ตอนที่ 1075 เกือบจะถึงมาตรฐานของเว่ยโจวของพวกเรา
เช่นเดียวกับฮูเหยียนต้าปั๋วและเฉินเล่อ ตอนที่บลูสตาร์พเนจร ถูกเผยแพร่ออกมา มีคนจำนวนมหาศาลคลิกเข้าไปอ่านทันที
และเมื่ออ่านจบแล้ว
ปฏิกิริยาของผู้อ่านกลับยิ่งรุนแรงกว่าเฉินเล่อกับฮูเหยียนต้าปั๋วเสียอีก!
โดยเฉพาะกลุ่มแฟนนิยายไซไฟ!
‘โห คิดได้ไงเนี่ย!”
‘เจ้าแก่รอบนี้ไอเดียล้ำไปอีก!”
‘โครงการบลูสตาร์พเนจร การเปลี่ยนแปลงของอารยธรรมระดับจักรวาล ฉากหลังที่ยิ่งใหญ่ระดับมหากาพย์ แถมยังมีข้อมูลดาราศาสตร์สารพัดที่ทั้งไม่เข้าใจแต่ก็ไม่มีปัญญาเถียง โดนฟาดหน้าเต็มๆ เจ็บจริง!”
‘จงใจแน่นอน!”
‘เจ้าแก่ฉู่ขวงนี่จงใจชัดๆ !”
‘ขอถามแบบไม่รู้จริงๆ นะ แบบนี้เรียกว่าไซไฟสายแข็งได้ไหม?’
‘เอาเป็นว่ารอบนี้เจ้าแก่ฉู่ขวงแข็งจริงๆ ละ (หัวเราะ)’
‘การแบ่งแยกระหว่างไซสายแข็งกับไซไฟสายอ่อน จริงๆ แล้วเป็นมุมมองส่วนบุคคลอยู่แล้วนะ ถ้าไปเทียบกับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์จริงๆ ละก็ นิยายไซไฟทุกเรื่องก็ดูจะเป็นสายอ่อนไปหมด แต่ถ้าวัดกันในระดับนิยายไซไฟด้วยกันเอง เรื่องนี้นับว่าแข็งมากเลยทีเดียว จนฉันยังรู้สึกว่ามันแข็งเกินไปด้วยซ้ำ ขาดรายละเอียดในระดับจุลภาคไปหลายชั้น แทบไม่มีการสร้างมิติของตัวละครให้น่าจดจำเลย พอเปิดเรื่องมาก็พูดถึงมนุษยชาติทั้งกลุ่มใหญ่เลย แต่ข้อเสียตรงนี้ก็ถูกชดเชยได้ดีมากในตอนจบ’
‘ตอนจบนี่ช็อกจริงๆ ’
‘ดวงอาทิตย์ระเบิด เจ้าแก่ฉู่ขวงมโนไปเองหรือเปล่า?’
‘ไม่ใช่มโนนะ แต่เรื่องนี้มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์จริงๆ ตามที่เขาเขียนในนิยายเลย ประมาณอีก 5000 ล้านปีข้างหน้า ดวงอาทิตย์จะเข้าสู่ช่วงดาวยักษ์แดง แกนกลางของดวงอาทิตย์ที่เต็มไปด้วยฮีเลียมจะหดตัวเพื่อสู้กับแรงโน้มถ่วง และเกิดความร้อนสูงขึ้นเรื่อยๆ ชั้นไฮโดรเจนที่อยู่ล้อมรอบแกนจะได้รับความร้อนและเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันเร็วขึ้น พลังงานที่ได้จะสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วส่งต่อไปยังชั้นนอก ทำให้ดวงอาทิตย์ขยายตัวออก เมื่อแกนกลางร้อนถึงขีดจำกัดหนึ่ง ก็จะเริ่มเกิดฟิวชันของฮีเลียมจะเริ่มต้นเผาไหม้ และผลิตเป็นคาร์บอน’
‘เฮือก ผู้ยิ่งใหญ่โปรดรับการคำนับจากข้าน้อยด้วย!’
‘ผู้ยิ่งใหญ่บ้านคุณสิ ฉันเพิ่งไปเปิดดูสารานุกรมออนไลน์มา จะบอกว่าคล้ายกันก็ไม่ได้ เพราะมันเหมือนกันเป๊ะต่างหาก แล้วเรื่องที่ดวงอาทิตย์จะระเบิดในอนาคต ก็เป็นความรู้ทั่วไปไม่ใช่เหรอ?’
ก่อนหน้านี้
ทุกคนยังเถียงกันไม่หยุดว่าฉู่ขวงจะเขียนไซไฟสายแข็งได้จริงหรือไม่
ทว่าตอนนี้
การถกเถียงได้จบลงแล้ว
ความสนใจของผู้คน เบี่ยงทิศทางไปสู่เนื้อหาของนิยายโดยสมบูรณ์
โดยเฉพาะบรรดาแฟนนิยายไซไฟทั้งหลายต่างตื่นเต้นประหนึ่งค้นพบแผ่นดินใหม่!
อะไรนะ?
โดนเจ้าแก่ตบหน้าด้วยไซไฟสายแข็งเหรอ?
แฟนๆ ของฉู่ขวงตอบกลับว่า
ชินแล้วละ!
แม้จะมีชาวเน็ตจอมกวนบางคนอดบ่นพึมพำไม่ได้ว่า
‘หมอนี่เขียนได้จริงๆ ด้วยแฮะ”
‘บางทีการตบหน้าผู้อ่านเนี่ยแหละ คือแรงบันดาลใจในการเขียนของเขา!’
‘ตอนแรกก็แอบผิดหวังนิดหน่อยนะ รู้สึกว่าเจ้าแก่ยัดเนื้อหาวิชาการเข้ามาเยอะเกินเพราะอยากเขียนให้เป็นไซไฟแข็ง แต่พออ่านไปเรื่อยๆ ก็โดนเรื่องราวดูดเข้าไปเต็มๆ ตอนที่เห็นพวกผู้ศรัทธาบลูสตาร์ 5,000 กว่าคนโดนประหาร ผมนี่เศร้ามากจริงๆ แต่ก็นั่นแหละ นี่คือความถนัดของเจ้าแก่เขียนยังไงก็ให้คนอ่านจุกในใจได้เสมอ”‘ยังมีคนที่ยืนหยัดเพื่อความจริงอยู่เสมอ”
‘ลองคิดดูดีๆ ยุคก่อนดวงอาทิตย์จะดับ กลับกลายเป็นยุคทองที่คนในอนาคตโหยหา หรือว่าเจ้าแก่จะอยากบอกว่าชีวิตของพวกเราตอนนี้แหละ ดีที่สุดแล้ว?”
‘อยู่ดีๆ ก็รู้สึกว่า ถ้าเรื่องนี้ถูกทำเป็นหนังคงอลังการสุดๆ เลย”
‘อย่าล้อเล่นน่า นิยายไซไฟดีๆ ตั้งเยอะ พอโดนเอาไปทำหนังก็พังหมด ดัดแปลงแล้วชอบมีปัญหาตลอด”
‘ก็จริงแหละ ยังไงก็อย่าทำให้ต้นฉบับพังเพราะหนังเลยจะดีกว่า”
‘ถึงฉันจะชอบผู้โศกศัลย์มากกว่า แต่ไซไฟที่ยิ่งใหญ่ระดับมหากาพย์แบบนี้ ก็สะท้อนให้เห็นฝีมือด้านไซไฟของเขาได้จริงๆ แหละนะ”
แน่นอนว่า
ไม่ได้มีแต่เสียงชม
เพราะนิยายที่ทำให้ผู้อ่านทุกคนเห็นตรงกันหมดมีน้อยเหลือเกิน ในพื้นที่แสดงความคิดเห็นของฉู่ขวงเอง ก็ยังมีเสียงวิจารณ์อยู่บ้างว่าเรื่องนี้อาจยังไม่ถึงกับยอดเยี่ยมขนาดนั้น
…
ขณะที่ผู้อ่านกำลังอ่านนิยายจบ
บรรดานักเขียนจากทั่วทุกทวีป ก็ทยอยอ่านบลูสตาร์พเนจรจบลงเช่นกัน
รวมถึงนักเขียนสายไซไฟอีกจำนวนไม่น้อย
ฉินโจว
ในกลุ่มแชตของนักเขียนนิยายไซไฟกลุ่มหนึ่ง ตอนนี้บรรยากาศกำลังโกลาหลเพราะนิยายเรื่องนี้!
‘วงการไซไฟของฉินโจวรอดแล้ว!’
‘ผมรู้สึกว่าฉู่ขวงอาจจะพาไซไฟของเรา ทะลุออกจากฉินโจว และได้รับการยอมรับจากทวีปอื่นๆ !’
‘ไม่ถึงขนาดนั้นมั้ง’
‘วิธีการเล่าเรื่องมันสุดโต่งเกินไป โดยเฉพาะช่วงกบฏท้ายเรื่อง รู้สึกเหมือนเขียนให้เศร้าเพื่อจะบีบอารมณ์คนอ่านโดยไม่จำเป็น แถมมนุษย์ยังถูกเขียนออกมาดูโง่เกินไป สมัยไหนแล้วยังจะมีคนเชื่อว่าดวงอาทิตย์จะไม่มีวันระเบิดอีกเหรอ?’
‘ฉันชอบช่วงนั้นนะ แต่ก็ยอมรับว่ามิติของตัวละครค่อนข้างตื้นจริงๆ ’
‘ตัวละครในเรื่องไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นมนุษย์เลย พวกเขาเป็นแค่ปากเสียงที่ฉู่ขวงใช้เพื่อบรรยายจินตนาการของตัวเองเท่านั้นเอง ฉู่ขวงยังเหมาะกับไซไฟแบบอ่อนมากกว่า อย่างเรื่อผู้โศกศัลย์ก่อนหน้านั้นก็ดีมากเลย ทั้งเนื้อเรื่องและตัวละครเขียนออกมาได้สุดยอด’
‘พวกคุณไม่รู้สึกเหรอว่าเซตติงน่าทึ่งขนาดไหน!?’
‘ฉู่ขวงใช้การเล่าเรื่องแบบย่อสั้นอย่างมีประสิทธิภาพมาก หลังจากตัดทอนการเล่าความรู้สึกของมนุษย์ออกไปแล้ว นิยายทั้งเรื่องเลยดูเหมือนตัวอย่างโครงกระดูกไม่ใช่ชิ้นงานที่สมบูรณ์แบบ แต่ถึงจะเป็นแค่โครงกระดูกมันก็ยังเป็นตัวอย่างที่ควรค่าแก่การศึกษาอยู่ดี’
‘ถ้าเทียบกับเว่ยโจวก็ยังมีช่องว่างอยู่นะ’
‘ฉันอ่านต่อไม่ไหวแล้ว วิจารณ์ข้อเสียได้น่ะไม่เถียงแต่ช่วยวิจารณ์ให้สมเหตุสมผลหน่อยได้ไหม?ฉันยังกล้ายอมรับข้อเสียของหนังสือเล่มนี้แล้วพวกคุณล่ะกล้าพอยอมรับข้อดีของมันหรือเปล่า?’
วงการนิยายวิทยาศาสตร์ของฉินโจวกำลังอยู่ในช่วงซบเซา
ที่จริงแล้ว ทวีปอื่นๆ ก็ไม่ได้ต่างกันนัก
เช่นเดียวกับที่จงโจวและฉินโจวครองอุตสาหกรรมดนตรีของบลูสตาร์ตลาดนิยายไซไฟของบลูสตาร์ก็ถูกผูกขาดโดยจงโจวและเว่ยโจวเช่นกัน
น้อยนักที่ผลงานจากทวีปอื่นจะสามารถฝ่าข้อจำกัดนี้ออกมาได้
ในบรรยากาศเช่นนี้ ทุกทวีปต่างก็เฝ้ารอผลงานไซไฟชิ้นใหญ่ที่โลกจะต้องหันมามอง
น่าเสียดาย
เรื่องบลูสตาร์พเนจรยังไม่ดีพอที่จะพิชิตใจนักเขียนทุกคนจากฉินโจว
แม้แต่แอดมินกลุ่มเองก็ยังออกมาแสดงความเห็น พร้อมถอนหายใจว่า ‘ถ้าเรื่องนี้สามารถขยายให้ยาวกว่านี้อีกสักหน่อย เพิ่มมิติของตัวละครและอารมณ์ของมนุษย์ ผลลัพธ์น่าจะออกมาดีกว่านี้ แต่ถึงแม้จะมีจุดบกพร่องบ้าง ก็ไม่อาจบดบังคุณภาพที่ยอดเยี่ยมโดยรวมของนิยายเรื่องนี้ได้ ผมตั้งใจว่าจะเชิญฉู่ขวงเข้าร่วมสมาคมนิยายไซไฟฉินโจว เพราะเราต้องการอิทธิพลจากเขาจริงๆ ’
…
หลิวฉือซินมีผลงานอยู่มากมาย
หลินเยวียนมองว่าเรื่องโลกพเนจร จัดอยู่ในระดับกลาง เมื่อเทียบกับผลงานทั้งหมดของต้าหลิว
อย่างไรก็ตาม ระดับกลางของต้าหลิวก็ไม่ธรรมดา นี่คือยอดฝีมือที่สามารถยกระดับวงการนิยายวิทยาศาสตร์ของจีนให้ขึ้นสู่เวทีระดับโลกได้เพียงลำพัง
เพราะฉะนั้น
‘ผู้ศรัทธาในบลูสตาร์ห้าพันคนสุดท้ายยืนรอถูกประหาร ฉากนั้นดูแล้วปวดใจมากจริงๆ ’
‘ดวงอาทิตย์ระเบิดแล้ว แต่มนุษย์ก็ยังไม่เชื่อวิทยาศาสตร์อยู่ดี’
‘ว่าแต่นักเขียนชื่อฉู่ขวงคนนี้ เคยมีนิยายไซไฟยาวๆ บ้างไหม?’
‘ไม่มีนะ ฉู่ขวงเพิ่งเริ่มเขียนแนวไซไฟเอง’
‘ไม่มั้ง เพิ่งเริ่มเขียนก็เทพได้ขนาดนี้เชียวเหรอ?’
‘ก็เทพจริงๆ นั่นแหละ แต่เรื่องสั้นมันยังไม่สะใจพอ รู้สึกไม่หนำใจ ยังไงนิยายไซไฟก็ต้องเขียนยาวๆ ถึงจะได้โชว์ฝีมือเต็มที่’
เห็นได้ชัดว่า
นิยายไซไฟเรื่องสั้นสองเรื่องของฉู่ขวง ได้ดึงดูดความสนใจจากผู้อ่านเว่ยโจวไปไม่น้อยแล้ว
ในจำนวนนี้ มีชาวเว่ยโจวจำนวนมากถึงกับดาวน์โหลดแอปพลิเคชันบล็อกไว้ เพียงเพื่ออ่านนิยายเหล่านี้โดยเฉพาะ พร้อมกับทิ้งคอมเมนต์แสดงความชื่นชอบในผลงานทั้งสองของฉู่ขวง
แต่ก็ไม่วายมีบางคอมเมนต์ที่อ่านแล้วรู้สึกแปลกๆ อยู่บ้าง
อย่างเช่นคอมเมนต์จากผู้อ่านเว่ยโจวคนหนึ่งที่กล่าวว่า
‘สู้ๆ นะคุณนักเขียน นิยายไซไฟของคุณเกือบจะถึงมาตรฐานของเว่ยโจวของพวกเราแล้ว!’
ให้ตายสิ
หลินเยวียนน่ะพอทนได้
แต่ฉู่ขวงทนไม่ได้!
ในชั่วพริบตานั้นเอง
หลินเยวียนรู้สึกว่าจิตวิญญาณของฉู่ขวงในร่างเขากำลังดิ้นพล่านขึ้นมาอีกครั้ง!
ทว่าสิ่งที่ทำให้คิ้วของหลินเยวียนกระตุกหนักกว่าเดิมก็คือ เจ้าพวกผู้อ่านตัวน้อยทั้งหลาย เริ่มปั่นกระแสใหม่ในพื้นที่แสดงความคิดเห็นกันอีกแล้ว!
‘เรื่องสั้นน่ะทำอะไรเจ้าแก่นี่ไม่ได้หรอก!’
‘ต้องเรื่องยาวเท่านั้น!’
‘ถูกต้อง!’
‘ลุยเรื่องยาวเลย!’
‘เจ้าแก่ฉู่ขวง ถ้าฉันตะโกนขอนิยายไซไฟเรื่องยาง คุณจะกล้าตกปากรับคำไหม?’
‘ฮ่าๆๆๆ ไม่เล่นละไม่เล่นแล้ว เจ้าแก่ก็ไม่ใช่นักเขียนไซไฟมืออาชีพสักหน่อย’
‘เจ้าแก่ ฉันอยากอ่านแนวกำลังภายในแล้ว’
‘ผมอยากอ่านแฟนตาซีมากกว่านะ!’
‘ไม่เอา แนวนั้นไม่เร้าใจแล้ว กลับไปเขียนแนวสืบสวนสอบสวนดีกว่า!’
‘ว่าแต่ ที่นี่มีแค่ฉันเหรอที่อยากอ่านนิทาน?’
‘มีแค่คุณคนเดียวนั่นแหละ…’
หลินเยวียนไล่อ่านคอมเมนต์เหล่านั้นจนครบ ก่อนจะย้อนกลับไปอ่านคอมเมนต์ของผู้อ่านฝั่งเว่ยโจวอีกครั้ง จิตวิญญาณของฉู่ขวงในตัวเขาก็ปะทุขึ้นอย่างเต็มที่!
ไม่เปลี่ยนแนว!
ยังไงก็ต้องไซไฟ!
ไซไฟเรื่องยาวเท่านั้น!
…………………………………………………….

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...