ตอนที่ 1074 ฮีเลียมแฟลช (2)
………………..
ในนิยาย
มนุษย์ผ่านพ้นความยากลำบากนานัปการ สุดท้ายก็สามารถพาบลูสตาร์เดินทางจนหลุดออกจากอิทธิพลของดวงอาทิตย์ที่นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าอาจระเบิดได้ทุกเมื่อ
แต่ทว่า
ในขณะนั้นเอง ก็มีคนค้นพบว่า
ภาพของดวงอาทิตย์เมื่อ 400 ปีก่อน กับภาพที่ผู้คนเห็นในตอนนี้ แทบไม่ต่างกันเลยแม้แต่น้อย!
ความสว่าง!
การจัดเรียงของพิกเซล!
ความน่าจะเป็นของพิกเซล!
การวิเคราะห์ระดับชั้นของแสง!
ค่าพารามิเตอร์ทั้งหมดเหมือนกันทุกประการ!
บลูสตาร์ยังคงพเนจรในห้วงอวกาศอย่างยาวนาน
แต่ข่าวลืออันน่าหวาดกลัวนี้กลับแพร่กระจายไปทั่วราวกับไฟลามทุ่ง ผู้คนจำนวนมากเริ่มใช้เครื่องมือขนาดใหญ่และแม่นยำมากขึ้น
เฝ้าสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์ด้วยตนเอง ไม่นาน
องค์กรเอกชนแห่งหนึ่งได้ยิงยานสำรวจชุดหนึ่งตรงไปยังดวงอาทิตย์
และสามเดือนต่อมา ยานสำรวจเหล่านั้นก็ทะลุผ่านชั้นเฮลิโอสเฟียร์ และในที่สุดข้อมูลที่ส่งกลับมาก็ยืนยันความจริงข้อนั้นได้สำเร็จ
เมื่อเทียบกับสี่ร้อยปีก่อน
ดวงอาทิตย์ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น!
“พลเมืองทั้งหลาย! บลูสตาร์ถูกทรยศ! มนุษยชาติถูกทรยศ! อารยธรรมของเราถูกทรยศ!
เราทุกคนคือตัวประกันของคำโกหกนี้!
ดวงอาทิตย์ยังคงเป็นดวงอาทิตย์ดวงเดิม มันจะไม่ระเบิดไม่ว่าจะในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต มันคือสัญลักษณ์แห่งความนิรันดร์!”]
สิ่งที่ระเบิดขึ้นไม่ใช่ดวงอาทิตย์
แต่คือความทะเยอทะยานอันชั่วร้ายของคนในรัฐบาล! พวกเขาแต่งเรื่องทั้งหมดขึ้นมา ก็เพื่อสร้างจักรวรรดิแห่งการปกครองของตัวเอง!
พวกเขาทำลายบลูสตาร์!
พวกเขาทำลายอารยธรรมมนุษย์!
ได้โปรดเถิด เหล่าพลเมืองผู้มีจิตสำนึก จงลุกขึ้นจับอาวุธเพื่อกอบกู้ดาวของเรา กอบกู้อารยธรรมของมนุษย์ เราจะต้องโค่นล้มรัฐบาลร่วม ทวงคืนการควบคุมเครื่องยนต์ของบลูสตาร์ แล้วขับเคลื่อนดาวของเรากลับสู่วงโคจรเดิม กลับคืนสู่อ้อมกอดอันอบอุ่นของดวงอาทิตย์ของพวกเราให้จงได้!”]
รัฐบาลบลูสตาร์สูญเสียความน่าเชื่อถือโดยสิ้นเชิง
การกบฏระเบิดขึ้นราวกับไฟป่าลามทั่วทุกทวีป!
ไม่ว่ากองกำลังกบฏจะไปถึงที่ใด
ประชาชนบนบลูสตาร์ก็ลุกฮือเข้าร่วมทันที!
เพราะทุกคนเชื่ออย่างสุดหัวใจว่า
ทั้งหมดนี้คือแผนการสมรู้ร่วมคิดของรัฐบาลร่วม ดวงอาทิตย์คือสัญลักษณ์แห่งความเป็นนิรันดร์ มันจะไม่มีวันระเบิด!
ฝ่ายกบฏชนะ
พวกเขาบุกเข้าสู่ห้องควบคุมหลักของบลูสตาร์
ที่นั่นยังมีเจ้าหน้าที่กว่า 5,000 คนคอยปกป้องอยู่ แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่เหล่านั้นก็เลือกที่จะยอมจำนน
[“พวกเราสามารถสู้จนถึงที่สุดได้ แต่นี่อาจทำให้เครื่องยนต์ของบลูสตาร์ควบคุมไม่ได้ หากเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นจริง สสารฟิวชันจำนวนมหาศาลอาจเผาทะลุบลูสตาร์ทั้งดวง หรือทำให้มหาสมุทรทั้งหมดระเหยหายไป เพราะเหตุนี้ พวกเราจึงตัดสินใจยอมแพ้ พวกเราเข้าใจทุกคน เพราะในการต่อสู้อันยาวนานที่กินเวลาสี่สิบชั่วอายุคน และยังต้องดำเนินต่อไปอีกเป็นร้อยชั่วอายุคน การรักษาสติและเหตุผลนั้นเป็นสิ่งที่เกินเอื้อม แต่พวกเราขอให้ทุกคนจดจำเอาไว้ ผู้คนทั้งห้าพันชีวิตที่ยืนอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ในหมู่พวกเรามีทั้งผู้นำสูงสุดของรัฐบาลร่วม และทหารชั้นผู้น้อย เราทุกคนคือผู้ที่ยึดมั่นในศรัทธาจนถึงวาระสุดท้าย พวกเรารู้ดีว่า ตัวเองจะไม่มีวันได้เห็นวันที่ความจริงได้รับการพิสูจน์ แต่หากเผ่าพันธุ์มนุษย์ยังดำรงอยู่ต่อไปได้อีกนับหมื่นชั่วอายุคน สักวันหนึ่ง คนรุ่นหลังจะมายืนอยู่หน้าอนุสรณ์ของพวกเรา พร้อมหลั่งน้ำตาให้กับทุกสิ่งที่เรายืนหยัดไว้ และบลูสตาร์ดวงนี้ จะกลายเป็นอนุสรณ์อันนิรันดร์ของพวกเรา!”]
ผู้คนทั้งห้าพันคนถูกควบคุมตัวออกจากห้องควบคุม
ระหว่างการควบคุมตัวนั้น ‘ฉัน’ มองเห็นเด็กหญิงคนหนึ่ง เธอใช้แรงทั้งหมดที่มี กวาดก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ขึ้นมา แล้วเหวี่ยงมันใส่เหล่าผู้เฒ่าอย่างเต็มแรง แววตาคู่นั้นของเธอทะลุผ่านหน้ากาก ฉายความคลุ้มคลั่งและโกรธแค้นออกมา
คำสั่งประหารออกมาแล้ว!
ฝ่ายกบฏยึด แบตเตอรี่นิวเคลียร์สำหรับทำความร้อนในชุดป้องกันความหนาวจากผู้ที่ถูกตัดสินประหารทุกคน จากนั้นจึงโยนพวกเขาลงบนพื้นน้ำแข็งกลางทะเล ปล่อยให้ความหนาวระดับติดลบ 100 องศา ค่อยๆ พรากชีวิตของพวกเขาไปทีละน้อย
ในตอนนั้นเอง
เหล่าอาชญากรผู้ชั่วร้ายไร้ยางละอายที่สุดในประวัติศาสตร์อารยธรรมมนุษย์ยืนเรียงรายแน่นขนัดอยู่บนผืนน้ำแข็งกลางทะเล
บนชายฝั่ง
มีผู้คนกว่าแสนยืนมองดูพวกเขา รวมถึง ‘ฉัน’ ด้วย เสียงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันดังระงมจากนับแสนปาก แววตาแห่งโทสะที่พลุ่งพล่านออกมานั้น ไม่ต่างจากเด็กหญิงคนนั้นเลย
ดวงอาทิตย์ของฉัน!
มารดาแห่งชีวิต!
สองชั่วโมงต่อมา ตรงตำแหน่งของดวงอาทิตย์ปรากฏวัตถุทรงกลมสีแดงเข้ม ค่อยๆ ขยายขนาดใหญ่ขึ้น อายุขัยอันยิ่งใหญ่ตลอดห้าพันล้านปี ได้กลายเป็นเพียงความฝันที่ลอยหายไป…
ไม่มีแสง ไม่มีความร้อนอีกต่อไป
ดวงอาทิตย์ในตอนนี้ หากมองจากระยะไกล ก็เหมือนแผ่นกระดาษสีแดงเย็นเยียบแผ่นหนึ่งที่ถูกแปะไว้กลางห้วงอวกาศ แสงแดงหม่นที่เปล่งออกมา ราวกับเป็นเพียงแสงสะท้อนจากดวงดาวรอบข้างเท่านั้น นี่คือปลายทางของดาวฤกษ์มวลต่ำ
ดาวยักษ์แดง
ดวงอาทิตย์ตายไปแล้ว
โชคยังดี ยังคงมีมนุษย์บางส่วนที่มีชีวิตรอด
ชั่วขณะนั้นฮูเหยียนต้าปั๋วอ้าปากค้างด้วยความตะลึง นิ่งงันจนไม่อาจหุบปากได้
และทางด้านข้างของฮูเหยียนต้าปั๋ว
ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน เมื่อเฉินเล่อได้อ่านประโยคสุดท้ายของนิยาย ‘ดวงอาทิตย์ของฉัน’ เขาก็ถอนหายใจยาวอย่างเงียบงัน
“สายแข็งไหม?”
“แข็งโป๊ก”
“ยังมั่นใจว่าจะเอาชนะเขาได้ในระดับมืออาชีพอยู่ไหม?”
“จะมีแฟนคลับที่ไหนก่งกว่าไอดอลของตัวเองบ้างล่ะ ถ้าแฟนคลับเก่งกว่าไอดอล แล้วจะอ่านหนังสือของไอดอลไปทำไมกัน?”
ให้ตายสิ ปู้ลั่ว!
คิดจะลากฉันลงเหวเรอะ!
โชคดีที่ฉันเป็นแฟนคลับเจ้าแก่มานานพอจะรู้ว่า ทุกคนที่กล้าขึ้นเวทีดวลกับหมอนี่ สุดท้ายก็โดนกดจมพื้นทุกคน!
ฮูเหยียนต้าปั๋วรู้สึกใจหายวาบขึ้นมา
แน่นอนว่าโลกพเนจรอาจไม่ใช่งานที่ดีที่สุดของหลิวฉือซิน แต่ในแง่ของคุณภาพและความสมบูรณ์ของเรื่องก็ถือว่าอยู่ในระดับสูงมาก แม้จะนำไปเปรียบกับนิยายวิทยาศาสตร์ในเว่ยโจวก็ไม่ได้ด้อยกว่าใคร
และอย่าลืมว่า!
นี่เป็นแค่ผลงานที่ฉู่ขวงเผยแพร่ลงบนบล็อกเล่นๆ ขณะเดียวกันก็ยังเป็นนิยายไซไฟสายแข็งเรื่องแรกของเขาอีกด้วย
ฮูเหยียนต้าปั๋วรู้จักฉู่ขวงดีเกินไปแล้ว!
ตามสไตล์ของฉู่ขวงแล้ว จนถึงตอนนี้ น่ากลัวว่าเขาอาจจะยังแค่กำลังลองชิมลางกับนิยายแนววิทยาศาสตร์อยู่เท่านั้น!
……………………………………………………

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...