ตอนที่ 1151 คราวนี้ใครจะได้กลับบ้านเก่า
ต่างจากหกภาคที่ผ่านท่
ภาคจบของแฮร์รี่ พอตเตอร์นั้นไม่ใช่เรื่องราวที่เกิดขึ้นในโรงเรียนอีกต่อไป
โวลเดอมอร์ที่ฟื้นคืนชีพกลับมา ได้แทรกซึมเข้าไปในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดฮอกวอตส์ เข้ายึดกระทรวงเวทมนตร์ และสามารถควบคุมโลกเวทมนตร์ได้ครึ่งหนึ่ง
สถานการณ์พลิกผันอย่างรวดเร็ว
แฮร์รี่ พร้อมด้วยรอนและเฮอร์ไมโอนี่ จึงจำเป็นต้องหลบหนีและอำพรางตัวตน
เพื่อทำตามคำสั่งเสียของอดีตอาจารย์ใหญ่อย่างอัลบัส ดัมเบิลดอร์ แฮร์รี่จึงเร้นกายออกตามล่าทำลายฮอร์ครักซ์ของโวลเดอมอร์อย่างลับๆ และได้ล่วงรู้โดยบังเอิญว่า
หากพวกเขาสามารถครอบครองสามสิ่งวิเศษแห่งยมทูตในตำนานได้ พวกเขาอาจมีโอกาสเอาชนะโวลเดอมอร์!
ในขณะเดียวกัน
โวลเดอมอร์ก็เริ่มออกตามหาไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องรางยมทูต ทั้งยังส่งบรรดาผู้เสพความตายออกไปวางกับดักทั่วทั้งโลกเวทมนตร์เพื่อตามล่าตัวแฮร์รี่
เห็นได้ชัดว่า
ในยุคหลังการจากไปของดัมเบิลดอร์ เครื่องรางยมทูตได้กลายเป็นความหวังของแฮร์รี่ในการโค่นล้มโวลเดอมอร์…
ขณะทบทวนโครงเรื่อง
และพิมพ์ลงบนคีย์บอร์ด
เรื่องราวของบทอวสานก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนไฟล์เอกสารอย่างเงียบเชียบ
สำหรับเรื่องนี้ หลินเยวียนเชื่อมั่นว่า
ผู้อ่านจะไม่บอยคอตนิยายชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ เพียงเพราะการตายของดัมเบิลดอร์
แม้จะมีผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ไว้ว่า ‘ตั้งแต่เซดริก ซิเรียส แบล็ก จนมาถึงอัลบัส ดัมเบิลดอร์ผู้ยิ่งใหญ่ เหล่าพ็อตเตอร์เฮดต้องเผชิญกับการสูญเสียครั้งแล้วครั้งเล่า จนจิตใจอ่อนไหวและเปราะบางขึ้นทุกที แต่เจ้าแก่ฉู่ขวงก็ยังเลือกจะเดินหน้าท้าทายความรู้สึกของผู้อ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขียนให้มีตัวละครสำคัญตายทุกภาค จนกลายเป็นธรรมเนียมประจำนิยายชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ไปแล้ว บางที ดัมเบิลดอร์อาจเป็นฟางเส้นสุดท้าย ครั้งนี้เจ้าแก่ฉู่ขวงทำให้ผู้อ่านโกรธจนถึงขีดสุด…’
ล้อเล่นหรือเปล่า?
แฮร์รี่ พอตเตอร์จะขายไม่ออก?
บนโลก วันที่ 21 กรกฎาคม 2007
วันที่วางจำหน่ายนิยายชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ภาคอวสานมาถึง
แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเครื่องรางยมทูตเล่มนี้ ทำยอดขายทั้งในอังกฤษและอเมริกาได้ถึง 11 ล้านเล่มภายในวันเดียว
ตัวเลขนี้ทำลายสถิติยอดขายวันแรกเก้าล้านเล่มที่แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเจ้าชายเลือดผสมเคยทำไว้ไปอย่างขาดลอย
เหล่าพอตเตอร์เฮดจากทั่วโลก เข้าร่วมงานเปิดตัวหนังสือตั้งแต่เที่ยงคืน หลายคนแต่งตัวเป็นตัวละครที่ตนชื่นชอบ เพื่อจะได้มีส่วนร่วมในเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์วงการสิ่งพิมพ์นี้
นอกจากนี้
สำนักพิมพ์ยังใช้เงินกว่าสิบล้านปอนด์เพื่อปกป้องความลับของหนังสือเล่มนี้!
ร้านหนังสือปิดบังสถานที่เก็บหนังสืออย่างแน่นหนา จ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจำนวนมาก และมีสุนัขตำรวจเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง พนักงานขนส่งหนังสือต้องใส่ผ้าปิดตาพิเศษระหว่างทำงาน เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาแอบอ่านเนื้อหา รถบรรทุกทุกคันที่ใช้ขนส่งหนังสือ ติดตั้งระบบจีพีเอสมูลค่า 2,000 ดอลลาร์ต่อคัน เพื่อให้แน่ใจว่าเส้นทางการเดินรถเป็นไปตามที่กำหนด หนังสือทั้งหมดถูกบรรจุในชั้นวางแบบปิดผนึก ซึ่งจะส่งเสียงเตือนทันทีหากมีคนพยายามเปิดออก!
ในความเป็นจริง
ทุกครั้งที่มีการวางจำหน่ายหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์เล่มใหม่
มาตรการรักษาความปลอดภัยก็จะถูกยกระดับให้เข้มงวดกว่าเดิม
ฝั่งอเมริกา
หนังสือเล่มนี้ทำยอดขาย 8.3 ล้านเล่มใน 24 ชั่วโมงแรก
นับเป็นยอดขายเฉลี่ยสามแสนเล่มต่อชั่วโมง
ในอังกฤษ ยอดขายทะลุสามล้านเล่มภายในสองวันแรก
ที่เมืองหลวงของแดนมังกร หนังสือเล่มนี้ขายได้หนึ่งหมื่นเล่มในวันแรก ทั้งที่ยังเป็นฉบับภาษาอังกฤษ ไม่ใช่ฉบับแปลภาษาจีน
เมื่อเวอร์ชันแปลภาษาจีนออกวางจำหน่ายภายหลัง ยอดขายก็ยิ่งถล่มทลายยิ่งกว่าเดิม
แน่นอนว่า
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้น เพราะผู้คนรู้ดีว่าแฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเครื่องรางยมทูต คือบทสรุปของนิยายในตำนานเรื่องนี้
…
เป็นเช่นนี้
หลินเยวียนเขียนต่อเนื่องจนถึงช่วงเย็น
หลังจากจัดเก็บเนื้อหาที่เขียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เขาก็เข้าไปสอดส่องความเคลื่อนไหวบนโลกออนไลน์อย่างเงียบเชียบ
เอาเถอะ
แม้ว่าอี้อันจะช่วยล้างความผิดให้ฉู่ขวงได้ค่อนข้างสำเร็จ แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะยอมรับมันทั้งหมด
“ดัมเบิลดอร์ตายแล้ว แฮร์รี่จะต้องแก้แค้นทุกอย่างให้จบในภาคสุดท้าย ฆ่าคนที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดอย่างโวลเดอมอร์แน่นอน แต่พอคิดดูดีๆ ตอนนี้กลับอยากให้แฮร์รี่ ยังไม่รีบแก้แค้นเลยแฮะ”
“จริงด้วย”
“ถ้าโวลเดอมอร์ตาย เรื่องนี้ก็คงไม่มีเหตุผลจะดำเนินต่อไปแล้วล่ะ เพราะทั้งเจ็ดภาคมันวนเวียนอยู่กับความแค้นระหว่างแฮร์รี่กับโวลเดอมอร์ตเป็นหลัก”
“อย่าเพิ่งใจร้อนรีบร่ำลาไปหน่อยเลย”
“ตามธรรมเนียมอันดีงามของนิยายชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ พวกคุณคิดว่าภาคจบจะใครจะได้กลับบ้านเก่าบ้าง รอนหรือเฮอร์ไมโอนี่ หรือพระเอกของเราจะลากโวลเดอมอร์ตายไปพร้อมกันเลย?”
“พี่ชาย อย่ามาหลอกกันแบบนี้นะ กลัวจะตายอยู่แล้วเนี่ย!”
“ผมไม่ได้จะหลอกอะไรเลยนะ สงครามระหว่างแฮร์รี่กับโวลเดอมอร์โหดร้ายขนาดนั้น ถ้าตอนจบไม่มีใครตายก็คงแปลกแล้วสิ แต่ถ้าจะให้แค่ตัวประกอบตาย ก็ไม่สะเทือนใจเท่ากับดัมเบิลดอร์ตาย ตรงนี้แหละที่จะทำให้สงครามดูไม่โหดพอ เพราะงั้นก็ต้องเปิดมีดรอตัวละครหลักสามคนแล้วละ”
“ถ้าจะตาย ขอให้เป็นสเนปเถอะ!”
“จริง สเนปต้องตาย!”
“สเนปต้องตายแน่นอน หนังสือของเจ้าแก่ฉู่ขวง ถึงจะโหดร้ายแค่ไหน แต่ก็ยึดหลักทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วเสมอ ในนิยายของเขาไม่มีหรอกที่ตัวร้ายจะลอยนวลถึงตอนจบ ถึงแม้สเนปจะถูกโวลเดอมอร์บังคับให้ฆ่าดัมเบิลดอร์ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าตัวหลักสามคนจะรอดกลับไปได้ครบทุกคนในตอนจบหรอกนะ”
ต้องยอมรับว่า
แผนเบี่ยงเบนความสนใจของเจ้าแก่ฉู่ขวงในครั้งนี้ ได้ผลอย่างมากทีเดียว
ข่าวว่าแฮร์รี่ พอตเตอร์กำลังจะเดินทางเข้าสู่ตอนจบ ทำให้ผู้อ่านตื่นเต้นกันทันที!
แต่ในขณะเดียวกัน
ทุกคนก็มีความกังวลมากมายเกี่ยวกับตอนจบนี้
เพราะต้องมีคนตายหนึ่งคนในทุกๆ เล่ม และแต่ละคนก็มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นกลายเป็นกลายเป็นธรรมเนียมอัน ‘ทรงเกียรติ’ของแฮร์รี่ พอตเตอร์ไปแล้ว
และแฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูตที่ฉู่ขวงกำลังจะปล่อยออกมา ไม่ใช่แค่เล่มที่เจ็ดของนิยายชุดนี้ แต่เป็นตอนอวสานของนิยายทั้งชุด!
แล้วตอนจบจะไม่มีคนตายได้อย่างไร?
คนที่จะตาย จะไม่มีความสำคัญมากพอได้อย่างไร?
ความกังวลแบบนี้ทำให้ทุกคนทั้งเฝ้ารอเล่มสุดท้ายที่จะออกในเดือนหน้า แต่ขณะเดียวกันในใจก็เต็มไปด้วยความกังวลและหวาดหวั่น รู้สึกอยู่ตลอดว่าเจ้าแก่ฉู่ขวงคนนี้ต้องเตรียมสร้างข่าวใหญ่แน่นอน
คราวนี้ใครจะได้กลับบ้านเก่าอีกนะ
………………………………………………………

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...