เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1067

ตอนที่ 1067 เอาคีย์บอร์ดมา (2)

แน่นอนว่า หลินเยวียนไม่มีเวลามานั่งโพสต์บนบล็อกหรอก!

เพราะตอนนี้ เขากำลังนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ พิมพ์นิยายอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่!

เสียงแป้นพิมพ์ที่ดังแกร็กๆ ดังก้องอยู่ในห้องอย่างไม่ขาดสาย

บนหน้าจอคอมพิวเตอร์

ตัวอักษรรูปแบบเรียบง่ายพรั่งพรูออกมาราวกับสายน้ำ [ช่วงสายของตลาดสดคือช่วงเวลาที่วุ่นวายที่สุด ผมมองเห็นซย่าฉวินฟาง เดินฝ่าฝูงชนอันแออัด แผ่นหลังของเธอดูอ้วนเทอะทะ ยืนห่างออกไปสองสามเมตร ผมมองไม่ชัดว่าเธอซื้ออะไรมาบ้าง แต่เสียงต่อรองกับพ่อค้าแม่ค้า กลับดังจนได้ยินอย่างชัดเจน…]

ความเร็วในการพิมพ์ของเขานั้นน่ากลัวจนแม้แต่พญาอินทรียังต้องร้องว่า ‘ของจริง!’

แค้นนี้ต้องชำระภายในวันเดียว หลินเยวียนวางแผนว่าวันนี้ต้องเขียนให้จบและอัปโหลดให้เสร็จเรียบร้อย

ถึงอย่างไรนิยายเรื่องนี้ผู้โศกศัลย์

ก็มีเพียง 12 ตอนเท่านั้น

ส่วนความยาวในแต่ละตอนน่ะหรือ?

หากใช้วิธีการพูดพวกชาวเน็ตตอมกวนก็คือ ‘สั้นจุ๊ดจู๋ไร้พลัง’!

ทั้งเรื่องมีความยาวแค่ประมาณสองหมื่นคำเท่านั้น ทว่าจำนวนของคำ ไม่ได้เป็นตัวตัดสินคุณภาพของเนื้อหา

นิยายเรื่องผู้โศกศัลย์นี้ เคยคว้ารางวัลกาแล็กซีอวอร์ดสาขานิยายไซไฟ ครั้งที่ 15 ด้วยคะแนนถล่มทลายความยิ่งใหญ่ในครั้งนั้น จนถึงตอนนี้ยังไม่มีเรื่องใดลบล้างสถิติได้

แม้แต่หลิวฉือซินยังเคยเอ่ยอย่างสะท้อนใจว่า

เรามีผลงานดีๆ อยู่แล้ว แต่สิ่งที่เราไม่มีคืออิทธิพล

ในตอนนั้นวงการนิยายวิทยาศาสตร์ของแดนมังกรอยู่ในช่วงตกต่ำ จนกระทั่งเรื่องสามกายปรากฏขึ้น โลกภายนอกถึงเริ่มหันมาให้ความสนใจนิยายวิทยาศาสตร์จีนอย่างจริงจัง

และนั่นแหละคือผู้โศกศัลย์ของเหอซี

เหอซีเป็นนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ที่เต็มไปด้วยตำนานและประเด็นถกเถียงเขาเคยแขวนปากกาไปถึงสองปีเต็มก่อนจะกลับมาเขียนอีกครั้งภายใต้เสียงเรียกร้องของผู้อ่านนับไม่ถ้วน

ผลงานทุกเรื่องที่เหอซีเขียนออกมาล้วนกลายเป็นกระแสวิพากษ์อย่างหนัก ทั้งเชิงบวกและเชิงลบ

บางคนบอกว่า ผลงานของเหอซีคือสัญลักษณ์แห่งวงการนิยายวิทยาศาสตร์

ขณะที่บางคนกลับว่านิยายของเหอซีบางเรื่องใจอ่อนเกินไป และใส่องค์ประกอบความเป็นไซไฟน้อยเกินไป

แต่ไม่ว่าจะคิดเห็นอย่างไร เหอซีก็ยังคง ยืนหยัดเคียงข้างหลิวฉือซินและหวังจิ้นคังกลายเป็น สามเสาหลักแห่งวงการนิยายวิทยาศาสตร์ของจีน!

ในขณะเดียวกัน เหอซีก็กลายเป็นนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ชาวจีนที่ผู้อ่านในประเทศมองว่ามีโอกาสมากที่สุดที่จะก้าวขึ้นไปคว้ารางวัลฮิวโกอวอร์ด หรือแม้แต่รางวัลเนบิวลาอวอร์ดต่อจากหลิวฉือซิน ในฐานะนักเขียนนิยายแนวไซไฟระดับต้นๆ ของประเทศ!

แปะๆๆ !

เสียงพิมพ์ของหลินเยวียนดังไม่หยุด จำนวนคำที่เขาพิมพ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว

พริบตาเดียวก็เขียนถึงบทที่หกแล้ว

เขาเหมือนกับนักพิมพ์ชวเลขเลยทีเดียว

ต้องเข้าใจว่านักพิมพ์ชวเลขแบบนี้สามารถพิมพ์ได้เร็วกว่าความเร็วในการพูดของมนุษย์ธรรมดาเสียอีก!

หรือบางทีหลินเยวียนอาจจะเป็นนักพิมพ์ชวเลขจริงๆ ก็ได้ ถึงอย่างไรเขาก็แค่ถ่ายทอดข้อความที่ลอยอยู่ในหัวออกมาเป็นตัวหนังสือ ความรู้สึกของการเขียนโดยไม่ต้องใช้เวลาคิดนั้น ช่างยอดเยี่ยมเกินบรรยาย!

แกร็ก!

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่

รู้สึกคล้ายกับผ่านไปไม่นานเลยด้วยซ้ำ

หนานจี๋ยังคงนั่งเลียขนของตัวเองอย่างเพลิดเพลินอยู่ข้างๆในขณะที่หลินเยวียนก็ได้ กดปุ่มเอ็นเทอร์บนคีย์บอร์ด เพื่อปิดท้ายไฟล์ต้นฉบับ

นิยายวิทยาศาสตร์ขนาดสั้นเรื่องผู้โศกศัลย์เสร็จสมบูรณ์แล้ว!

หลังจากเขียนจบหลินเยวียนก็ตรวจทานอีกรอบเพื่อหาคำผิด

และหลังจากมั่นใจว่าทุกอย่างเรียบร้อยไม่มีข้อผิดพลาดเขาก็อัปโหลดต้นฉบับขึ้นสู่บล็อกของฉู่ขวงทันที

พูดอะไรสักหน่อยดีกว่า

ระหว่างที่กำลังอัปโหลดไฟล์ หลินเยวียนก็พิมพ์โพสต์ใหม่ในบล็อกด้วยความรู้สึกคึกคักจากการพิมพ์ด้วยความเร็วติดจรวดว่า [นิยายไซไฟที่ทุกคนขอกันมา มาแล้วครับ]

ตึ๊ง!

ตึ๊ง!

เสียงแจ้งเตือนสองครั้งดังขึ้นไพเราะในห้องเงียบผลงานอัปโหลดเรียบร้อย โพสต์ใหม่ก็เผยแพร่สำเร็จ!

บนโลกออนไลน์

ในวินาทีนั้นเอง

ผู้อ่านทุกคนต่างก็ได้รับการแจ้งเตือนพร้อมกัน!

ขณะนั้น พวกเขายังเล่นมุกล้อเลียน และหัวเราะเยาะเจ้าแก่ฉู่ขวงแกว่งเท้าหาเสี้ยนกันอย่างสนุกสนานในคอมเมนต์

ทันใดนั้นเอง

หน้าบล็อกก็แจ้งเตือนขึ้นมา

สายตาแต่ละคู่ที่จับจ้องอยู่หน้าจอพากันนิ่งค้างไปในทันที!

ไม่กี่วินาทีต่อมา

คอมเมนต์ใต้โพสต์ของฉู่ขวงก็ระเบิดขึ้นทันที!

‘?’

‘คืออะไร?’

‘ผู้โศกศัลย์เหรอ?’

‘นิยายไซไฟ?’

‘เจ้าแก่ฉู่ขวงเขียนนิยายไซไฟจริงเหรอ!?’

‘ไม่จริงใช่ไหมเนี่ย!?’

‘เฮ้ยพวก เราล้อเล่นกันเฉยๆ เองนะ!’

‘หมอนี่เขียนจริงอีกเหรอ!?’

‘เร็วเกินไปแล้วววว!’

‘หรือว่าเขาเขียนไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว?’

‘เป็นไปไม่ได้หรอก พวกเรานั่งถกกันตั้งนานกว่าจะนึกออกว่าเอาแนวไซไฟ เขาจะไปมีสต็อกได้ไง เขาจะรู้ล่วงหน้าได้หรือยังไง?’

ถึงอย่างไร เว่ยโจวเพิ่งจะผนวกรวมเข้ามาได้เพียงไม่กี่เดือนนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์บางคนที่ติดตามเฉพาะวงการของตน ก็อาจจะยังไม่รู้จักชื่อของฉู่ขวงดีนัก

แต่ในกลุ่มสนทนานักเขียนส่วนใหญ่ ก็มีไม่น้อยที่รู้จักฉู่ขวงอยู่แล้ว

หลังจากเว่ยโจวเข้าผนวกรวมนิยายของฉู่ขวงบางเรื่องก็เริ่มแพร่หลายเข้ามาในเว่ยโจวและเคยสร้างกระแสตอบรับพอสมควร

เพียงแต่ว่า เวลายังสั้นเกินไป จึงยังไม่ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั้งทวีปเท่านั้นเอง

ชั่วพริบตาเดียว

แชตกลุ่มในหมู่นักเขียนเว่ยโจวก็เริ่มคึกคักขึ้นทันที

‘เหมือนว่าฉู่ขวงจะเป็นนักเขียนจากฉินโจวนะ คนคนนี้ฝีมือไม่ธรรมดาฃ แต่เท่าที่รู้ เขาไม่เคยเขียนนิยายไซไฟมาก่อน’

‘ฉินโจวเหรอ?’

‘เริ่มน่าสนใจแล้วสิ’

‘วงการนิยายไซไฟบลูสตาร์ของเรา ยอมเป็นอันดับสอง รองจากแค่จงโจวเท่านั้น ส่วนฉินโจว พวกเขามีนิยายไซไฟกับเขาด้วยหรือ?’

‘ฉินโจวเป็นมาตุภูมิแห่งดนตรีไม่ใช่หรือไง ไม่น่าจะมีอะไรนอกจากเพลงนะ’

‘ก็ไม่ถึงกับไม่มีเลย พวกเขานิยมแนวแฟนตาซีกันมาก’

‘แฟนตาซีมันจะไปเทียบอะไรกับไซไฟของพวกเราได้ล่ะ?’

‘ไม่ถึงกับแย่นักหรอก แต่ฉันก็เริ่มสนใจขึ้นมานิดๆ แล้วละ นิยายไซไฟของเขา ไปอ่านได้ที่ไหนเหรอ?’

‘เขาโพสต์ไว้ในบล็อกน่ะ’

‘เรื่องสั้น?’

‘น่าจะใช่นะ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องสั้น’

‘งั้นก็มาลองอ่านกันหน่อยสิว่า คนฉินโจวเขียนนิยายไซไฟได้แค่ไหน’

‘คุณไปอ่านเถอะ ผมไม่สนใจเท่าไหร่หรอก’

บางคนเริ่มสนใจโหลดแอปพลิเคชันบล็อกขึ้นมาเพื่อเข้าไปอ่าน

แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากนักแค่พูดคุยกันเล่นๆ ตามปกติ

เหตุผลก็ง่ายมาก

เพราะว่าวงการนิยายไซไฟของเว่ยโจวพัฒนาไปไกลเหลือเกิน!

ที่ผ่านมาเป็นคนจากทวีปอื่นที่อ่านนิยายไซไฟของเว่ยโจว

แต่ไม่เคยมีนิยายไซไฟจากทวีปอื่นที่สามารถสร้างกระแสแรงๆ ในเว่ยโจวได้เลย

ถ้าเป็นนิยายไซไฟจากจงโจวละก็ พวกเขาอาจจะสนใจอยู่บ้างเพราะ จงโจวนับเป็นคู่แข่งหลักของเว่ยโจวในสายนี้

สรุปก็คือ

ด้วยชื่อเสียงของฉู่ขวงในตอนนี้ นิยายเรื่องนี้ที่เขาโพสต์ลงในบล็อกสุดท้ายก็ยังสามารถดึงดูดความสนใจของผู้อ่านจำนวนไม่น้อยอยู่ดี

และทางฝั่งหลินเยวียนจากข้อมูลหลังบ้านที่เขาได้เห็น

ยอดคลิกอ่านนิยายเรื่องผู้โศกศัลย์กำลังพุ่งทะยานแบบถล่มทลาย!

…………………………………………………….

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน