ตอนที่ 1178 กระแสนิยายกำลังภายใน
บนโลกออนไลน์
‘ฉู่ขวงจะออกนิยายเรื่องใหม่ปลายเดือนนี้จริงเหรอเนี่ย?’
‘งั้นแผนของหลู่หยางก็พังสิ ตอนแรกเขาคงกะว่าจะฉวยจังหวะที่เจ้าแก่ฉู่ขวงว่างจากการเขียนหนังสือ มาตีเขาแบบไม่ทันตั้งตัว ใครจะไปคิดว่าเจ้าแก่ฉู่ขวงจะออกโรงเร็วเกินคาด!’
‘เขียนเก่งเขียนเร็ว เรื่องนี้ไม่มีใครเถียงได้หรอก’
‘ฉันจำได้ว่านิยายชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์เพิ่งจบไปเมื่อเดือนมิถุนาเองนะ อย่าถามว่าทำไมจำได้แม่นขนาดนี้ จนถึงวันนี้ก็ผ่านมาแค่สามเดือนกว่าๆ เองใช่ไหม?’
‘แบบนี้ยิ่งตื่นเต้นเข้าไปอีก!’
‘ถ้าไม่ได้เพราะปรมาจารย์หลู่โผล่มาแบบปุบปับ ฉันว่าหนังสือเล่มใหม่ของเจ้าแก่อาจจะยังไม่ออกเร็วขนาดนี้ก็ได้ แฮร์รี่ พอตเตอร์ยาวซะขนาดนั้น เขียนจบแล้วก็น่าจะพักนานหน่อยละ’
‘พักอะไรล่ะ เขาทำงานล่วงเวลาไปแล้วเนี่ย!’
‘เล่มใหม่เป็นแนวกำลังภายในเหรอ ก็ไม่ได้น่าแปลกใจเท่าไหร่นะ ฉากท้ายของเรื่องคนเล็กหมัดเทวดาก็ใบ้ธีมเรื่องใหม่ไว้แล้วนี่’
‘แต่ใช้แนวกำลังภายในจะสู้กับหลู่หยางได้หรือ?’
‘เท่าที่จำได้ คนเว่ยโจวส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยอ่านนิยายกำลังภายในของเจ้าแก่ฉู่ขวงเท่าไหร่ล่ะมั้ง?’
‘คนจงโจวยิ่งไม่เคยอ่านเลยด้วยซ้ำ”
‘เหมือนแนวนี้จะมีฐานผู้อ่านจำกัดอยู่นิดหน่อยนะ”
‘แพ้ก็ดี จะได้อันดับนักเขียนร่วงลงมาสักหน่อย แบบนี้คราวหน้าจะได้กระตือรือร้นในการเขียนมากขึ้น!’
‘เห็นด้วยสุดๆ !’
‘งั้นพวกเราก็ส่งแรงใจให้ปรมาจารย์หลู่ต่อไป ไม่ต้องอธิบายอะไรให้มากความ!’
ประหนึ่งราดน้ำมันลงบนกองไฟ
ทันทีที่ข่าวของนิยายใหม่เผยแพร่ออกไป สถานการณ์ก็เปลี่ยนจากการจู่โจมฉับพลันของหลู่หยาง กลายเป็นการเผชิญหน้ากันตรงๆ ของนักเขียนระดับแนวหน้าทั้งสองคน
เรื่องนี้เกี่ยวโยงถึงการชิงบัลลังก์นักเขียนอันดับหนึ่งของฉินโจว
และศึกชิงตำแหน่งในวงการนักเขียนระดับสูงนี้จึงยิ่งเข้มข้นเข้าไปใหญ่
เพียงแต่ประเด็นเรื่องแนวและประเภทของนิยายใหม่ที่ฉู่ขวงเลือกใช้ ก็ทำให้เกิดเสียงถกเถียงตามมาไม่น้อย
ใช่แล้ว
แม้ฉู่ขวงจะจุดกระแสนิยายกำลังภายในให้กลับมาคึกคักอีกครั้งด้วยมังกรหยกไตรภาค ทว่าในตอนนั้น เว่ยโจวและจงโจวยังไม่ได้ผนวกรวมเข้ามา
นั่นหมายความว่า
ผู้อ่านจากเว่ยโจวและจงโจวส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยสนใจแนวกำลังภายในเท่าไรนัก
แม้ว่าสถานการณ์ตอนนี้จะดีขึ้นมากแล้ว เพราะหลังจากฉู่ขวงกลายเป็นนักเขียนระดับแนวหน้าของบลูสตาร์ด้วยนิยายชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ ผู้อ่านจากเว่ยโจวและจงโจวจำนวนมากก็เริ่มสนใจผลงานก่อนหน้าของเขา รวมถึงมังกรหยกไตรภาคด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ ภาพยนตร์เรื่องคนเล็กหมัดเทวดาซึ่งเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของกำลังภายใน ก็มีส่วนช่วยอย่างมากในเรื่องนี้
อย่างน้อยก็ทำให้ผู้คนจากเว่ยโจวและจงโจวไม่ต่อต้านแนวกำลังภายในมากเท่าเมื่อก่อนแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น อิทธิพลของนิยายกำลังภายในในสองทวีปนี้ ก็ยังเทียบไม่ได้กับอิทธิพลในทวีปอื่นๆ ที่ผ่านมา
และที่สำคัญคือ การแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งนักเขียนระดับสูงนั้น ใช้บลูสตาร์ทั้งแปดทวีปเป็นสมรภูมิรบ!
เมื่อความสามารถของนักเขียนทั้งสองฝ่ายไม่ห่างกันมาก ช่องโหว่เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลให้ฝ่ายหนึ่งพ่ายแพ้ย่อยยับได้เลย
แต่ทว่า!
ในขณะที่ทุกคนต่างก็คิดไปในทางเดียวกัน
พูดให้ชัดก็คือ วันที่สองหลังจากมีการประกาศหมวดหมู่นิยายใหม่ของฉู่ขวงอย่างเป็นทางการ เหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ทุกคนถึงกับตกตะลึงก็เกิดขึ้น!
…
เว่ยโจว
ภายในร้านหนังสือแห่งหนึ่ง
“ฉู่ขวงเคยเขียนนิยายกำลังภายในเป็นไตรภาคมาก่อนใช่ไหม?”
“ที่นายพูดถึงคือมังกรหยกไตรภาคใช่หรือเปล่า?”
“ก็ประมาณนั้นแหละ เขาเคยเขียนนิยายกำลังภายในสามเล่ม”
“ใช่แล้ว”
“ทั้งสามเล่มนี่เชื่อมโยงกันใช่ไหม?”
“สองเล่มแรกตัวละครเกี่ยวพันกันแน่นมาก เล่มที่สามจะเชื่อมกันแบบห่างๆ ในแง่เวลา แล้วก็โลกทัศน์ ตัวละครจะเชื่อมโยงกันน้อยลงหน่อย”
“งั้นเอามาเล่มนึง! ไม่สิ เอามาทั้งสามเล่มเลย!”
“ฉันก็เหมือนกัน!”
“เจ้าแก่ฉู่ขวงจะเขียนแนวกำลังภายในอีกแล้ว ฉันต้องรีบตามเก็บเรื่องเก่าให้ครบก่อน!”
“ฉันอยากรู้ว่าฉากในคนเล็กหมัดเทวดาที่อ้างอิงถึงมังกรหยกไตรภาคน่ะ อ้างถึงตรงไหนบ้าง ก็เลยอยากอ่านให้รู้เรื่องทั้งหมดเหมือนกัน”
…
จงโจว
ที่ร้านหนังสือขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
“ขอศึกเทพอภินิหารจ้าวอินทรีเล่มนึงครับ!”
“เพื่อน นายเรียงเล่มผิดละ นิยายกำลังภายในสามเล่มของฉู่ขวงต้องเริ่มจากมังกรหยกก่อน”
ทว่าในเวอร์ชันที่ปรับปรุงใหม่ล่าสุด พี่สาวคนนี้กลับไปอยู่กับมู่หรงฟู่ที่สติไม่สมประดีไปเสียแล้ว!?
ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้แฟนหนังสือเก่าแก่รู้สึกปวดใจ!
ถึงขั้นมีคนประชดว่า ‘กิมย้งก็แค่นักเขียน เขาจะไปเข้าใจแปดเทพอสูรมังกรฟ้าได้ยังไง!’
และไม่ใช่แค่พี่สาวคนนี้เท่านั้น
ภาพลักษณ์ของเมิ่งกู คนรักของซวีจู๋ก็ยังมีการเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน!
แน่นอนว่า
ภาพลักษณ์ของเมิ่งกูนั้น ไม่ได้เปลี่ยนไปมากเท่ากับหวังอวี่เยียน
ในฉบับใหม่ เมิ่งกูเพียงแค่ยกเสี่ยวเล่ย นางกำนัลคนสนิทของตนเองให้เป็นชายาของต้วนอวี้ โดยให้เหตุผลว่า เดิมทีซวีจู๋เคยรับปากกับต้วนเจิ้งฉุน ว่าจะช่วยขอองค์หญิงให้กับต้วนอวี้ที่ราชสำนักซีซย่า แต่กลับกลายเป็นว่าซวีจู๋กลับได้แต่งเข้ามาเป็นราชบุตรเขยเสียเอง ทำให้รู้สึกผิดติดค้าง จึงชดเชยให้เช่นนี้
เท่านั้นไม่พอ
เมิ่งกูยังยกสี่สาว ‘เหมยเจี้ยน หลานเจี้ยน จู๋เจียน และจวี๋เจี้ยน’ ผู้ซึ่ง ‘เริ่มแก่ขึ้นทีละนิด และอย่างไรสักวันหนึ่งก็ต้องมีสามี’ ให้กับต้วนอวี้อีกด้วย!
ในฉบับของสำนักพิมพ์ซานเหลียนไม่เคยมีฉากนี้มาก่อน
‘หากเขาชอบความน่ารักงดงามของพวกเจ้า ก็ยกให้เป็นพระสนมทั้งสี่ แต่ถ้าเขารำคาญความแก่นแก้วของพวกเจ้า ก็จับยัดเข้าคุกทั้งสี่คน ขังไว้สักสิบเจ็ดสิบแปดปีค่อยปล่อย!’
ต้วนอวี้ขึ้นชื่อว่ามีโชคเรื่องสาวๆ อยู่แล้ว
แต่ปัญหาคือ เขาก็มีสาวงามอยู่เต็มไปหมดแล้ว และไม่ได้อยากมีสนมเพิ่มอีก แน่นอนว่าเขาไม่มีทางจับสี่สาวนั้นไปขังในคุกอย่างที่ว่า สุดท้ายเขาก็แต่งตั้งพวกนางเป็นองค์หญิง หรือพูดให้เข้าใจง่ายสักหน่อยก็คือให้มาเป็นน้องสาวของตัวเองนั่นแหละ
ในฉบับแก้ไขใหม่ ตอนจบมีอีกฉากหนึ่งที่สะกิดใจ
ต้วนอวี้หันไปเห็นซวีจู๋นั่งห่อเหี่ยวอย่างเงียบงัน เอ่ยถามว่าเหตุใดถึงไม่ร่าเริงเอาเสียเลย
ซวีจู๋ตอบว่า ที่ไม่สบายใจก็เพราะจากนี้ไป จะไม่ได้เป็นสมณะอีกต่อไปแล้ว
เป็นเพราะเหตุผลนี้จริงหรือ?
จริงแค่ไหน ก็แล้วแต่ผู้อ่านจะตีความเอง
เอาเป็นว่า ฉบับใหม่หรือฉบับซานเหลียนดีกว่ากัน หลินเยวียนเองก็ยังไม่กล้าฟันธง เพราะแต่ละคนย่อมมีรสนิยมต่างกัน
ระบบในตัวเขาก็ไม่ได้สั่งให้เลือกข้างใดข้างหนึ่ง
ในเมื่อไม่มีคำตอบที่ตายตัว หลินเยวียนจึงตั้งใจจะผสมผสานข้อดีจากหลายฉบับเข้าด้วยกัน เก็บฉากที่คิดว่าดีไว้ ตัดฉากที่คิดว่าไม่จำเป็นทิ้ง โดยยึดฉบับของสำนักพิมพ์ซานเหลียนเป็นโครงเรื่องหลัก แต่ก็หยิบฉากที่ดีจากฉบับใหม่มาเสริมบ้างในบางจุด เพราะถึงอย่างไร ฉบับแก้ไขใหม่ก็มีของดีอยู่ไม่น้อย
ในวงการนักเขียนมีคำกล่าวที่ว่า
ผลงาน เมื่อเผยแพร่สู่สาธารณะแล้ว ก็ไม่ใช่ของผู้เขียนอีกต่อไป
กิมย้งเองใช้เวลาหลายปี แก้ไขผลงานของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่สุดท้ายก็ยังทำให้ทุกคนพอใจไม่ได้ แล้วหลินเยวียนจะไปคาดหวังอะไรมากกว่านั้นได้เล่า?
…………………………………………………

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...