เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1179

ตอนที่ 1179 เตรียมเผยแพร่ (1)

แปะๆๆ

แกร็กๆๆ

เสียงแป้นพิมพ์ดังก้องอยู่ในห้องอย่างต่อเนื่อง

นี่คือวันที่สิบหลังจากฉู่ขวงประกาศข่าวเกี่ยวกับนิยายใหม่ต่อสาธารณะ

สิบวันที่ผ่านมา หลินเยวียนแทบไม่ออกจากบ้าน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องโผล่หน้าไปที่บริษัทเลย เขาเอาแต่นั่งปักหลักเขียนนิยายอยู่ที่บ้าน

วันหนึ่งเขียนไม่ต่ำกว่าห้าหมื่นตัวอักษร

ราวกับเป็นลาในคอกที่ถูกใช้ลากเกวียนทั้งวันทั้งคืนโดยไม่หยุดพัก

ตอนนี้นิยายก็เขียนไปถึงประมาณหนึ่งในสามแล้ว หรืออาจจะมากกว่านั้น

ถ้าไม่ต้องมานั่งตัดสินใจว่าจะใช้เนื้อหาจากเวอร์ชันไหน เขาก็คงจะเขียนได้เร็วขึ้นไปอีก

อันที่จริง หลินเยวียนยังมีไม้ตายที่โหดกว่านี้อยู่ คือแลกซื้อยาชูกำลังมาจากระบบ ทว่าของพรรค์นี้ย่อมมีผลข้างเคียง เช่น การอดนอนซึ่งต้องนอนชดใช้คืนในภายหลัง

ดังนั้นถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เขาก็ไม่คิดจะใช้หรอก

แถมไอเท็มนี้ก็ไม่ได้ฟรีสักหน่อย…

นอกจากเขียนหนังสือแล้ว หลินเยวียนก็ยังติดต่อกับซุนเย่าหั่วเป็นระยะ

เพราะซุนเย่าหั่วแจ้งว่า นิทรรศการภาพวาดของอิ่งจือกำลังจะถูกจัดขึ้นตามกำหนด

หลินเยวียนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าใกล้จะหมดปีแล้ว

พวกเขาเคยตกลงกันไว้ว่า นิทรรศการของอิ่งจือจะจัดในช่วงปลายปีนี้พอดี

อีกด้านหนึ่ง

ผู้อ่านจำนวนมากจากเว่ยโจวและจงโจวก็ทยอยอ่านมังกรหยกไตรภาคจบกันแล้ว

ช่วงแรกยังไม่มีปัญหาอะไร เพราะมังกรหยกนับเป็นเล่มที่ยอดเยี่ยมที่สุดในทั้งสามเล่ม

ผู้อ่านหน้าใหม่ต่างพากันชื่นชมอย่างไม่ขาดปาก

ใครจะคิดว่า เมื่ออ่านถึงศึกเทพอภินิหารจ้าวอินทรี บรรยากาศของเรื่องก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

หลายคนที่เพิ่งชมฉู่ขวงไปหยกๆ ก็หันมาก่นด่าแบบจัดเต็มในทันที

กลับกลายเป็นว่าผู้อ่านจากอีกหกทวีปที่เหลืออย่างฉิน ฉี ฉู่ เยี่ยน หาน และจ้าวที่เคยผ่านจุดนี้มาแล้ว ต่างก็รู้สึกสะใจแบบแปลกๆ อยู่บ้าง

เพราะตอนนี้ผู้อ่านจากเว่ยโจวและจงโจวกำลังได้ลิ้มรสความเจ็บปวดระดับที่สลักลึกลงกลางใจ ซึ่งพวกเขาเคยผ่านมาแล้วนั่นเอง

จนกระทั่งทุกคนอ่านถึงดาบมังกรหยก เสียงก่นด่าจากเว่ยโจวและจงโจวถึงค่อยๆ ซาลง แม้ว่าผู้อ่านหลายคนจะยังไม่ปลื้มตัวเอกในภาคสามอย่างเตียบ่อกี้ก็ตามที

‘สุดท้ายก็ยังชอบมังกรหยกที่สุดอยู่ดี’

‘มังกรหยกนี่สุดยอดจริงๆ ไม่เคยคิดเลยว่านิยายกำลังภายในจะสร้างพล็อตได้ยิ่งใหญ่ขนาดนี้!’

‘ศึกเทพอภินิหารจ้าวอินทรีถึงจะดราม่าหนักไปหน่อย แต่ภาพรวมก็ยังดีอยู่ แค่ในแง่ของสเกลเรื่องยังเทียบกับเล่มแรกไม่ได้เลยจริงๆ ’

‘พอถึงดาบมังกรหยกก็กลายเป็นแนวนิยายที่เน้นความสะใจซะมากกว่า’

‘ใช่เลย ชีวิตของเตียบ่อกี้นี่เว่อร์จัดๆ ’

‘ตอนที่อ่านมังกรหยกไตรภาค ฉันตกใจไปหลายรอบเลย ไม่อยากเชื่อว่าคนที่เขียนนิยายกำลังภายในพวกนี้ กับคนที่เขียนแฮร์รี่ พอตเตอร์จะเป็นคนคนเดียวกัน ทั้งแนวเรื่อง สไตล์การเขียน ไปจนถึงบรรยากาศของเรื่องก็ต่างกันสุดขั้วเลย!’

‘เห็นด้วย’

‘ต้องอ่านนิยายเก่าของเจ้าแก่ฉู่ขวงก่อน ถึงจะเข้าใจว่าทำไมเขาถึงติดอันดับสูงขนาดนั้น จินตนาการของเขานี่ไปได้สุดจริงๆ !’

‘เดี๋ยวไปตามอ่านบันทึกการเดินทางสู่ประจิมทิศของเขาต่อเลย’

‘ดูเหมือนว่าบันทึกการเดินทางสู่ประจิมทิศจะเป็นผลงานระดับตำนานที่สุดของเจ้าแก่ฉู่ขวงเลยนะ จากที่อ่านในเว็บสารานุกรม ทั้งยอดขายและอิทธิพลนี่ชนะมังกรหยกไตรภาคขาดลอย’

‘จู่ๆ ก็รู้สึกตื่นเต้นกับนิยายกำลังภายในเล่มใหม่ของฉู่ขวงขึ้นมาเลย!’

‘พวกคุณมาช้าไปนะ ตั้งแต่เดือนมิถุนาที่แฮร์รี่ พอตเตอร์เพิ่งจบ ผมก็รีบไปตามอ่านมังกรหยกไตรภาคของฉู่ขวงทันทีเลย พอตอนดูเรื่องคนเล็กหมัดเทวดาในโรง แล้วได้ยินว่าชื่อของป้ากับลุงเจ้าของตึกคือเอี้ยก้วยกับเซียวเหล่งนึ่ง คนดูฝั่งจงโจวไม่มีใครเข้าใจมุกเลยสักคน มีแต่ผมที่หัวเราะจนหายใจแทบไม่ทันอย่างกับคนหนักเป็นร้อยโล อ้อ ผมก็หนักสามร้อยโลจริงๆ น่ะแหละ!’

‘ฮ่าๆ เห็นภาพเลย!’

‘ถ้าอ่านมังกรหยกไตรภาคมาก่อนแล้วไปดูคนเล็กหมัดเทวดา จะเข้าใจมุกในเรื่องมากขึ้นแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องชื่อวิชาทั้งหลายนั่นน่ะ”

เว่ยโจว

จงโจว

ผู้อ่านนับไม่ถ้วนต่างพูดถึงฉู่ขวง พูดถึงมังกรหยกไตรภาค พูดถึงนิยายเล่มใหม่ของเขา

และในจังหวะที่กระแสการพูดคุยกำลังพุ่งถึงจุดนั้นเอง

ทวีปอื่นอย่าง ฉิน ฉี ฉู่ เยี่ยน หาน และจ้าว ก็พากันเข้าร่วมวงสนทนาอันคึกคักนี้ด้วย!

โดนไล่ล่าจนตกเหว แล้วก็เจอคัมภีร์ลับวิชายุทธ์เข้าพอดี

พล็อตแบบนี้ช่างง่ายดายและโฉ่งฉ่างเสียจนผมเริ่มตั้งคำถามกับชีวิตตัวเองแล้ว

มีแค่มังกรหยกเท่านั้นแหละ ที่สมบูรณ์แบบจริงๆ สำหรับผม

จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่ คือผู้เสียสละเพื่อชาติและราษฎร ในระดับโครงเรื่องนั้นเปี่ยมอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่ลึกซึ้ง และในระดับรายละเอียด ก็มีการสร้างตัวละครที่ลุ่มลึกชัดเจน เมื่อเทียบกันแล้ว นิยายกำลังภายในทุกเล่มบนบลูสตาร์ก็ดูตระหนี่ขึ้นมาถนัดตา

อย่างไรก็ดี…

ทั้งที่มังกรหยกเป็นเล่มแรก เหตุใดกลับกลายเป็นว่าได้รับการคำวิจารณ์ดีที่สุดในบรรดาไตรภาคกันเล่า?

ผมคิดว่าเพราะการประดิษฐ์ประดอยที่หนักขึ้น สองเล่มหลังของมังกรหยกไตรภาคนั้นดูจงใจมุ่งหาความตื่นเต้นและเร้าใจมากเกินไป วรยุทธ์ก็ยิ่งซับซ้อนหวือหวาแบบที่ดูแล้วรู้ได้ทันทีว่าเขียนมาเพื่อเรียกความสนใจจากผู้อ่าน ส่วนโครงเรื่อง ในเล่มที่สามนั้น โครงเรื่องแนวชายหนึ่งคนหญิงหลายคนที่แสนจะซ้ำซาก ก็ยิ่งทำให้ผมต้องขมวดคิ้ว

แต่เมื่อมาขบคิดอีกที ผมก็รู้สึกว่าตัวเองอาจคาดหวังสูงเกินไป

ต่อให้ผมจะวิจารณ์เล่มหลังสองเล่มอย่างไร ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในแง่คุณภาพ นิยายชุดนี้ก็ยังอยู่เหนือกว่านิยายกำลังภายในเล่มอื่นๆ บนบลูสตาร์อยู่ดี

ประเด็นคือ ตอนนี้ฉู่ขวงกำลังจะเขียนนิยายกำลังภายในเล่มใหม่ อ้างอิงจากมาตรฐานในสองเล่มหลังของมังกรหยกไตรภาค เขาจะสู้หลู่หยาง ที่เพิ่งหวนคืนวงการมาเขียนใหม่ได้จริงๆ หรือ?

ผมไม่ใช่แฟนคลับของหลู่หยาง

ตรงกันข้ามเลย ผมชอบฉู่ขวงมากกว่าอีก

ผมแค่อยากให้ทุกคนเข้าใจตรงกันว่า นิยายกำลังภายในสามเล่มของฉู่ขวงนั้น พัฒนาการถดถอยลงเรื่อยๆ จะเรียกว่ายิ่งเขียนยิ่งอ่อนก็ไม่เกินจริง แต่เรื่องนี้จะโทษเขาคงไม่ได้

เพราะนับตั้งแต่ฉู่ขวงเขียนมังกรหยกออกมา เขาก็ได้ไปยืนอยู่บนยอดเขาแห่งวงการนิยายกำลังภายในเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

หลังจากนั้นที่เขียนต่อมา ก็มีเพียงทางลงจากยอดเขาทั้งนั้น

มังกรหยกคือผลงานสมบูรณ์แบบซึ่งไม่มีใครก้าวข้ามได้!

สิ่งที่ทำให้ผมแปลกใจก็คือ ทำไมฉู่ขวงถึงเลือกเขียนนิยายเล่มใหม่เป็นแนวกำลังภายในอีกเล่า?

จากที่ผมรู้ เขาถนัดการเขียนหลากหลายแนว อีกทั้งยังมีไอเดียแปลกใหม่คาดไม่ถึงอีกมาก

ในเมื่อเขาเคยยืนอยู่บนจุดสูงสุดของวงการนิยายกำลังภายใน และก็เคยเห็นวิวทิวทัศน์ของยอดเขานั้นครบถ้วนแล้ว ไฉนไม่ลองเปลี่ยนเส้นทางดูบ้างเล่า ลองไปปีนเขาลูกอื่นดูจะไม่ดีกว่าหรือ เพราะถ้าหากเขายังเขียนแนวเดิม ด้วยมาตรฐานจากสองเล่มหลังของมังกรหยกไตรภาค ก็คงเป็นเรื่องยากยิ่งที่จะต่อกรกับหลู่หยางในช่วงพีคของเขาได้ เว้นเสียแต่ว่า เขาจะงอกปีกออกมา แล้วโบยบินจากยอดเขากำลังภายในขึ้นไปสู่ฟากฟ้า

แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็คงไม่ใช่แนวกำลังภายในอีกต่อไปแล้ว

และเรื่องเหนือจริงแบบนั้น คงเป็นไปไม่ได้หรอก’

…………………………………………………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน