เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1060

ตอนที่ 1060 หวนคืนราชสำนัก

ห้องถ่ายทอดสดของจงโจว

เมื่อคะแนนของคริสในรอบที่สองปรากฏขึ้นผู้บรรยายทั้งหลายพลันลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้พร้อมกันน้ำตาคลอเบ้า พากันตะโกนสุดเสียงอย่างไม่สนใจใคร!

“ชนะแล้ว!!”

“คะแนนสูงสุด!!”

“อบิเกล!!”

“อาจารย์คริสใช้เพลงทัพคืนถิ่นของหัวหน้าโค้ชใหญ่ ทะลวงผ่านพายุราตรีบรรเลงของเซี่ยนอวี๋ คว้าคะแนนสูงสุดตั้งแต่เริ่มการแข่งขันเปียโนเดี่ยวมาได้สำเร็จ!”

บรรยากาศเดือดพล่าน!

เสียงเชียร์ดังกระหึ่ม!

แม้แต่พ่อเพลงระดับหัวหน้าโค้ชทั้งสองคน ก็โผเข้ากอดกันแน่นอย่างไม่สนภาพลักษณ์ ส่งเสียงสะอื้นออกมาด้วยความตื้นตัน!

ทั้งห้องถ่ายทอดสดอื้ออึงด้วยเสียงโห่ร้องแห่งชัยชนะ!

ตามหลักแล้ว ผู้บรรยายและแขกรับเชิญไม่ควรเสียอาการเช่นนี้

แต่ในวินาทีนี้ ไม่มีใครสนใจเรื่องหยุมหยิมอีกต่อไป ทุกคนในจงโจวกำลังร่วมกันระเบิดความตื่นเต้นที่อัดแน่นมานานออกมาในคราวเดียว!

นี่คือการปลดปล่อยความอัดอั้นตันใจอย่างรุนแรง หลังจากถูกกดดันมายาวนาน!

“ฮ่าๆๆๆ !”

“ไชโยให้หัวหน้าโค้ช!”

“ถึงเซี่ยนอวี๋จะพรสวรรค์ล้นฟ้า มีราตรีบรรเลงถึงยี่สิบเอ็ดเพลงแต่ว่าทัพคืนถิ่นเพียงเพียงเดียว กลับกลายเป็นภูผาสูงตระหง่านที่เพลงเหล่านั้นไม่มีวันข้ามผ่านได้!”

“อบิเกลสุดยอด!!”

“การแสดงของคริสนี่สุดยอดจริงๆ ความรู้สึกจากเพลงทัพคืนถิ่น ชวนยิ่งใหญ่สะเทือนโสตประสาทเหลือเกิน!”

“สุดยอด สุดยอดไปเลย!!”

“นี่คือการแข่งขันที่เร้าใจที่สุดของมหกรรมดนตรีบลูสตาร์!”

“ถึงราตรีบรรเลงจะสร้างแรงสั่นสะเทือนเวทีด้วยการถล่มโจมตีอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าการแข่งขันจบลงไปแบบนั้นโดยที่อบิเกลไม่ได้ลงมือเลยก็ออกจะน่าเสียดายเกินไปหน่อยแต่พอเขาออกโรงแบบนี้การแข่งครั้งนี้ถึงจะเรียกว่าน่าสนใจ!”

“ต่อไปก็ถึงเวลาของรอบชิงแล้ว!!”

“อบิเกลต้องชนะแน่ๆ !”

“คะแนนของบทเพลงที่อบิเกลเพิ่งเล่นไป พุ่งแซงทุกเพลงในราตรีบรรเลงไปแล้ว!แบบนี้เซี่ยนอวี๋จะสู้ในรอบชิงได้ยังไงล่ะ ถ้ายังใช้ราตรีบรรเลงต่ออีก ก็คงเอาไม่อยู่แล้วละเว้นเสียแต่ว่าเพลงถัดไปของอบิเกลจะอ่อนลงแต่พวกเราก็รู้ดีว่านั่นเป็นไปได้น้อยมาก ถึงยังไงเพลงพวกนี้ อบิเกลเขาเตรียมไว้สำหรับหยางจงหมิงโดยเฉพาะ!”

“ก็ต้องเป็นอบิเกลอยู่แล้วละ!”

“เมื่อกี้ยังเห็นอบิเกลแอบส่งสัญญาณท้าทายหยางจงหมิงอีกแน่ะ!”

“เซี่ยนอวี๋รับมืออบิเกลไม่ไหวแล้ว!นี่แหละคือระดับของพ่อเพลงสิบอันดับแรกแห่งบลูสตาร์!”

18 วันเต็ม!

นับตั้งแต่มหกรรมดนตรีบลูสตาร์เปิดฉาก จงโจวได้ประลองฝีมือกับเซี่ยนอวี๋มาหลายต่อหลายครั้ง แต่ผลที่ได้กลับเป็นความพ่ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า!

และความหวังที่พวกเขาจุดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

กลับถูกเซี่ยนอวี๋ดับทิ้งอย่างโหดร้ายทุกครั้ง!

อัดอั้นโว้ย!

ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ที่จงโจวต้องกล้ำกลืนความพ่ายแพ้มากขนาดนี้!?

โดยเฉพาะในการแข่งขันเปียโนหญิงเดี่ยวก่อนหน้านี้ยิ่งทำให้ชาวจงโจวถึงขั้นแทบอยากระเบิดตัวเองให้รู้แล้วรู้รอด!

ทุกบทเพลงล้วนเป็นระดับตำนาน!

เซี่ยนอวี๋ใช้เพียงบทเพลงเหล่านี้เปลี่ยนการแข่งขันของทีมหญิงให้กลายเป็นศึกในบ้านของฉินโจวได้อย่างสมบูรณ์ แม้แต่หัวหน้าโค้ชอย่างอบิเกลก็ไม่มีโอกาสจะลงมือยังไม่ทันได้ลุกจากเก้าอี้ ก็ถูกกดหัวให้พ่ายแพ้คาที่!

ช่างสิ้นหวัง

และเพราะว่าจงโจวเคยลิ้มรสความสิ้นหวังอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนพวกเขาถึงได้คลุ้มคลั่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเฉกเช่นในตอนนี้!

โต้กลับ

นี่คือการโต้กลับที่รุนแรงที่สุด หลังจากถูกเซี่ยนอวี๋กดไว้จนถึงขีดจำกัด!

ไม่ใช่แค่ชาวจงโจวเท่านั้น

ทั้งหลายทวีปทั่วบลูสตาร์ก็ตกอยู่ในห้วงแห่งความโกลาหลเช่นกัน!

เมื่อพ่อเพลงสิบอันดับแรกของบลูสตาร์ลงมือจริง ๆความแข็งแกร่งของเขา กลับเหนือกว่าที่ใครเคยจินตนาการไว้เสียอีก ราวกับไม่มีสิ่งใดสามารถหยุดยั้งได้เลย!

ในสนามแข่งขัน

เสียงปรบมือดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่า!

อบิเกลค่อยๆ ทิ้งตัวลงนั่งอีกครั้ง ท่ามกลางกระแสคลื่นอารมณ์ที่ยังไม่ทันสงบเหล่าพ่อเพลงรอบตัวต่างก็เอ่ยคำแสดงความยินดีอย่างต่อเนื่อง

“ยินดีด้วยครับ หัวหน้าโค้ชใหญ่!”

“เข้ารอบชิงแล้ว ครั้งนี้เราชนะชัวร์!”

“เซี่ยนอวี๋คิดว่าแค่ราตรีบรรเลงจะปิดทางพวกเราได้เขาไม่มีทางคาดคิดหรอกว่าทัพคืนถิ่นจะทรงพลังถึงขนาดนี้!”

“เพลงหวนคืนราชสำนักที่เตรียมไว้ต่อจากนี้คลาสสิกกว่านี้อีก!”

“ในเมื่อราตรีบรรเลงยังสู้ทัพคืนถิ่นไม่ได้แล้วจะรับมือกับเพลงต่อไปของหัวหน้าโค้ชได้ยังไงกัน!”

“ทัพคืนถิ่น หวนคืนราชสำนัก!”

“ชื่อนี้ช่างเป็นลางดีเหลือเกิน!”

“ตอนนี้ทั้งจงโจวคงกำลังรอพวกเรากลับไปพร้อมชัยชนะแล้วละ!”

“ต่อให้เซี่ยนอวี๋จะกดพวกเราจงโจวไว้มากแค่ไหนตลอดงาน เขาก็แค่โชคดีในยามรุ่งโรจน์ เพราะยังไม่เคยเจอกับหัวหน้าโค้ชใหญ่ของเรา ต่างหาก!”

ณ ที่นั่งโค้ชของฉินโจวภายในใจของหลินเยวียน พลันเกิดระลอกคลื่นบางเบา

นี่แหละคือฝีมือของพ่อเพลงสิบอันดับแรกของบลูสตาร์!

เขาเคยคิดว่าราตรีบรรเลงก็น่าจะเพียงพอที่ตรึงอบิเกลไว้กับเก้าอี้ ไม่มีโอกาสลุกขึ้นมาโต้กลับได้

แต่นึกไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายยังมีบทเพลงที่สามารถเจาะทะลวงสถานการณ์ออกมาได้จริง

แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่หลินเยวียนกลับ ไม่ได้รู้สึกแปลกใจเท่าใดนัก

ถึงอย่างไร เพลงชุดราตรีบรรเลง ก็ไม่ใช่ผลงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชอแป็งบนโลกเดิม

บทเพลงราตรีบรรเลงที่หลินเยวียนนำมาใช้ในการแข่งขันครั้งนี้ก็ไม่ใช่บทที่คลาสสิกที่สุดในชุดเดียวกัน

ในบรรดาสามบทที่ถือว่าเป็นที่สุดของราตรีบรรเลงมีอยู่สองเพลงที่หลินเยวียนได้นำไปเปิดตัวในโถงทองคำแล้ว

และในอีกด้านหนึ่งอบิเกลก็คือพ่อเพลงระดับสูงของบลูสตาร์อย่างแท้จริง

อีกฝ่ายทุ่มเทฝึกฝน บ่มเพาะแรงปรารถนา สั่งสมพลังอย่างเงียบงันมาเป็นเวลาหลายปีเพียงเพื่อโค่นล้มหยางจงหมิงให้ได้ในวันหนึ่งเขาจะปล่อยให้ถูกข่มเพราะยุทธวิธีถล่มด้วยราตรีบรรเลงได้ง่ายๆ งั้นหรือ?

แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน

เพราะการแข่งขันที่มีความสูสี มีจุดเปลี่ยนถึงจะน่าดู!

แถมหลินเยวียนเองก็ไม่ได้เตรียมแค่ราตรีบรรเลงมาอย่างเดียวสักหน่อย

ถ้าเขาอยากจะตัดโอกาสไม่ให้อบิเกลได้ออกโรงแม้แต่นิดเดียวจริงๆถึงขั้นไม่ต้องหยิบเอาเบโทเฟินหรือยอดฝีมือระดับโลกคนอื่นมาใช้ด้วยซ้ำ

ง่ายมาก

แค่หยิบเอาผลงานตัวท็อปของชอแป็งออกมา

อย่างเช่น เปียโนคอนแชร์โต

หรือ เอทูดปฏิวัติ

แค่สองชิ้นนี้อบิเกลก็จะไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้ลุกจากเก้าอี้

หลินเยวียนค่อยๆ สงบความคิดในใจลง

มองไปยังการแข่งขันที่กำลังจะมาถึงด้วยความคาดหวังอย่างเงียบงัน

ท่ามกลางความเดือดดาลทั่วทั้งสนาม การแข่งขันเข้าสู่รอบที่สาม!

ผู้เข้าแข่งขันเริ่มจับสลากลำดับขึ้นแสดงคริสได้หมายเลข 2!

ส่วนผู้เข้ารอบอีกสองคน ล้วนมาจากฉินโจวทั้งคู่

หนึ่งในนั้นชื่อมู่ซิน

อีกคนชื่อกวงหลิน

ในบรรดาทั้งสอง ฝีมือการเล่นเปียโนของมู่ซินเป็นรองคริสเล็กน้อย

ทว่ากวงหลินคือระดับปรมาจารย์ ฝีมือของเขาทัดเทียมกับคริสแห่งจงโจว

หลินเยวียนจึงวางเดิมพันกองหลักไว้ที่กวงหลิน

และเขาจับได้หมายเลข 3 ขึ้นเวทีต่อจากคริสทันที!

ส่วนมู่ซินจับได้หมายเลข 1

เพราะฉะนั้น

หลังจากช่วงเตรียมตัวเพียงเล็กน้อย

มู่ซินก็เป็นคนแรกที่ก้าวขึ้นเวที

ผลงาน: หวนคืนราชสำนัก

ผู้ประพันธ์: อบิเกล

ผู้บรรเลง: คริส

ชื่อของบทเพลงนี้เมื่อรวมกับบทก่อนหน้าอย่างทัพคืนถิ่น ก็กลายเป็นวลีที่สมบูรณ์ว่า ‘ทัพคืนถิ่น หวนคืนราชสำนัก’

ทัพคืนถิ่น หวนคืนราชสำนัก

ภาษิตนี้หมายถึงกองทัพที่กลับคืนสู่ราชสำนักหลังจากคว้าชัยชนะในสงคราม

ในตอนนี้อบิเกลนำทัพจงโจวขึ้นสู่จุดสูงสุดของตารางเหรียญทองและวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายของการแข่งขัน

เมื่อศึกสุดท้ายจบลง พวกเขาก็จะกลับบ้านในฐานะผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่

และในจังหวะแห่งชัยชนะเช่นนี้บทเพลงสองบทนี้ที่รวมกันเป็นทัพคืนถิ่น หวนคืนราชสำนักจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ที่ ทั้งสง่างามอย่างยิ่ง

คริสเริ่มต้นบรรเลงบทเพลง

เช่นเดียวกับเพลงทัพคืนถิ่นก่อนหน้านี้ บทเพลงหวนคืนราชสำนักนี้ก็เป็นบทเพลงคลาสสิกสำหรับเปียโนในรูปแบบดั้งเดิมอย่างแท้จริง

บนเวทีอย่างมหกรรมดนตรีบลูสตาร์ที่เต็มไปด้วยความเป็นมืออาชีพแนวดนตรีคลาสสิกเช่นนี้จึงยังคงเป็นราชาแห่งเวที

ทั้งราตรีบรรเลง

และทัพคืนถิ่น หวนคืนราชสำนักก็เช่นเดียวกัน

เพียงแต่ความแตกต่างของเพลงทัพคืนถิ่นนั้นอยู่ที่

เพลงทัพคืนถิ่นสะท้อนพลังของกองทัพและอารมณ์ร่วมอันร้อนแรงของผู้คนส่วนเพลงหวนคืนราชสำนัก กลับให้ความรู้สึกที่เป็นของตัวบุคคลเสียมากกว่าอารมณ์เกรี้ยวโกรธดุดันถูกลดทอนลง

เมื่อเข้าสู่ช่วงท่อนที่สองของบทเพลง

อารมณ์ส่วนตัวนั้นยิ่งชัดเจนขึ้น

บรรยากาศที่บรรเลงออกมานั้นราวกับใครสักคนที่เดินทางไกลและบังเกิดความถวิลหาบ้านเกิดอย่างสุดหัวใจ

ความไพเราะละเมียดละไมที่แฝงไว้ด้วยความเศร้าอันเจือจางนั้นได้พาผู้ชมทั้งสนามแข่งขันเข้าสู่ห้วงอารมณ์นั้น

จนกระทั่งเข้าสู่ท่อนที่สาม อารมณ์ของบทเพลงจึงกลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้ง

คราวนี้ เป็นความรู้สึกแห่งความยินดีในการกลับมาพบกันอีกครั้ง!

นักรบผู้จากบ้านมาเนิ่นนาน ได้กลับคืนสู่อ้อมกอดแห่งมาตุภูมิ ได้พบกับครอบครัว คนรัก หรือมิตรสหายที่รอคอยอยู่เบื้องหลัง

บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองอบอวลไปทั่วบทเพลงอารมณ์ความรู้สึกปะทุออกมาอย่างไร้การควบคุม!

มีลักษณะของการด้นสดอย่างชัดเจน

การตกแต่งประโยคดนตรีที่เปลี่ยนแปลงอย่างซับซ้อนทำให้ท่วงทำนองกลายเป็นสายใยของความรู้สึกที่ไม่อาจตัดขาดได้

ไม่ว่าจะเป็นความรัก ความผูกพัน หรือมิตรภาพ

ความหวานผสมความขมขื่น ทั้งหมดถูกส่งผ่านปลายนิ้วของคริส สู่ทุกคีย์ของเปียโน

ท่วงทำนองที่เปลี่ยนแปลงซ้ำๆ ค่อยๆ ขับเน้นเสียงไล่ระดับให้เร้าใจ จนจบบทเพลงอย่างสง่างาม ณ จุดสูงสุดของความร้อนแรง

คมชัด

เฉียบขาด

ยิ่งไปกว่านั้น บทเพลงยังเต็มไปด้วยเสน่ห์อันลึกล้ำ!

เสียงปรบมือดังกึกก้องระเบิดขึ้นทั่วทั้งสนามแข่งขัน!

บทเพลงนี้เชื่อมโยงหัวใจของผู้ชมทุกคนเข้าด้วยกันอารมณ์อันหลากหลายที่ถูกซ่อนอยู่ในส่วนลึกของจิตใจถูกเรียบเรียงผ่านท่วงทำนอง ค่อยๆ ขยายออก และสุดท้ายก็ระเบิดออกมาอย่างพร้อมเพรียง!

แม้แต่กรรมการหลายคน ยังเห็นได้ชัดว่ากำลังถูกบทเพลงนี้กระตุ้นหัวใจ!

พรึบๆๆ !

กรรมการทั้งสิบคน ยกป้ายคะแนนพร้อมกัน

และคะแนนเฉลี่ยของคริสในรอบชิงครั้งนี้คือ

98.5 คะแนน!

สูงกว่าคะแนนของเพลงทัพคืนถิ่นเสียอีก!

ครืน!!

เสียงเฮลั่นด้วยความดังกึกก้องไปทั่วทั้งจงโจว

ผู้ชมจากทุกทวีปต่างพากันร้องตะโกนด้วยความตกตะลึง!

และในเวลาเดียวกัน เมฆหมอกแห่งความสิ้นหวังก็ลอยกลับมาปกคลุมเหนือฉินโจวอีกครั้ง…

…………………………………………………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน