เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1067

ตอนที่ 1067 เอาคีย์บอร์ดมา (1)

บางทีอาจเป็นเพราะฉู่ขวงแทบไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อ่านเช่นนี้หรืออาจเพราะคำตอบของหมอนี่ช่างเสแสร้งเกินไปหรือไม่ก็เพราะฉู่ขวงชอบตบหน้าคนอ่านอยู่เรื่อง ไม่ว่าด้วยเหตุผลไหนก็ตาม เหล่าชาวเน็ตสายปั่นก็พากันของขึ้นเหมือนเพิ่งยาชูกำลังเข้าไป!พลังพลุ่งพล่านขึ้นมาทันใด!

‘รู้บ้างเล็กน้อยเนี่ยนะ!?’

‘งั้นก็ลองเขียนมาสักเรื่องสิ!’

‘คิดว่าเราจะไม่เอาจริงกับคุณหรอ?’

‘บอกไว้เลยว่าวันนี้ เราจะเล่นจริงแล้วนะ!’

‘เอาเลยๆๆ !’

‘จัดไปเลยนิยายไซไฟ!’

‘วันนี้ฉันไม่เชื่อหรอกว่าหมอนี่จะไหว!’

‘คิดว่าแนวไหนก็เชี่ยวชาญหมดเลยหรือไง?’

‘พวกเรา จัดการมัน!’

‘คราวนี้ต้องลากเขาลงจากเวทีให้ได้!’

‘หมอนี่ชอบตบหน้าคนอ่านอยู่เรื่อย งั้นคราวนี้พวกเราจะตบหน้าเขาเองบ้าง อยากรู้เหมือนกันว่าจะพูดยังไง!’

เจ้าแก่ฉู่ขวงจะพูดยังไงดีล่ะ?

ฉันจะตบหน้าให้ดูตรงนี้เลย!

หลินเยวียนที่นอนแผ่หมดแรงอยู่บนเตียง เมื่อเห็นคอมเมนต์ของบรรดาชาวเน็ตจอมกวนประสาท ถึงกับลุกพรวดขึ้นมาจากเตียงอย่างกับคนป่วยที่ฟื้นคืนชีพ!

“เอาคีย์บอร์ดมา!”

ในห้องมีแค่หนานจี๋ที่นอนงีบอยู่ข้างเตียง เมื่อได้ยินเสียงของหลินเยวียน ก็สะดุ้งลุกขึ้นมาพร้อมส่ายหัวงัวเงียอย่างงุนงง

หลินเยวียนหัวเราะเบาๆ พลางลูบขนของหนานจี๋ จากนั้นจึงลุกขึ้นเดินไปนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะทำงาน

เอาละ

ที่จริงคอมเมนต์ของชาวเน็ตไม่ใช่ประเด็นหลักหรอก สิ่งสำคัญก็คือหลินเยวียนรู้สึกว่า ถึงเวลาแล้วที่เจ้าแก่ฉู่ขวงต้องเปิดกิจการอีกครั้ง

ส่วนเรื่องแนวนิยายน่ะเหรอ

เรื่องนี้ต้องบอกว่าบังเอิญอย่างไม่น่าเชื่อ

แม้ว่าจะเป็นบรรดาผู้อ่านที่รุมกันเลือกแนวนิยายวิทยาศาสตร์ แต่ที่จริงแล้ว หลินเยวียนเองก็แอบคิดอยู่เหมือนกันว่าอยากลองเขียนแนวนี้ดูสักครั้ง

บลูสตาร์กว้างใหญ่ไพศาล

แต่ละทวีปก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ผู้คนในแต่ละทวีปเองก็มีรสนิยมด้านวรรณกรรมที่ต่างกัน

อย่างเช่นชาวจ้าวโจวชอบอ่านนิยายกำลังภายใน

ส่วนชาวเว่ยโจวนั้นโปรดปรานนิยายวิทยาศาสตร์

นั่นก็หมายความว่า

ถ้าฉู่ขวงต้องการเก็บเกี่ยวค่าความโด่งดังด้านวรรณกรรมจากชาวเว่ยโจวการเขียนนิยายไซไฟคือทางเลือกที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด!

อย่างไรก็ตาม

เมื่อพูดถึงว่าจะเขียนเรื่องไหนเป็นเรื่องแรกดี ก็เป็นเรื่องที่ต้องคิดให้ดีเลยทีเดียว

เพราะตัวเลือกนั้นเยอะมาก!

ในแดนมังกรก็มีหลิวฉือซินผู้ยิ่งใหญ่ ผู้แบกนิยายวิทยาศาสตร์จีนไปสู่เวทีระดับโลกเพียงลำพัง ขณะที่ในต่างประเทศก็มี สุดยอดนักเขียนนิยายไซไฟในประวัติศาสตร์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น สามยักษ์ใหญ่แห่งวงการไซไฟอย่างไอแซก อาซิมอฟ อาเธอร์ ซี. คลาร์ก และโรเบิร์ต เอ. ไฮน์ไลน์ หรือชื่อระดับตำนานอีกเพียบ!

อะไรนะ?

นิยายชุด ‘สามกาย’ ของหลิวฉือซิน?

แน่นอนอยู่แล้วว่าหลินเยวียนจะต้องเขียนนิยายชุดสามกายอย่างแน่นอน!

เช่นเดียวกับที่เขาไม่มีทางปล่อยผ่านนิยายชุดแฮร์รี พอตเตอร์ ไปได้เช่นกัน

แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา เพราะโลกของเรื่องสามกายนั้นช่างยิ่งใหญ่และซับซ้อน ถือเป็นไพ่เด็ดในวงการนิยายไซไฟ

หลินเยวียนเป็นคนที่ชอบซ่อนไพ่เด็ดไว้ในมือเสมอ

และนิยายชุดสามกายก็เป็นหนึ่งในไพ่เด็ดที่เขาตั้งใจจะเก็บไว้ก่อน

อีกอย่าง ใครว่าหลิวฉือซินมีแค่เรื่องสามกายล่ะ?

ผลงานไซไฟระดับโลกของหลิวฉือซินมีมากมาย ทำให้หลินเยวียนมีตัวเลือกเยอะจนเลือกไม่ถูกเลยทีเดียว

หลินเยวียนถึงขั้นอาจเลือกที่จะพักผลงานของหลิวฉือซินไว้ก่อนทั้งหมดก็ยังได้

เพราะแค่ในแดนมังกร นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ระดับเทพก็มีอยู่ไม่น้อย!

หลิวฉือซินและคนกลุ่มนี้ ต่างก็ล้วนเป็นผู้ที่ก้าวผ่านยุคที่วงการไซไฟจีนตกต่ำมาได้อย่างยากลำบาก ผลงานบางชิ้นของพวกเขา จนถึงวันนี้ก็ยังเจิดจรัสไม่สร่าง

หลินเยวียนก็ตัดสินใจได้แล้วว่าเขาจะเริ่มต้นจากตรงไหน

ก่อนอื่นแน่นอนว่าต้องเลือกเรื่องสั้นก่อน

หลินเยวียนเองก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่า เขากำลังเปิดศึกกับบรรดาชาวเน็ตตั้วแสบพวกนั้นอยู่บ้าง

ถ้าเขียนนิยายยาว ระยะเวลาในการตบหน้าจะนานเกินไป ไม่สู้เขียนเรื่องสั้นแนวไซไฟเพื่อหยั่งเชิงดูสักหน่อยจะดีกว่า!

เรื่องสั้นแนวไซไฟมีข้อดีคือใช้จำนวนคำไม่มาก หลินเยวียนสามารถจัดการให้เสร็จในหนึ่งวัน เหมาะสมกับเป้าหมายในการตบหน้าผู้อ่านให้จบในคราวเดียว

ต่อไป ต้องโหดเหี้ยม!

ในเมื่อผู้อ่านเรียกเขาเจ้าแก่ฉู่ขวงอยู่ตลอด เขาก็จะไม่ทำให้ชื่อนี้เสียเปล่า

อยากเล่นสงครามประสาทกับผมเหรอ?

งั้นผมจะเล่นกลับก่อน!

ก่อนหน้านี้ก็มีผู้อ่านคอมเมนต์ไว้ว่า

ตราบใดที่เขากลับมาเขียนนิยายอีกครั้ง จะฆ่าพระเอกก็ไม่เป็นไรใช่ไหมล่ะ?

คุณพูดเองนะ!

งั้นวันนี้ จะจัดให้ตามคำขอ!

หลังจากใช้เวลาค้นหาจากคลังหนังสือของระบบประมาณห้านาที สายตาของหลินเยวียนก็หยุดลงที่นิยายเรื่องหนึ่ง และนั่นคือนิยายที่เขาจะเขียน!

นิยายเรื่องนี้มีชื่อว่า ‘ผู้โศกศัลย์’

ชื่อเรื่องบอกทุกอย่างแล้ว

“ฮ่าๆๆๆ อันนี้ชัดเลยว่าคนอ่านตั้งใจแกล้งเจ้าแก่ฉู่ขวงแน่ๆ แต่ก็สมควรแล้วละ ไปพูดอะไรไม่เข้าท่าเอง บอกว่าไปเที่ยวเว่ยโจว แล้วยังมีหน้าบอกให้ผู้อ่านเลือกแนวนิยายเองอีก ถ้าเป็นฉัน ฉันก็ต้องตั้งโจทย์สุดหินให้เขาเหมือนกันนั่นแหละ!”

“อย่าคิดมากเลยน่า”

“ดูยังไงก็แค่ล้อกันเล่น”

“ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นมุก แต่ปัญหาคือ เจ้าแก่ฉู่ขวงดันตอบกลับคอมเมนต์ด้วยว่า ‘รู้บ้างนิดหน่อย’ เกี่ยวกับไซไฟนะสิ!”

“ก็แค่หยอกเล่นล่ะมั้ง”

“แต่ดูจากกระแสแล้ว ฉู่ขวงอาจจะเอาจริงก็ได้”

ในวงการวรรณกรรม

ทุกครั้งที่ฉู่ขวงเขียนนิยายใหม่

ก็มักจะได้รับความสนใจจากเหล่านักเขียนมากมาย

เพราะทุกครั้งที่เขา มักสร้างแรงสั่นสะเทือนในแนวที่เขาแตะเสมอ บางครั้งถึงขั้นมีอิทธิพลต่อเหล่านักเขียนที่เขียนแนวเดียวกันจำนวนมาก หรือแม้แต่ทั้งวงการวรรณกรรมเลยด้วยซ้ำ!

เพียงชั่วครู่เดียว

ทุกคนต่างก็เฝ้ารอให้ฉู่ขวงออกมาเผยข้อมูลเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องผิดหวังก็คือ พวกเขาต่างรออยู่ในบล็อกของฉู่ขวงอยู่นาน แต่กลับไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ สุดท้ายก็ต้องแยกย้ายกันไปด้วยความเสียดาย

กลับเป็นผู้อ่านที่ยังคงแซวกันเล่นอยู่ในคอมเมนต์นั่นแหละที่ยังครึกครื้น

‘เจ้าแก่ฉู่ขวงหายหัวไปไหนแล้วเนี่ย?’

‘ทำไมเงียบกริบเลยอะ’

‘อาจจะไปแต่งนิยายไซไฟแล้วก็ได้มั้ง (ขำ)’

‘แหวะ’

‘มีแค่นี้เหรอ?’

‘นี่ถอยหนีแล้วจริงดิ?’

‘นึกว่าจะแน่ซะอีก’

‘ครั้งหน้าอย่ามาท้าให้พวกเรากำหนดแนวอีกล่ะ?’

‘เจ้าแก่ฉู่ขวง: ทำไมพวกผู้อ่านพวกนี้ไม่วางไพ่แบบปกติกันบ้าง?’

‘เหอะๆ ’

‘เราก็แค่ไม่ยอมพูดถึงแนวที่เจ้าแก่นี่เคยเขียนเท่านั้นเอง!’

ผู้อ่านทั้งหลายพากันคิดว่าฉู่ขวงยอมถอยแล้ว เสียงกู่ร้องแห่งชัยชนะจึงดังก้องไปทั่วคอมเมนต์

ก็ช่วยไม่ได้

เมื่อก่อนโดนเจ้าแก่ฉู่ขวงตบหน้ามานักต่อนัก ครั้งนี้ทุกคนโต้กลับได้บ้างสักที!

แม้ทั้งหมดจะเป็นเรื่องเล่นสนุกกัน แต่ก็สร้างเสียงหัวเราะและบรรยากาศครึกครื้นให้กับทุกคนไม่น้อย

คอมเมนต์เปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวา

………………………………………….

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน