ตอนที่ 1288 รัสเซลล์ (1)
ไม่ว่าซิมโฟนีของเซี่ยนอวี๋จะออกมาน่าทึ่งเพียงใดก็ตาม ชาวบลูสตาร์ที่กำลังตั้งตารอคอยกันอย่างใจจดใจจ่อ ต่างก็ยกมันขึ้นมาเป็นหัวข้อสนทนาที่ร้อนแรงที่สุดในตอนนี้ และถูกหยิบยกมาพูดถึงซ้ำแล้วซ้ำ
บางทีคงมีเพียงในโลกอุดมคติที่สงบสุขไร้ความวุ่นวายเช่นนี้เท่านั้น ดนตรีจึงจะสามารถมีคุณค่าและอิทธิพลได้มากถึงเพียงนี้
ทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนี้ หลินเยวียนก็อดไม่ได้ที่จะสงสัยว่า
อีกฟากหนึ่งของจักรวาล ดาวเคราะห์สีน้ำเงินอีกใบที่คล้ายกัน ตอนนี้เป็นอย่างไรกันบ้างนะ
แต่เมื่อรู้ดีว่าตนเองอาจไม่มีวันได้คำตอบ เขาก็ไม่ได้คิดวนเวียนถึงเรื่องนี้อีกถึงอย่างไรมนุษย์ล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน
เป็นเช่นนั้น
ในวันรุ่งขึ้น
หลินเยวียนก็มาถึงโถงทองคำตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อพบกับเว่ยซูจิ้ง วาทยกรของค่ำคืนนี้
ชายวัยกลางคนผู้มีผมขาวแซมสองข้าง วันนี้ดูเปี่ยมชีวิตชีวาเป็นพิเศษ แววตาที่เคยขุ่นมัวยังส่องประกายเจิดจ้า
“ทุกคนพร้อมแล้ว…ผมเองก็พร้อมเหมือนกัน”
“อืม”
หลินเยวียนคลี่ยิ้มบาง
ทักษะการอำนวยเพลงของหลินเยวียนในตอนนี้ ยังไม่ถึงขั้นที่จะสามารถถ่ายทอดพลังอันยิ่งใหญ่ของซิมโฟนีโชคชะตาออกมาได้อย่างเต็มที่
แม้แต่เครื่องดนตรีที่เขาถนัดที่สุดอย่างเปียโน ก็ไม่มีบทบาทใดๆ ในบทเพลงนี้
ดังนั้น ในฐานะผู้ประพันธ์เพลง หลินเยวียนจึงไม่จำเป็นต้องร่วมแสดงบนเวที
เขาอดไม่ได้ที่จะพูดออกมาว่า
“เมื่อไหร่ที่ผมมีฝีมือในการอำนวยเพลงถึงระดับเดียวกับอาจารย์ ผมจะต้องขอควบคุมซิมโฟนีโชคชะตาด้วยตัวเองสักครั้ง”
เว่ยซูจิ้งไม่ได้มีท่าทีประหลาดใจเลยสักนิด เพราะเขามั่นใจว่า ไม่มีวาทยกรคนใดในบลูสตาร์ ที่จะสามารถต้านทานแรงปรารถนาในการควบคุมบทเพลง ซิมโฟนีโชคชะตา ได้เลย
“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมได้ควบคุมการแสดงซิมโฟนีทั้งใหญ่ทั้งเล็กมานับไม่ถ้วน”
“หอแสดงดนตรีระดับบลูสตาร์ทั้งห้าแห่ง ผมไปมาแล้วมากกว่าหนึ่งครั้ง และได้ฝากผลงานไว้มากมาย”
“แต่ถ้าพูดถึงบทเพลงที่ผมยังคงย้อนกลับมานึกถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้จนถึงวันนี้ ทั้งชีวิตนี้มีไม่มากเลย เรียกได้ว่านับนิ้วได้ด้วยซ้ำ และการที่ผมได้มาพบกับ ซิมโฟนีโชคชะตาในบั้นปลายชีวิต นับเป็นโชคอันยิ่งใหญ่ของผมแล้ว”
“พ่อหนุ่มน้อย”
“ไม่ว่าจะสำหรับวงการดนตรีบลูสตาร์ หรือสำหรับตัวผมเอง คุณก็คือของขวัญจากสวรรค์”
เว่ยซูจิ้งเอ่ยชมบทเพลงซิมโฟนีเพลงนี้ด้วยความชื่นชมอันไม่สิ้นสุด
หากเขาเกิดอยู่ในดาวและยุคเดียวกับเบโทเฟิน บางทีทั้งคู่คงกลายเป็นมิตรที่ดีต่อกันไปแล้ว
เว่ยซูจิ้งหยุดไปชั่วขณะ
ก่อนหัวเราะเบาๆ พลางกล่าวว่า “วันนี้มือถือผมแทบไม่หยุดดังเลย ราวกับว่าทั้งบลูสตาร์เพิ่งจะพร้อมใจกันสนใจซิมโฟนีโชคชะตาของเราขึ้นมาในชั่วข้ามคืน!”
“ผมก็เหมือนกันครับ”
ตั้งแต่เมื่อคืน โทรศัพท์ของหลินเยวียนก็ดังไม่หยุด ทุกสายล้วนมุ่งมาที่เรื่องซิมโฟนีทั้งนั้น
บางคนโทรมาแค่ขอบัตร เพราะตอนนี้บัตรของโถงทองคำหายากเหลือเกิน แต่บางคนกลับอยากจะ ‘ทำความรู้จักอย่างใกล้ชิด’ กับเขา ซึ่งคำว่าใกล้ชิดนั้นก็มีอยู่หลายระดับ
บางคนแค่หวังจะ ‘ผูกมิตร’ ด้วยจิตใจแบบแฟนคลับทั่วไป ส่วนที่เหลือต้องการมากกว่านั้นเกินไปสักหน่อย ทั้งสาวรุ่นเยาว์และสาวมีอายุ ต่างส่งข้อความมาขอนัดคุยเรื่องศิลปะกันเป็นการส่วนตัว…
ประธานกรรมการผู้ทำหน้าที่เป็นคนกลางหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์
“ตอนนี้นะ แค่คุณขยับนิ้วเรียกเบาๆ เหล่าคุณหนูที่เกิดมาพร้อมช้อนทองก็พร้อมจะบุกน้ำลุยไฟเพื่อให้ได้เข้าใกล้คุณแล้ว พวกเรามักพูดกันว่าทายาทมหาเศรษฐีเหล่านั้นคือเจ้าชายในยุคปัจจุบัน แต่พอเทียบกับศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของบลูสตาอย่างคุณแล้ว ต่อให้เป็นเจ้าชายคนไหนก็ต้องรู้สึกกระดากอายทั้งนั้น แถมดูเหมือนว่าคุณยังไม่รู้ตัวอีกว่า เสน่ห์ของคุณน่ะเหลือร้ายแรงขนาดที่ว่า บางเจ้าชายเองก็เริ่มแอบปิ๊งคุณอยู่เหมือนกันนะ”
ตอนนั้นหลินเยวียนพลันรู้สึกหนาววาบขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว จนหลักจากนั้นเขาถึงขั้นที่รู้สึกไม่สบายใจกับคำว่า ‘ผูกมิตร’ ขึ้นมา
อย่างไรก็ตาม ห้านาทีต่อมา โทรศัพท์จากลูกศิษย์ตัวน้อยอย่างหลี่ลี่จื่อกลับมีเนื้อหาที่น่าสนใจกว่ามาก
“อาจารย์คะ มีพี่สาวคนหนึ่งที่เก่งมากเลย เธอบอกว่าสนใจในตัวอาจารย์ค่ะ”
“อืม”
“เธอบอกว่ารู้จักอาจารย์ด้วยนะคะ”
“ใครล่ะ?”
“ฉันไม่บอกชื่อหรอก เธอบอกว่าเคยซ่อมรถให้อาจารย์ครั้งหนึ่ง แล้วถึงได้รู้ทีหลังว่าอาจารย์ก็คือเซี่ยนอวี๋”
“อืม”
หลินเยวียนพยายามนึกอยู่นานก็ยังนึกไม่ออกว่าเป็นใคร แต่ก็ชัดเจนว่านั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรนัก
ทางฝั่งหลี่ลี่จื่อเองก็แอบสังเกตปฏิกิริยาของอาจารย์อย่างเงียบๆ
เมื่อเห็นว่าหลินเยวียนยังคงมีท่าทีเรียบเฉยตามปกติ หลี่ลี่จื่อกลับรู้สึกดีใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“มีคนชอบอาจารย์ของฉันเยอะเลย โดยเฉพาะหลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา บรรดาคุณหนูที่เมื่อก่อนยังไม่อยากคบหากับฉัน ตอนนี้พากันนัดฉันไปจิบชากันใหญ่เลย”
“แล้วทำไมเมื่อก่อนคนกลุ่มนั้นไม่อยากเล่นกับเธอล่ะ”
หลินเยวียนไม่ได้สนใจนักเรื่องที่มีคนมาชอบตัวเอง เรื่องแบบนี้เขาเจอมาจนชินแล้ว แต่สิ่งที่เขาใส่ใจกลับเป็นความรู้สึกของลูกศิษย์มากกว่า
“คงเพราะผู้ใหญ่ในบ้านของพวกเธอไม่ชอบคุณพ่อของฉันมั้งคะ?”
หลี่ลี่จื่อคาดเดา เสียงหัวเราะของเธอฟังดูแปลกพิลึก
“เอาเป็นว่าตอนนี้คนรุ่นเดียวกับฉันในกลุ่ม หลายคนเริ่มออกมาเถียงผู้ใหญ่ในบ้านกันแล้ว บอกว่าเรื่องบาดหมางของรุ่นเก่าไม่ควรเอามาพาดพิงถึงคนรุ่นหลัง ฉันกับคุณพ่อเลยต้องขอบคุณอาจารย์จริงๆ ค่ะ ฉันว่าคุณพ่อคงไม่นึกไม่ถึงว่าสุดท้ายสิ่งที่ช่วยเขาไว้ได้ จะกลายเป็นพฤติกรรมติ่งดาราที่เขาเคยเกลียดมากที่สุดนี่แหละ”
เรื่องนี้ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ
ถึงความบาดหมางระหว่างประธานกรรมการกับบรรดาตระกูลเศรษฐีแห่งจงโจวจะยังไม่คลี่คลายไปง่ายๆ ทว่าความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้คือทายาทของตระกูลเหล่านั้นต่างหลงใหลในตัวเซี่ยนอวี๋จนถอนตัวไม่ขึ้น หนำซ้ำเซี่ยนอวี๋ยังเป็นคนของหลี่ซ่งหวา และยังเป็นอาจารย์ของหลี่ลี่จื่ออีกด้วย
“อืม”
หลินเยวียนพอจะเข้าใจความซับซ้อนเหล่านี้อยู่บ้าง และลึกๆ ก็รู้สึกพึงใจไม่น้อยที่อิทธิพลของตนเองกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...