เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1154

ตอนที่ 1154 เรื่องเล่าของเจ้าชาย (1)

………………..

หลินเยวียนก็นับว่าพูดแล้วทำจริง

หลังจากกินบะหมี่เสร็จและกลับขึ้นไปชั้นบน เขาก็ใช้หมัดเล็กๆ ทุบอกตัวเอง ปฏิบัติภารกิจซัดฉู่ขวงที่พี่สาวมอบหมายให้สำเร็จเรียบร้อย ขยันยิ่งกว่าทำภารกิจในระบบเสียอีก

ด้านข้าง

หนานจี๋ทำหน้างุนงง ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวถอยห่างจากหลินเยวียน

เมื่อถึงวันรุ่งขึ้น

หลังจากได้นอนเต็มอิ่ม พี่สาวก็กลับมาสดใสอีกครั้ง ตอนกินข้าวเช้ายังอารมณ์ดีถึงขั้นแนะนำให้ต้าเหยาเหยาอ่านว่า

“อ่านแฮร์รี่ พอตเตอร์รึยัง?”

“อ่านไม่กี่เล่มแรกเอง”

“ตอนจบใกล้จะออกแล้ว เดี๋ยวพี่เอาหนังสือมาให้เล่มนึง”

“สนุกไหมอะ?”

“เป็นเล่มที่สนุกที่สุดในทั้งเจ็ดเล่มเลยละ!”

“โอเค”

ต้าเหยาเหยาดูดีใจมาก

ส่วนหลินเยวียนถึงกับเสียวสันหลังวาบ พูดกับน้องสาวว่า“คืนนี้เดี๋ยวพี่ต้มบะหมี่ให้นะ ผักพี่จะกินไข่แดงให้เอง”

ต้าเหยาเหยาทำหน้าฉงน พี่ชายของเธอใจดีขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?

พี่สาวก็เหมือนกัน

ก่อนหน้านี้ไม่เห็นเคยซื้อแฮร์รี่ พอตเตอร์เล่มก่อนๆ มาให้เลยแล้วจู่ๆ ก็ดีผิดปกติแบบนี้

อ่อนโยนเกินไป ต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ !

ตอนนี้อาหารเช้าก็หมดเกลี้ยงแล้วพี่สาวกินเรียบเช็ดปากเรียบร้อย แล้วยังตบไหล่เหยาเหยาด้วยสีหน้ามีเลศนัยอีกต่างหาก

ขณะเดียวกันแม่ที่นั่งดูทีวีอยู่บนโซฟาก็หันมาถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่า“นิยายแฮร์รี่ พอตเตอร์อะไรนั่น สนุกหรือลูก?”

หลินเยวียนรีบตอบทันควัน “ไม่เห็นจะสนุกเลยครับแม่!”

คำตอบนั้นอาจฟังดูเหนือความคาดหมาย แต่กลับทำให้สนใจมากย่ิงขึ้น

แล้วทันใดนั้นเอง

เสียงประกาศข่าวทางโทรทัศน์ก็ดังขึ้น

“นิยายชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ของฉู่ขวงกำลังจะเข้าสู่บทสรุปในเล่มสุดท้าย หลายคนตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ ต่างพากันออกมารวมตัวพูดคุยวิเคราะห์ และเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อกับแฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเครื่องรางยมทูต…”

ออกข่าวในโทรทัศน์ขนาดนี้แล้ว

แม่ยิ่งสนใจเข้าไปใหญ่

ซึ่งข่าวก็ไม่ได้พูดเกินจริงเลยสักนิด

เพราะตอนนี้ผู้อ่านต่างตั้งตารอภาคจบกันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะหลังจากที่มีการยืนยันแล้วว่า

สามตัวเอกหลักจะได้บัตรผ่าน รอดตายไปเรียบร้อย

ที่ผ่านมาฉู่ขวงไม่เคยเปิดเผยอะไรล่วงหน้าแบบนี้เลย

อย่างที่แฟนๆ ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า

เพียงครั้งนี้ เราเชื่อใจฉู่ขวงได้!

…

ในขณะที่แฟนๆ ส่วนใหญ่ต่างกำลังดีใจตื่นเต้น นับวันรออ่านบทสรุปของเรื่อง กลับมีผู้อ่านคนหนึ่งที่ชื่อว่าหูจี๋กำลังรู้สึกปั่นป่วนอยู่ในใจ

เพราะสเนปกำลังจะตาย!

เรื่องนี้ฉู่ขวงเป็นคนพูดยืนยันเองกับปากในบทสัมภาษณ์!

แฟนหนังสือส่วนใหญ่ดีใจกับข่าวนี้เป็นบ้าเป็นหลัง

แต่สำหรับหูจี๋ ผู้ซึ่งเป็นแฟนพันธุ์แท้ของสเนปแล้ว เขากลับดีใจไม่ออก

ตัวละครที่เขาชอบที่สุดถูกประกาศว่าจะกลับบ้านเก่าในตอนจบ จะให้เขามีความสุขได้ยังไงกันล่ะ…

ถึงแม้ตอนจบของแฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเจ้าชายเลือดผสม การที่สเนปสังหารดัมเบิลดอร์จะทำให้หูจี๋รู้สึกสับสนอย่างมาก

แต่อาจารย์อี้อันก็เคยบอกใบ้เอาไว้นี่นา ว่าสเนปไม่ใช่ตัวร้าย?

ในเมื่อไม่ใช่ตัวร้าย แล้วทำไมถึงต้องตายด้วยล่ะ

หรือว่าอาจารย์อี้อันผู้ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นคนที่เข้าใจเจ้าแก่ฉู่ขวงได้ดีที่สุด อาจจะเดาผิดในครั้งนี้?

การรอคอยบทสรุปจึงเต็มไปด้วยความทรมานสำหรับหูจี๋

อันที่จริงการรอคอย ก็เป็นความทรมานสำหรับทุกคนไม่มากก็น้อย

โชคดีที่คลังหนังสือซิลเวอร์บลูไม่รีรอให้งานล่าช้า

ไม่กี่วันต่อมา

วันที่ 7 มิถุนายน

แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูตที่ผู้คนต่างเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ

ก็ได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ!

เช้าวันนี้

ผู้อ่านจำนวนมหาศาลแห่กันไปยังร้านหนังสือ!

หูจี๋เองก็เป็นหนึ่งในฝูงชนมหึมานั้น เขาเข้าคิวอยู่นานเป็นชั่วโมง และสุดท้ายก็ได้แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูตมาครอบครองอย่างที่หวัง!

กลับถึงบ้าน

หูจี๋เปิดหนังสืออ่านทันที!

‘การที่คนเรารักสัตว์มันเป็นเรื่องธรรมดา โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงของตัวเอก เฮ็ดวิกยังมีบทบาทมากกว่าตัวประกอบสำคัญบางตัวซะอีก!’

‘ช่างเถอะ อดทนไว้’

‘มีคนตายเล่มละหนึ่งเป็นธรรมเนียมเก่าของแฮร์รี่ พอตเตอร์ไปแล้ว’

…

หูจี๋อ่านข้อความในกลุ่ม

แต่ไม่ได้พิมพ์อะไรตอบ

เขายังอ่านต่อไป

แต่แล้วจู่ๆ หัวใจเขาก็กระตุก เผลออุทานออกมาโดยไม่รู้ตัวว่า “เป็นไปได้ยังไง!”

แม้ด-อาย มูดดี้ตายแล้ว!

อลาสเตอร์ มู้ดดี้!

เพื่อนสนิทของดัมเบิลดอร์!

มือปราบมารผู้ยึดมั่นในความยุติธรรม!

กลุ่มแช็ตก็ระเบิดขึ้นอีกครั้งตามคาด

‘ไม่จริงใช่ไหม!’

‘แม้ด-อายตายแล้วเหรอ?’

‘ลอร์ดโวลเดอมอร์ลงมือเองเหรอ!?’

‘บ้าน่ะ ไหนบอกว่าภาคละคนเดียว!’

‘สังเวยด้วยเฮ็ดวิกยังไม่พอ ยังต้องเอาแม้ด-อายไปด้วยเหรอ?”

‘ไม่ใช่สิ’

‘ธรรมเนียมของแฮร์รี่ พอตเตอร์คือหนึ่งภาคตายหนึ่งคน แต่เฮ็ดวิกเป็นแค่นกฮูก ไม่นับรวมนี่นา’

‘พูดอะไรไร้สาระ!’

‘ถึงจะเป็นนกฮูก แต่เฮ็ดวิกสำหรับผมมีความสำคัญไม่ต่างจากคนเลยนะ!’

‘ยอมรับเถอะ นี่แหละเจ้าเจ้าแก่ฉู่ขวงตัวจริง’

‘นี่คือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อรักษาตัวเอกทั้งสามให้อยู่รอดปลอดภัย’

‘ถึงจะฟังดูโหดร้ายไปหน่อย แต่ถ้าต้องมีคนตายจริงๆ แม้ด-อายตายยังดีซะกว่าตัวเอกสามคน’

‘ต่อไปก็คงจะดีขึ้นแล้วล่ะ’

‘โวลเดอมอร์ต้องตาย สเนปก็ต้องตายเหมือนกัน!’

…………………………………………………

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน