ตอนที่ 1289 ฟังเพลงนี้เข้าใจ ถึงจะเข้าใจเซี่ยนอวี๋ (1)
บนเวที
วงออร์เคสตราได้ขึ้นประจำที่เรียบร้อยแล้ว
ทั้งขลุ่ยยาว โอโบ ทรอมโบน ทรัมเป็ต กลองทิมปานี ไปจนถึงไวโอลิน ฯลฯ
จากเครื่องเป่าลมไม้ถึงเครื่องเป่าทองเหลือง จากกลุ่มเครื่องกระทบถึงกลุ่มสาย ทุกคนพร้อมเต็มที่
และบนแท่นสูงหน้าเวที
เว่ยซูจิ้งถือไม้บาตองไว้แน่น แต่งกายเรียบกริบ สีหน้าจริงจังจนเห็นได้ชัด
ด้านล่างเวที
เสียงพูดคุยแผ่วเบาและการซุบซิบทั้งหมดพลันเงียบลงในทันที
ท่ามกลางสายตานับไม่ถ้วนที่จับจ้องอยู่ เว่ยซูจิ้งสะบัดไม้บาตองขึ้นอย่างมั่นคงและทรงพลัง
“ตึ๊ง ตึ๊ง ตึ๊ง ตึ่ง!”
ซิมโฟนีโชคชะตาอันเลื่องชื่อ ได้บรรเลงขึ้นเป็นครั้งแรกต่อสาธารณชนบนบลูสตาร์!
มืดมน!
เย็นชา!
ทรงพลัง!
เสียงโน้ตอันทรงพลังสี่จังหวะดังต่อเนื่อง กอปรกับพลังของทักษะเสียงสัมผัสใจ ราวกับเป็นเสียงเคาะประตูของโชคชะตา ก้องสะท้านไปทั่วโถงทองคำ!
เพียงชั่วพริบตาเดียว
ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างหน้าเปลี่ยนสี!
จังหวะที่สองดังตามมาทันที ก็ยังคงดังกึกก้องเช่นเดิม ท่วงทำนองของเครื่องสายและคลาริเน็ตที่บรรเลงพร้อมกันทำให้ทุกคนถึงกับเผลอเกร็งตามไปโดยไม่รู้ตัว
บทเพลงเข้าสู่ท่อนแรก!
ทำนองหลักปรากฏด้วยเสียงแผ่วเบา และตามด้วยความเร่งเร้า ราวกับเป็นเสียงสะท้อนก้องที่หลงเหลือจากเสียงดังกัมปนาทนั้น หรือไม่ก็คล้ายกับเงาของของโชคชะตาที่เริ่มแผ่ขยายไปทุกหนแห่ง
บางคนขนลุกซู่
บางคนรู้สึกเหมือนหนังศีรษะชาแปลบ
บรรยากาศอันเข้มข้นและเคร่งเครียดแผ่ขยาบไปทั่วทั้งฮอลล์ ความทุกข์ระทมและอับโชคทั้งหลายของชีวิต ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านตัวโน้ตในบทเพลงนี้ ถาโถมเข้าสู่หัวใจของผู้ชมทุกคน ทว่าท่ามกลางความสิ้นหวังนั้น ลับมีบางช่วงที่แทรกด้วยความสุขและความปลื้มปีติจากความสำเร็จอยู่เป็นระยะ ความเจ็บปวดจากความพ่ายแพ้กับแสงสว่างจากความหวังจึงพันเกี่ยวกันแน่น ราวกับว่าบทเพลงกำลังใช้วิธีนี้ย้ำเตือนทุกคนว่า
นี่แหละคือโชคชะตากรรม
และชะตากรรมย่อมไม่อาจคาดเดาได้
…
บนแท่นวาทยากร
เว่ยซูจิ้งสะบัดไม้บาตองเฉือนผ่านอากาศ เขารู้สึกราวกับเห็นภาพของสมรภูมิอันดุเดือดและโหดร้ายฉายอยู่ตรงหน้า โน้ตทุกตัว ทุกท่วงทำนอง ล้วนฟาดฟันกันกลางแสงคมดาบอย่างเลือดเย็น!
ไม้บาตองในมือเขาเปรียบดั่งมีดคม!
ความรู้สึกอันรุนแรงนี้ทำให้โลหิตในกายเว่ยซูจิ้งพลุ่งพล่าน เขาทุ่มเทหมดหัวใจ ราวกับว่านี่ไม่ใช่การอำนวยวงออร์เคสตรา แต่เป็นการบัญชาการกองทัพ ในห้วงสำนึกของเขามีเพียงความเชื่อมั่นแน่วแน่และเรียบง่ายเพียงหนึ่งเดียว
ฉันจะต้องเอาชนะโชคชะตาให้ได้!
เมื่อความคิดนั้นผุดขึ้นมา เสียงบรรเลงของวงออร์เคสตราก็ค่อยๆ ทวีความหนักแน่นขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางเสียงประสานที่ดังกระหึ่ม ราวกับเทพแห่งโชคชะตาเองก็เริ่มประหวั่นพรั่นพรึง แล้วจึงส่งคำท้าทายกลับมาอีกครั้ง พยายามจะช่วงชิงอำนาจในการควบคุมทุกสิ่งคืนมา!
ไม้บาตองถูกยกขึ้นอีกครั้ง
แสงไฟบนเวทีฉาบเป็นฉากหลังอันงดงามที่สุด
คอร์ดอันทรงพลังสองชุดดังขึ้น ตัดเสียงประสานกึกก้อง ท่ามกลางความเงียบงันชั่วขณะ เสียงอันก้องกังวานก็ดังมาจากหมู่เฟรนช์ฮอร์น
จากนั้น
ทำนองหลักที่สองอันอ่อนโยนเริ่มเผยตัวออกมา อบอุ่น สงบ และเต็มไปด้วยความปรารถนาอันเรียบง่ายที่จะได้พักใจอย่างสงบสุข
ขณะเดียวกันนั้นเอง
ทำนองแห่งโชคชะตาที่แอบซ่อนอยู่ในหมู่เสียงต่ำยิ่งดื้อรั้นและแน่วแน่ขึ้นเรื่อยๆ รอจังหวะจะช่วงชิงอาณาเขตคืนมา
อย่างไรก็ตาม ท่วงทำนองหนึ่งอันทรงพลังและมั่นคงก็พลันถาโถมเข้ามาอย่างไม่อาจต้านทาน กลืนกินมันไปจนสิ้น ท่วงทำนองที่บรรเลงตามมากกลับประหนึ่งกลายเป็นการดิ้นรนของโชคชะตาก็มิปาน
บทเพลงในท่อนแรกจบลงแล้ว
ร่างกายผู้ชมแทบทุกเปียกชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อเย็น
ธีมหลักของท่อนแรกคือการไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา อันที่จริงเนื้อหาทั้งหมดของซิมโฟนีโชคชะตาล้วนหมุนรอบแนวคิดนี้ หากถ้าพูดแบบที่ชาวบ้านทั่วไปเข้าใจได้ง่ายก็คือ
ชีวิตข้าขึ้นอยู่กับตัวข้า หาใช่ฟ้าลิขิต
ตอนต้นของเพลงคือเสียงโชคชะตาที่กำลังเคาะประตู แต่ตอนจบกลับกลายเป็นการเผชิญหน้าอย่างไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา!
ที่จริงแล้วคงไม่มีใครชอบคำว่าปล่อยให้เป็นไปตามฟ้าลิขิตหรอก แต่น่าเสียดายที่ไม่ใช่ทุกคนจะมีหัวใจอันมุ่งมั่นและเข้มแข็งพอจะต่อสู้กับโชคร้ายได้ทุกเมื่อ แม้ต้องเผชิญความขัดแย้งอันรุนแรงเพียงใด ก็ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว
เมื่อผู้ชมย้อนนึกถึงท่อนแรกของซิมโฟนีโชคชะตา พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเรื่องราวของ ‘เซี่ยนอวี๋’
ว่ากันว่าเขาเคยใฝ่ฝันอยากเป็นนักร้อง แต่กลับได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้าย จะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน เสียงร้องที่เคยเป็นพรสวรรค์ก็ถูกทำลายลง ทว่าความพ่ายแพ้นั้นก็ยังไม่อาจทำให้เขายอมจำนนต่อโชคชะตาได้ ในเมื่อไม่สามารถร้องเพลงได้อีก เขาจึงหันไปเขียนเพลงให้คนอื่นร้องแทน เส้นทางของนักประพันธ์เพลงจึงกลายเป็นทางเลือกที่เขาเดินต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ…
แทบทุกคนรู้เรื่องราวเหล่านี้เกี่ยวกับเซี่ยนอวี๋แทบไม่มีใครไม่รู้
อัจฉริยะที่ต้องเผชิญชะตากรรมโหดร้าย ยิ่งทำให้ชีวิตของเขาดูเหนือมนุษย์ขึ้นไปอีก
ทุกคนต่างเชื่อเหมือนกันว่าบางทีความอัจฉริยะของเซี่ยนอวี๋นั้น ส่วนหนึ่งย่อมมาจากโชคชะตาอันโหดร้ายที่เขาฝ่าฟันมา
‘ยอมตาย แต่ไม่ยอมก้มหัวให้โชคชะตา เขาจึงเอาชนะโชคชะตาได้
ซิมโฟนีโชคชะตาเพลงนี้ ต้องสร้างสรรค์จากประสบการณ์เหล่านั้นแน่ๆ !”
ไม่มีใครเอ่ยคำพูดใดออกมา
การบรรเลงยังไม่จบลง
ทว่าท่ามกลางความเงียบที่แผ่คลุมทั่วทั้งห้อง ผู้คนกลับเข้าใจตรงกันโดยไม่ต้องเอ่ยเสียง ราวกับผู้คนในที่นั้นได้บรรลุฉันทามติทางจิตวิญญาณโดยปริยาย
ทั่วทั้งโถงทองคำกลับอบอวลด้วยความเข้าใจร่วมกันอย่างไร้คำพูด
ผู้คนเพียงสบตากัน ก็รู้โดยสัญชาตญาณว่า
นี่แหละ คือคำอธิบายเดียวที่เป็นไปได้
…
รัสเซลล์ลุกพรวดขึ้นจากที่นั่งทันทีเมื่อเสียงท่อนแรกของซิมโฟนีจบลง
พรึบ!
เลือดในกายเขาพลุ่งพล่าน หัวใจที่กำลังพองโตเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นข้างหนึ่งฉุดลาก ข้ามผ่านการผันเปลี่ยนของกาลเวลาและพายุแห่งชีวิตไปสู่ป่าอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ทะยานขึ้น และยังคงทะยานสูงขึ้นอีก!


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...