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1058

ตอนที่ 1058 ตอนนั้นเหมือนกับตอนนี้ไม่มีผิด

‘ไม่ใช่แล้ว!’

‘นี่มันจังหวะบ้าอะไรกันเนี่ย!?’

‘ราตรีบรรเลงอีกแล้วเหรอ!?’

‘จากหมายเลขสามกระโดดไปหก แล้วจากหกกระโดดไปแปดอีก!’

‘นี่มันอย่างน้อยก็แปดเพลงแล้วมั้ง หรืออาจจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำ!?’

‘นี่ใช่งานมหกรรมดนตรีบลูสตาร์จริงๆ เหรอ?’

‘แน่ใจใช่ไหมว่านี่ไม่ใช่คอนเสิร์ตของเซี่ยนอวี๋?’

‘ไม่สิ ไม่ใช่แค่คอนเสิร์ตธรรมดาด้วยซ้ำ แต่เป็นคอนเสิร์ตเพลงชุดราตรีบรรเลงโดยเฉพาะเลยต่างหาก!’

‘อ๊ากกก!’

‘บ้าไปแล้ว!’

บ้าไปหมดแล้วจริงๆ !

ทุกคนต่างแตกตื่นจนแทบเสียสติไปหมด!

การเผชิญหน้าระหว่างอบิเกลกับหยางจงหมิงที่ทุกคนเฝ้ารอกันมาหลายวัน ผลสุดท้ายกลับกลายเป็นว่า ภายใต้การโจมตีของเซี่ยนอวี๋ผู้เข้าแข่งขันของจงโจวอาจไม่ได้เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเลยสักคน!?

บ้าชะมัด!

นี่มันบ้าเกินไปแล้วจริงๆ ! บ้ายิ่งกว่าความบ้าของความบ้าเปิดประตูต้อนรับความบ้าเข้าไปในบ้านของความบ้าซะอีก!

ห้องถ่ายทอดสดของจงโจว

ทั้งห้องราวกับถูกแช่แข็ง ไม่มีใครพูดอะไรออกมาแม้แต่คนเดียวผู้บรรยายทั้งสี่นั่งเงียบงัน ราวกับอากาศรอบตัวกลายเป็นความเย็นเฉียบที่บาดลึกเข้าไปถึงกระดูก

หัวหน้าโค้ชของจงโจวทั้งสองคนที่มาเป็นแขกรับเชิญ มองหน้ากันด้วยสีหน้างุนเหมือนกันทั้งคู่

มีเพียงคอมเมนต์เท่านั้นที่ยังคงระเบิดต่อเนื่อง!

‘มีใครก็ได้บอกที นี่มันบ้าอะไรกันแน่ฟระ!’

‘พวกเขาเป็นใบ้กันหมดแล้วหรือไง!?’

‘ผู้บรรยายพูดอะไรหน่อยจะตายหรือไง!?’

‘สองหัวหน้าโค้ชนั่นก็เลิกแกล้งตายได้แล้ว!’

‘ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ!?’

‘ทนไม่ไหวแล้ววว!’

‘นี่พวกเขาไม่มีแรงจะต่อต้านเลยสักนิดหรือไง!?’

ท่ามกลางคอมเมนต์ที่ถาโถมเข้ามาในห้องถ่ายทอดสดของจงโจวจางเหมยก็บรรเลงเพลงจบลงพอดี

คณะกรรมการเริ่มให้คะแนน จางเหมยได้ไป 96.9 คะแนน!สูงกว่าทั้งกู้ซีและเนี่ยเยี่ยนเสียอีก!

ในวินาทีนั้น ทั้งห้องถ่ายทอดสดของจงโจวก็จมสู่ความสิ้นหวังอย่างสมบูรณ์!

แม้แต่คนโง่ยังรู้ว่า หากราตรีบรรเลงของเซี่ยนอวี๋มีมากกว่าแปดเพลง และแต่ละบทยังคงรักษาระดับคุณภาพไว้ได้เช่นนี้ผู้เข้าแข่งขันของจงโจวอาจจะไม่มีแม้แต่โอกาสเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเลยสักคน!

เรื่องนี้

ผู้บรรยายและแขกรับเชิญของจงโจวก็เข้าใจดีแต่ถึงจะเข้าใจ พวกเขาก็พูดออกมาไม่ได้ เพราะคำพูดแบบนี้ ใครจะกล้าพูดออกมาตรงๆ กันล่ะ!?

“นี่มันแค่รอบแรกเท่านั้นเองนะครับ”

“ใช่แล้ว แค่รอบแรกเอง”

“รอบแรกยังมีที่ให้ผ่านเข้ารอบตั้งแปดคน!”

“ไว้ไปรอดูกันในรอบสองค่อยว่ากัน!

“อย่าเพิ่งหมดหวัง!

“อย่าท้อแท้!”

“ความหวังต้องมีแน่นอน!”

ผู้บรรยายและแขกรับเชิญของจงโจวจึงจำใจต้องเอ่ยปากพูดในที่สุดแม้ในใจจะเต็มไปด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ แต่ถ้าไม่พูดปลอบใจเช่นนี้ จะให้ทำอะไรได้อีกเล่า

ในที่สุด

การแข่งขันรอบแรกก็สิ้นสุดลง

ตามกติกาของมหกรรมดนตรีบลูสตาร์

จะมีผู้เข้าแข่งขันแปดคนที่ผ่านเข้าสู่รอบที่สอง

ผู้เข้าแข่งขันจากฉินโจวทั้งสามคน ผ่านเข้ารอบทั้งหมด!แถมยังผ่านเข้ารอบด้วยอันดับ สามอันดับแรก!

ส่วนจงโจวมีผู้เข้าแข่งขันผ่านเข้ารอบเพียงสองคนทว่าคะแนนของทั้งสองคนในรอบแรก กลับไม่ถึง 95 คะแนนเลยสักคนผลงานจึงถือว่าเทียบไม่ได้เลยกับผู้เข้าแข่งขันทั้งสามจากฉินโจว

ยังโชคดี

ที่การแข่งขันยังไม่จบลงเสียทีเดียว

การแสดงเปียโนเดี่ยวหญิงในรอบที่สองเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น

ในเวลานี้

หัวใจของชาวจงโจวยังพอมีความหวังเหลืออยู่เล็กน้อย

ถ้าเกิดผู้เข้าแข่งขันของฉินโจวพลาดขึ้นมาล่ะ?

ถ้าเกิดผู้เข้าแข่งขันของจงโจวพลิกสถานการณ์ขึ้นมาได้ล่ะ?

หรือถ้าคุณภาพของราตรีบรรเลงที่เหลือถดถอยลงล่ะ?

ต่อให้พ่ายแพ้ในการแข่งขันเปียโนหญิงเดี่ยวแล้วอย่างไรยังมีการแข่งขัน เปียโนเดี่ยวชาย รออยู่ไม่ใช่เหรอ?

ถึงราตรีบรรเลงของเซี่ยนอวี๋จะมีเยอะแค่ไหนจะเป็นไปได้หรือว่าเขาจะเหมาการแข่งขันทั้งสองประเภทได้หมด!?

ในตอนนั้นเองการจับสลากสำหรับรอบที่สองได้เริ่มขึ้น

กู้ซีจับได้หมายเลขสอง จางเหมยและเนี่ยเยี่ยนได้หมายเลขห้าและ หมายเลขแปดตามลำดับ

เมื่อผู้เข้าแข่งขันหมายเลขหนึ่งแสดงจบลงกู้ซีก็ขึ้นเวทีอีกครั้งนั่งลงหน้าบันไดเปียโน

ตึกๆๆ !

อบิเกลได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นดังชัดเจน

พ่อเพลงจากทุกทวีปต่างจ้องเขม็งไปยังเวที

ในห้องถ่ายทอดสดทุกช่องล้วนจับจ้องไปยังหน้าจอใหญ่

ทันใดนั้นเอง!สายตาทุกคู่พลันเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง!

บนจอแสดงผลบนเวที ข้อมูลของบทเพลงปรากฏขึ้นว่า

ผลงาน: ราตรีบรรเลงในบันไดเสียงซีไมเนอร์ (บทสรุปเพลงชุด ราตรีบรรเลงหมายเลขยี่สิบเอ็ด)

ผู้ประพันธ์: เซี่ยนอวี๋

ผู้บรรเลง: กู้ซี

บทสรุปราตรีบรรเลงยี่สิบเอ็ด!

นี่คือตัวเลขที่ทำให้ทุกคนสิ้นหวังจนหมดสิ้น!

สายตาของอบิเกลพลันมืดดับ ราวกับโลกทั้งใบหมุนคว้าง!

ในสนามแข่งขัน!

ในห้องถ่ายทอดสด!

ในทีมโค้ชของทุกทวีป!

ผู้คนมากมายตกอยู่ในภาวะงุนงงจนพูดไม่ออก!

“บทสรุปเหรอ!?”

“ยี่สิบเอ็ดเชียว!?”

“ราตรีบรรเลงมีตั้งยี่สิบเอ็ดเพลงเลยเหรอ!?”

“งั้นก็แปลว่าการแข่งเปียโนชายเดี่ยวรอบหลังก็จะโดนราตรีบรรเลง ถล่มเหมือนกันน่ะสิ!?”

“จะยังแข่งกันไปเพื่ออะไรอีกละเนี่ย!”

“ไหนบอกว่าจะเป็นศึกตัดสินระหว่างหยางจงหมิงกับอบิเกลไง!?”

“ไหนว่าผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองจะเปิดศึกสุดท้ายฟาดฟันกันไง!?”

“ถ้าราตรีบรรเลง ทุกบทยังคงคุณภาพระดับนี้อยู่ละก็ ผู้เข้าแข่งขันจงโจวควรจะเก็บกระเป๋ากลับบ้านไปตั้งนานแล้ว!”

“ประเด็นคือเพลงราตรีบรรเลง ที่โผล่มาจนถึงตอนนี้ คุณภาพพูดแทนทุกอย่างแล้วน่ะสิ!”

“แน่ใจนะว่าไม่ได้แค่ขู่กันเล่นๆ ?”

“ถ้าผลงานคุณภาพระดับนี้มีตั้ง ยี่สิบเอ็ดบทจริงๆ ละก็!?”

จบเห่!

จะเล่นกันแบบนี้เลยเหรอ!?

เซี่ยนอวี๋นี่ไม่รู้จักคำว่าเมตตาต่อคู่แข่งเลยสักนิด!

“ถ้าเอาเพลงของหัวหน้าโค้ชไปใช้ตั้งแต่รอบสอง แล้วรอบชิงจะเอาอะไรใช้เพลงล่ะ?”

“แก้ไขอะไรไม่ได้อยู่ดี!”

“แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาเสียใจกับเรื่องนั้นแล้ว ต่อจากนี้เราต้องรีบคิดว่า จะทำยังไงกับการแข่งขันรอบชิงของฝั่งชายดี หลังจากนี้เซี่ยนอวี๋ต้องเอา ราตรีบรรเลงออกมาอีกแน่นอน เขามีเพลงตั้งยี่สิบเอ็ดชิ้น เยอะพอจะใช้แข่งสองประเภทติดกันแบบไม่ซ้ำได้เลย ดังนั้นพวกเราต้องหาทางแก้เกมนี้ให้ได้!”

“แต่จะทำยังไงล่ะ”

“เว้นเสียแต่ว่าคริสจะสามารถงัดฟอร์มเหนือมนุษย์ออกมา แล้วฝ่าทะลวงเข้าสู่รอบสามด้วยฝีมือล้วนๆ เพราะคุณภาพของราตรีบรรเลง สูงมากจริงๆ ”

ท่ามกลางเสียงถกเถียงอย่างกรุ่นโกรธ

อบิเกลค่อยๆ สงบสติอารมณ์ลง

เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะเอ่ยว่า “เราหวังพึ่งฟอร์มเหนือความคาดหมายของผู้เข้าแข่งขันไม่ได้หรอก ให้คริสใช้เพลงทัพคืนถิ่นลงแข่งในรอบสองเลยดีกว่า ถึงเขาจะยังซ้อมเพลงนี้ไม่มากนัก แต่ผมเชื่อในฝีมือของเขา”

“เอ๊ะ?”

“จริงด้วย!”

ทันใดนั้น ทุกคนก็เหมือนมีใครเปิดสวิตช์ส่องแสงนำทาง

พวกเขาเพิ่งตระหนักได้ว่า ก่อนหน้านี้พวกเขาติดกับดักความคิดตัวเองอย่างจัง

เพราะไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าผู้เข้าแข่งขันหญิงของจงโจวจะไม่มีใครเข้าสู่รอบชิงได้เลยแม้แต่คนเดียว!

แผนที่อยู่ในความคิดของพวกเขาคือ

อบิเกลจะประลองกับหยางจงหมิงในรอบชิงของกลุ่มหญิงหนึ่งครั้งจากนั้นค่อยดวลกันอีกครั้งในการแข่งขันเปียโนชายเดี่ยว

ใครจะไปคิดล่ะว่าเรื่องจะพลิกได้ปานนี้?

และถ้าผลงานที่อบิเกลเตรียมไว้สำหรับรอบชิงของฝ่ายหญิงไม่ได้ถูกใช้งาน นั่นหมายความว่าคริสสามารถใช้เพลงนี้แข่งในรอบสองของฝ่ายชายได้ใช่ไหมล่ะ?

นอกจากเพลงทัพคืนถิ่นแล้ว

อบิเกลยังเตรียมเพลงสำหรับรอบชิงชนะเลิศของคริสไว้อีกหนึ่งบท ซึ่งหมายความว่าคริสจะมีอาวุธครบมือพอที่จะต่อกรกับราตรีบรรเลงของเซี่ยนอวี๋ได้อย่างสมศักดิ์ศรี!

แน่นอนว่า คนอื่นๆ ไม่มีทางล่วงรู้ถึงการตัดสินใจภายในของทีมโค้ชจงโจว

เมื่อศึกสายเลือดของกลุ่มเปียโนหญิงฝั่งฉินโจวจบลงกระแสบนโลกออนไลน์ก็ระเบิดขึ้นทันที!

‘จงโจวจบเห่แล้ว!’

‘ฉินโจวฟาดเรียบทั้งสามเหรียญ กลายเป็นศึกในบ้านโดยสมบูรณ์!’

‘พ่อเพลงหยางนี่ไม่ได้คิดจะลงมือเลยตั้งแต่แรกเลย!’

‘ศึกนี้ของเซี่ยนอวี๋ในจะต้องสั่นสะเทือนบลูสตาร์แน่นอน!’

‘ว่าแต่พวกคุณไม่รู้สึกเหรอว่าเหตุการณ์ตอนนี้มันคุ้นๆ น่ะ?’

‘หมายถึงอะไร?’

‘ก็วันแรกของงานมหกรรมดนตรีบลูสตาร์ ไงล่ะ!’

‘วันนั้นแข่งหมวดโอเปร่า จงโจวถล่มทุกทวีปยับเยินเลยไม่ใช่เหรอ แค่วันแรกก็เหมาเหรียญทองหมดทุกรายการ แม้แต่ผู้เข้าแข่งขันที่อ่อนที่สุดของจงโจว ยังชนะผู้แข่งที่แข็งแกร่งที่สุดจากทวีปอื่นได้เลย!’

‘พอคุณพูดแบบนี้ ก็รู้สึกว่าจริงแฮะ!’

‘วันนั้นแม้แต่ฉินโจวยังโดนจงโจวถล่มจนหาทางกลับบ้านแทบไม่เจอเลยนะ!’

‘วันนั้นเรียกได้ว่าเป็นเวทีพิเศษของจงโจวเลยก็ว่าได้ ตอนนั้นทั้งฉินสิ้นหวัง ที่จริงก็สิ้นหวังกันหมดทึกทวีปนั่นแหละ เป็นถึงมาตุภูมิแห่งเสียงดนตรี แต่ยังไร้ซึ่งทางสู้เหมือนพวกไก่อ่อนในสายตาจงโจว’

‘และวันนี้ภาพวันนั้นหวนกลับมาอีกครั้ง’

‘ในตอนนั้นเหมือนกับตอนนี้ไม่มีผิด’

‘ต่างกันแค่ ครั้งนี้จงโจวไม่ใช่ตัวเอกอีกต่อไป ตำแหน่งของทั้งสองฝ่ายสับกัน จงโจวได้สัมผัสกับประสบการณ์แบบเดียวกับที่ฉินโจวเคยเจอในวันนั้น’

ใช่แล้ว

ในวันสุดท้ายของงานมหกรรมดนตรีบลูสตาร์

ผู้ชมมากมายกลับรู้สึกเหมือนได้ย้อนคืนสู่วินาทีแรกของการแข่งขัน

ไม่ใช่เพียงผู้ชมจากแต่ละทวีปเท่านั้น

แม้แต่เหล่าพ่อเพลงที่อยู่ในสนามแข่งต่างก็นึกถึงวันแรกของการแข่งขันขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง

จงโจวในวันนั้นคือฉินโจวในวันนี้ ที่ผงาดขึ้นมากลืนฟ้ากลบแผ่นดิน กวาดชัยเหนือใต้หล้า

เหตุการณ์เบื้องหน้า ช่างเหมือนฝันซ้ำรอย

หรือว่านี่คือสัญญาณของการผลัดเปลี่ยนขั้วอำนาจ?

มาตุภูมิแห่งดนตรีอย่างฉินโจว กำลังค่อยๆ ก้าวขึ้นมาแทนที่จงโจว ในฐานะผู้นำแห่งวงการดนตรีของบลูสตาร์?

……………………………………………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน