เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1153

ตอนที่ 1153 ฉู่ขวงรับกรรม (1)

ขณะนั้นเป็นช่วงเดือนพฤษภาคม

หลินเยวียนไม่สนใจเสียงถกเถียงและการคาดเดาต่างๆ บนโลกออนไลน์อีกต่อไป เขาตั้งใจว่าจะเขียนแฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูตให้เสร็จภายในสิ้นเดือนนี้

สำหรับเขาแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องยากเลย

แม้ว่าในครั้งนี้ จะมีตัวละครยอดนิยมหลายคนที่ต้องตายไปทีละคนภายใต้ปลายปากกาของเขา

ในบ้าน

ภายในห้อง

ท่ามกลางเสียงแป้นพิมพ์ที่ดังก็อกแก็ก ตัวอักษรในเอกสารปรากฏขึ้นบนหน้าจออย่างรวดเร็ว

นี่คือบทที่ห้าของแฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเครื่องรางยมทูต

ในการต่อสู้กับโวลเดอมอร์

จอร์จ หนึ่งในสองพี่น้องฝาแฝดตระกูลวีสลีย์ สูญเสียใบหูไปข้างหนึ่ง

“อา จริงสิ!”

จอร์จยิ้มให้แม่ที่น้ำตาไหลอาบแก้ม แล้วพูดว่า “เอาเป็นว่า ต่อจากนี้ไป แม่แยกพวกเราออกแล้วนะ”

ฝาแฝดคู่นี้มักมองโลกในแง่บวกอยู่เสมอ

แม้จะเสียหูไปข้างหนึ่ง จอร์จก็ยังยิ้มออกมาได้

แถมยังพูดเล่นอีกว่า ต่อไปแม่จะได้แยกเขากับพี่ชายออกสักที

จอร์จในตอนนั้นไม่มีทางคาดคิดได้เลยว่า

เฟร็ดพี่ชายของเขา จะต้องตายในศึกสุดท้าย

ในเวลานั้น

โวลเดอมอร์นำกองกำลังทั้งหมดบุกเข้าไปในฮอกวอตส์ เพื่อบีบบังคับให้เหล่านักเรียนและอาจารย์ยอมส่งตัวแฮร์รี่ออกมา

เฟร็ดและเพอร์ซี่กำลังเฉลิมฉลองอย่างภาคภูมิใจ หลังจากที่แต่ละคนปราบผู้เสพความตายได้หนึ่งคน

แต่แล้วออกัสตัส รูกวู้ดก็เสกคาถาระเบิด

เฟร็ดจึงเสียชีวิต

ตอนจบของฝาแฝดคนหนึ่งตาย อีกคนพิการ ทำให้ผู้อ่านจำนวนนับไม่ถ้วนรู้สึกสะเทือนใจอย่างยิ่งยวด

ต้องเข้าใจก่อนว่า

ในเนื้อเรื่อง แม่ของฝาแฝดคู่นี้มักจะแยกพวกเขาไม่ออกเลยว่าใครเป็นใคร

ทุกครั้งที่นึกถึงจุดนี้ ก็ยิ่งเจ็บปวดหัวใจ

ในความเป็นจริง

ฉากดราม่าชวนเสียน้ำตาไม่ได้มีแค่นั้น

เช่น ระหว่างการเคลื่อนย้ายแฮร์รี่

นกฮูกเฮ็ดวิกที่อยู่กับแฮร์รี่มาตลอดเจ็ดปีก็ถูกสังหาร

การตายของเฮ็ดวิก เปรียบเหมือนการสูญเสียสีขาว ความไร้เดียงสาของแฮร์รี่ได้จบลงแล้ว

หรืออีกฉากหนึ่งคือการตายของแม้ด-อาย มูดดี้ ในภารกิจของภาคีนกฟีนิกซ์เพื่อย้ายแฮร์รี่หนีการตามล่า

พวกเขาให้คนหกคนแปลงร่างเป็นแฮร์รี่ และกระจายตัวกันหนีเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากโวลเดอมอร์

โวลเดอมอร์คิดว่า

แฮร์รี่ พอตเตอร์ตัวจริง จะต้องมีมือปราบมารที่ฝีมือดีที่สุดคอยคุ้มกันอย่างแน่นอน!

และในใจของโวลเดอมอร์ มือปราบมารที่เก่งที่สุดก็คือแม้ด-อาย มูดดี้

ทว่าคนที่ร่วมทางกับแม้ด-อาย มูดดี้ในภารกิจคือมันดังกัส เฟล็ทเชอร์ ซึ่งหลบหนีไปกลางคันเพราะความขี้ขลาดกลัวตายของเขา นั่นจึงเป็นสาเหตุทางอ้อมที่ทำให้มูดดี้ถูกคำสาปพิฆาตเล่นงาน และตกจากที่สูงเสียชีวิต

เอลฟ์ประจำบ้านอย่างด๊อบบี้ก็เสียชีวิตเช่นกัน

ระหว่างที่แฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี่กำลังตามหาฮอร์ครักซ์

พวกเขาพูดชื่อโวลเดอมอร์ออกมาโดยไม่ตั้งใจ

ชื่อนั้นเป็นคำต้องห้าม ทำให้ผู้เสพความตายหาตัวพวกเขาพบในทันที

ทั้งสามจึงถูกจับไปยังคฤหาสน์มัลฟอย เฮอร์ไมโอนี่ถูกทรมานด้วยคำสาปกรีดแทง ส่วนแฮร์รี่กับรอนถูกขังไว้ในห้องใต้ดิน

พวกเขามาถึงทางตันเสียแล้ว

แฮร์รี่จึงหยิบกระจกที่ครั้งหนึ่งซิเรียสเคยมอบให้เขาขึ้นมา

และในกระจกนั้น

แฮร์รี่เห็นดวงตาสีฟ้าสดใสคู่หนึ่ง

พวกเขาคิดว่าเป็นดัมเบิลดอร์ ทว่าความจริงแล้ว เขาคืออาเบอร์ฟอร์ธ น้องชายของดัมเบิลดอร์

และเป็นคนที่ส่งด๊อบบี้มาช่วยเหลือพวกเขา

หลังจากนั้นไม่นาน ด๊อบบี้ก็มาถึงตัวพวกเขา

เวทมนตร์ของเอลฟ์ประจำบ้านต่างจากพ่อมดแม่มด เขาสามารถพาทุกคนหายตัวออกจากคฤหาสน์มัลฟอยได้โดยตรง

แต่ถึงอย่างนั้น

ในเสี้ยววินาทีก่อนที่จะหายตัว

มีดของเบลลาทริกซ์ก็ปักเข้ากลางอกของด๊อบบี้!

แฮร์รี่เป็นคนขุดหลุมศพให้กับด๊อบบี้ด้วยตัวเอง

และสลักข้อความที่ทำให้ผู้อ่านทั่วโลกน้ำตาไหลเอ่อล้นออกมา

ความยึดมั่นและทะเยอทะยานของเขากลับผลักไสหญิงสาวผู้เป็นที่รักให้ห่างออกไปไปเรื่อยๆ

นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่สเนปเกลียดแฮร์รี่ พอตเตอร์

เพราะเขาคือลูกของศัตรูหัวใจ

หลังจากสเนปตัดขาดความสัมพันธ์กับลิลี่ เขาก็แปรเปลี่ยนความเศร้าโศกเป็นพลัง มุ่งมั่นจะสร้างผลงานยิ่งใหญ่ จึงภักดีต่อโวลเดอมอร์อย่างสุดหัวใจ เพื่อเติมเต็มอุดมคติและความใฝ่ฝันของตนเอง ดังนั้นเมื่อได้ยินคำพยากรณ์เกี่ยวกับต้นแบบของตนจากศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์ เขาก็รีบไปบอกโวลเดอมอร์ผู้เป็นเจ้านายในทันที โดยไม่คาดคิดเลยว่า นั่นจะทำให้เขาสูญเสียหญิงสาวผู้เป็นที่รักไปตลอดกาล นับแต่นั้น เขาก็ต้องแบกรับตราบาปในใจ ใช้ชีวิตอยู่กับความเสียใจและการโทษตัวเองไปตลอดชีวิต

บางทีอาจเป็นเพราะต้องการไถ่บาป

หรือบางทีอาจเป็นเพราะต้องการล้างแค้น

สเนปจึงตัดสินใจรับบทเป็นคนเลวของตัวเองต่อไป กลายเป็นสายลับสองหน้าระหว่างดัมเบิลดอร์กับโวลเดอมอร์

เพื่อให้โวลเดอมอร์เชื่อใจ สเนปยอมแบกรับทุกอย่าง ยอมแม้กระทั่งสังหารดัมเบิลดอร์ผู้ยิ่งใหญ่ จนทำให้ทุกคนเข้าใจผิด

แต่ก่อนจะได้อ่านตอนจบ มีใครจะรู้บ้างว่า

เรื่องทั้งหมดนั้นล้วนเป็นคำขอของดัมเบิลดอร์เอง!

ก่อนหน้านั้น

ทั้งคู่เคยทะเลาะกันอย่างรุนแรงเกี่ยวกับการตัดสินใจเรื่องนี้

“ขอร้องละ…”

คำขอสุดท้ายก่อนตายของดัมเบิลดอร์ ไม่ใช่การร้องขอให้สเนปไว้ชีวิตเขา

ตรงกันข้าม

ดัมเบิลดอร์ต้องการให้สเนปสังหารเขา เพื่อจะทำให้โวลเดอมอร์ปักใจเชื่อได้อย่างสมบูรณ์

การทะเลาะเบาะแว้งพวกเขาควรจะสิ้นสุดลงแล้ว

แน่นอน เหตุผลอีกข้อหนึ่งของดัมเบิลดอร์คือ

มัลฟอยยังมีหนทางเยียวยา ดัมเบิลดอร์จึงไม่ต้องการให้มือของเด็กคนนี้ต้องเปื้อนเลือดของเขา

สเนปจึงถูกดัมเบิลดอร์บีบบังคับให้ลงมือ

นี่อาจเป็นหนึ่งในตัดสินใจที่ยากที่สุดในชีวิตของเขา

ถึงอย่างไร นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชีวิตของสเนปต้องเผชิญกับเต็มไปด้วยช่วงเวลาที่ต้องเลือกทางยาก

ด้วยความรู้สึกผิด

สเนปจึงเลือกที่จะปกป้องแฮร์รี่ พอตเตอร์ ลูกของลิลี่

อย่างไม่มีเงื่อนไข

และตลอดไป

…………………………………………………………

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน