เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1294

ตอนที่ 1294-2 อันดับใหม่รอการตัดสิน (2)

นั่นมันมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของบลูสตาร์เชียวนะ ทำไมคุณพูดถึงเขาเหมือนเป็นแค่คนที่เดินผ่านไปผ่านมาเลยล่ะ?

เอาเถอะ

นี่แหละสไตล์ของหลินเยวียนจริงๆ

แต่ถ้าเมื่อคืนซุนเย่าหั่วพาหลินเยวียนไปร่วมงานเลี้ยง แล้วหวังลั่วก็อยู่ที่นั่นด้วย แสดงความร่วมมือของสองคนนั้นจะเกี่ยวข้องกับหัวหน้าของเขาเองไหมนะ?

ดูจากท่าทีของหลินเยวียนแล้วก็คงไม่ใช่

“เมื่อคืนคุณกับหวังลั่วได้คุยอะไรกันบ้างไหมครับ?”

“จำไม่ได้แล้ว”

พักหลังนี้หลินเยวียนต้องเจอเรื่องแบบนี้บ่อยมาก

คนข้างนอกมักหาทางนัดกินข้าวกับเขาผ่านคนรู้จักรอบตัวเขาเสมอ

พูดว่าจำไม่ได้จะไม่ง่ายเกินไปหน่อยหรือ?

จินมู่ยกมือขึ้นคลึงขมับ ไม่รู้ควรจะพูดดีไหมว่าหัวหน้าของเขานี่ช่างเก่งกาจเกินคน หรือจะบอกว่า…

หืม?

ขณะจินมู่กำลังคิดเช่นนั้น

จู่ๆ ก็มีข่าวด่วนเด้งขึ้นมาบนแท็บเล็ตอีกครั้ง

[หวังลั่วเชิญเซี่ยนอวี๋ร่วมรับประทานอาหารค่ำเมื่อคืนนี้ และวันนี้ได้โพสต์ภาพถ่ายคู่กันอย่างเป็นกันเองลงบนโมเมนต์!]

ใต้ข่าวมีภาพหน้าจอโพสต์จากโซเชียลมีเดียของหวังลั่วแนบมาด้วยในภาพนั้นเห็นได้ชัดว่าเป็นรูปคู่ของหวังลั่วกับเซี่ยนอวี๋หวังลั่วดูเหมือนจะดื่มสุราไปเล็กน้อย แก้มแดงด้วยความท่าทางตื่นเต้นสุดขีด ยืนถ่ายรูปคู่กับเซี่ยนอวี๋ พร้อมโพสท่าชูสองนิ้ว ซึ่งเป็นท่าทางที่ไม่ค่อยเข้ากับภาพลักษณ์ของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งนัก

ส่วนเซี่ยนอวี๋ก็เผยรอยยิ้มที่เป็นไปตามความคาดหวังของสังคม

‘ขอแนะนำให้ทุกคนรู้จัก นี่คือศิลปินที่ผมชอบที่สุด’

ไม่รู้ว่าใครเป็นคนปล่อยโพสต์ในโมเมนต์ส่วนตัวของหวังลั่วออกมา แต่ดูจากภาพแล้ว ชัดเจนว่านี่ไม่ใช่ภาพตัดต่อแน่นอน

“แฟนคลับงั้นหรือ…”

จินมู่มองไปทางหลินเยวียนอย่างอดไม่ได้

บางทีหลินเยวียนเองก็คงไม่รู้เลยว่า บรรดางานเลี้ยงที่เขาถูกลากไปอย่างงงๆ ในช่วงไม่กี่วันมานี้ แท้จริงแล้วได้ช่วยปัดเป่าอุปสรรคให้เขาได้มากแค่ไหน

และหลินเยวียนก็ยิ่งไม่รู้

แม้แต่จินมู่เองก็ไม่รู้แน่ชัด แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือ

ในบรรดางานเลี้ยงที่ทำให้หลินเยวียนเหนื่อยหน่ายนั้น น่ากลัวว่าจะมีแขกหลายคนที่มีอิทธิพลระดับเดียวกับหวังลั่วเลยทีเดียว

เพียงแต่หลินเยวียนไม่สนใจเท่านั้นเอง

เขาไม่เคยเลือกคบคนจากเปลือกนอกอยู่แล้ว

คล้ายกับว่าเป็นการยืนยันสิ่งที่จินมู่เพิ่งคิดไว้ เพราะทันใดนั้น หลินเยวียนก็ได้รับสายจากซุนเย่าหั่ว

เสียงของซุนเย่าหั่วดังเสียงจนจินมู่ที่อยู่ข้างๆ ยังได้ยินอย่างชัดเจน“ฉันได้จับมือร่วมงานเชิงกลยุทธ์กับมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของบลูสตาร์ อย่างหวังลั่วแล้ว ตอนนี้ธุรกิจหลายอย่างในเครือของฉันจะได้ร่วมมือกับเขา โดยเฉพาะบริษัทเยวียนหั่วเกม ที่ฉันกับนายร่วมกันก่อตั้ง เหล่าหวังถึงขั้นอยากลงทุนร่วมพัฒนาเกมใหม่กับเราด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะนายช่วยออกหน้าพาไปเจอเมื่อคืน เขาคงไม่หันมามองฉันด้วยซ้ำแต่ไม่ต้องห่วงนะ จากนี้ไปเราจะยิ่งทำเงินได้มากกว่าเดิมแน่นอน!สักวันหนึ่ง เอาให้มากกว่าหวังลั่วไปเลย พอถึงตอนนั้น พวกเราจะได้เป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งแทนเขาเลย!”

หลินเยวียนยิ้มออกมา

ดูท่าว่าสิ่งที่จินมู่พูดไว้คงไม่ผิด

และความคิดของเขาเองก็ถูกต้องเช่นกัน

งานเลี้ยงเหล่านั้น อย่างน้อยก็มีเหตุผลให้ไปอยู่เหมือนกัน

ได้ช่วยซุนเย่าหั่วแบบนี้ หลินเยวียนก็รู้สึกดีใจอยู่ไม่น้อยบางทีพอมีเวลาว่างเมื่อไหร่ ก็คงได้ทำเกมใหม่สักเกมดูอีกสักรอบ

เช่น ลีกออฟเลเจนด์?

หรือ เวิลด์ออฟวอร์คราฟต์

หรืออาจเป็น เกนชินอิมแพ็ก ไซเบอร์พังก์ 2077 ไปจนถึงเอลเดนริง

ตั้งแต่งานเลี้ยง งานสังสรรค์ และปาร์ตี้ต่างๆ ไม่ว่าจะไปที่ไหน หลินเยวียนก็มักถูกหญิงสาวรุมล้อมอยู่เสมอ บ้างก็อายุน้อยกว่า บ้างก็รุ่นราวคราวเดียวกัน หรือแม้แต่อายุมากกว่าเขาก็มีทั้งนั้น นี่แหละคือชีวิตประจำวันของเขาหลังจากจบการแสดงคอนเสิร์ตในเดือนธันวาคม

ชีวิตแบบนี้ดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ 25 ธันวาคม

เทศกาลฤดูใบไม้ผลิใกล้เข้ามาแล้ว

แต่หลินเยวียนยังไม่เห็นวี่แววของการอัปเดตอันดับในสาขาดนตรี แต่เขากลับได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง

เป็นสายจากหยางจงหมิง

“อีกสามวัน คอนเสิร์ตของผมก็จะจัดที่โถงทองคำเหมือนกัน พรุ่งนี้แวะมาที่บริษัทมารับบัตรนะ”

“อาจารย์ก็จะจัดคอนเสิร์ตด้วยหรือครับ?”

“อืม กำหนดวันไว้ตั้งแต่ครึ่งปีก่อนแล้ว พอดีตามหลังของคุณเลย”

“งั้นช่วยเก็บบัตรไว้ให้ผมหลายๆ ใบหน่อยนะครับ ครอบครัวผมก็ชอบผลงานของอาจารย์มากเหมือนกัน”

“ได้สิ”

หยางจงหมิงเป็นคนตรงไปตรงมา

หลินเยวียนอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้

เพราะหยางจงหมิงคือหนึ่งในนักดนตรีระดับแนวหน้าของบลูสตาร์

ทุกคนต่างรู้จักสองยักษ์ใหญ่แห่งวงการดนตรีอย่างเบโทเฟินและโมซาร์ท แต่แน่นอนว่าชูแบร์ท ก็เป็นชื่อที่คุ้นหูใครหลายคนเช่นกัน

ฟรันทซ์ ชูแบร์ท คีตกวีแนวโรแมนติกชาวออสเตรีย อัจฉริยะผู้จากโลกนี้ไปเร็วจนน่าเสียดาย

ชีวิตของเขาสั้นเหลือเกิน สั้นเพียง 31 ปี แต่กลับสร้างสรรค์ผลงานไว้มากมายถึงกว่า 500 เพลง ว่ากันว่าช่วงที่แรงบันดาลใจพลุ่งพล่านที่สุด เขาเคยแต่งเพลงได้ถึง แปดเพลงต่อวัน ความเร็วระดับนั้นทำให้ผู้คนต่างตกตะลึงดังนั้นเขาจึงได้รับฉายาว่า ‘นักประพันธ์เพลงที่รวดเร็วที่สุดในโลก’

หากเขาไม่จากไปก่อนวัยอันควร ความสำเร็จทางดนตรีของชูแบร์ทคงไปได้ไกลกว่านี้อีกมาก

เพราะเขายังมีอีกฉายาหนึ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น

ราชาแห่งเพลงเซเรเนด!

ถึงแม้เซเรเนด กับราตรีบรรเลงจะฟังคล้ายคลึงกัน ทว่าแท้จริงแล้วทั้งสองเป็นรูปแบบดนตรีที่แตกต่างกัน

ทั้งสองรูปแบบมีจุดร่วมคือความไพเราะน่าฟัง และมักเป็นเพลงบรรเลงแนวสงบ แต่สไตล์กลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตาม ชูแบร์ทกับชอแป็งกลับมีบางสิ่งที่คล้ายกัน

เมื่อพูดถึงเพลงราตรีบรรเลง คนส่วนใหญ่ย่อมนึกถึงชอแป็งเป็นคนแรก แน่นอนว่าส่วนหนึ่งก็ต้องขอบคุณโจวเจี๋ยหลุนที่ทำให้คำนี้แพร่หลายขึ้นด้วย

แต่เมื่อพูดถึงเพลงเซเรเนดแล้วละก็ คนที่ผู้คนจะนึกถึงก่อนใคร ย่อมต้องเป็นชูแบร์ทอย่างไม่ต้องสงสัย…

ยังมีไฮเดิน…

ยังมีโมซาร์ท…

เอาเถอะ

ตำแหน่งราชาแห่งเซเรเนดของชูแบร์ทก็ถือว่าสามศักดิ์ศรีมากทีเดียว

ที่สำคัญที่สุดคือ เพลงเซเรเนดของชูแบร์ทนั้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการบรรเลงร่วมกันระหว่างเปียโนและไวโอลิน

ไวโอลินเป็นตัวเอกของเวที ส่วนเปียโนเป็นฝ่ายสนับสนุน

อย่างไรก็ดี คอนเสิร์ตนี้เป็นของหยางจงหมิง

หลินเยวียนจึงเต็มใจที่จะเป็นเพียงใบไม้ประดับที่คอยขับให้หยางจงหมิงโดดเด่นขึ้น

ทว่าคำพูดของหยางจงหมิงกลับทำให้หลินเยวียนเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา…

ดูเหมือนโถงทองคำจะคุยง่ายกว่าที่คิด ตอนหลินเยวียนเต้นบนเวที พวกเขายังไม่ว่าอะไรเลย นั่นก็หมายความว่าการแสดงดนตรีไม่จำเป็นต้องยึดติดกับรูปแบบตายตัวอีกต่อไปถ้าอย่างนั้นครั้งต่อไป เขาอาจจะออกแบบช่วงพิเศษแบบเดียวกันก็ได้ เช่น ดึงราชวงศ์ปลาขึ้นมาแจมบนเวทีด้วยกันสักเพลงอะไรทำนองนั้น…

แน่นอนว่าต้องเป็นช่วงอองคอร์

เพราะการแสดงอองคอร์เน้นความบันเทิง และปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมอยู่แล้ว ขอแค่ทำให้ทุกคนสนุกก็พอ

หลินเยวียนคิดอยู่ในใจเงียบๆ

แต่สิ่งที่หลินเเยวียนไม่รู้เลยก็คือ

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง บรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องของสมาคมวรรณศิลป์ กำลังถกเถียงกันอย่างดุเดือด เกี่ยวกับอันดับของเขาในสาขาดนตรี

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน