ตอนที่ 1297 เหลืออีกเพียงก้าวเดียว (1)
หลินเยวียนสาวเท้าเดินไปอย่างว่องไว พรมแดงยาวนับร้อยเมตรเปิดโอกาสให้บรรดานักข่าวกดชัตเตอร์กันอย่างจุใจ
แขกชายคนอื่นยังพาคู่ควงมาด้วยบ้าง แต่หลินเยวียนไม่ได้สนใจเรื่องพรรค์นั้น
ไม่นาน
ก็เดินเข้าสู่โถงทองคำ
หลินเยวียนถูกนำทางไปยังห้องรับรองหมายเลข 202ครอบครัวที่มาด้วยมีทั้งแม่ พี่สาว และน้องสาว
เมื่อทุกคนนั่งลงในห้องพักที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแม่ที่ดูออกจะประหม่าเล็กน้อยก็อดถามเสียงเบาไม่ได้ว่า
“พวกเราจะทำให้ลูกโดนจับได้หรือเปล่า?”
“ไม่เป็นไรครับ”
หลินเยวียนตอบ
ต่อให้คนภายนอกจะเห็นครอบครัวเขา ก็ไม่มีปัญหาอะไร
ถึงอย่างไรครอบครัวเขาไม่ใช่คนของสาธารณะ
แถมคนทั่วไปก็เข้าห้องรับรองระดับนี้ ไม่ได้อยู่แล้ว
หลังปลอบใจทุกคนเรียบร้อย หลินเยวียนก็ลุกไปหลังเวที เพื่อพบกับหยางจงหมิง ซึ่งกำลังเตรียมตัวขึ้นแสดงเปิดงานอยู่ในตอนนั้น
“พร้อมไหม?”
หยางจงหมิงหยิบไวโอลินขึ้นมา
หลินเยวียนพยักหน้า ทั้งคู่ต่างก็เชี่ยวชาญในเครื่องดนตรีของตนเองอยู่แล้วนอกจากนั้นทั้งสองก็ยังใช้เวลาฝึกซ้อมกันไม่น้อย เพื่อการแสดงเปิดงานในครั้งนี้
“งั้นผมขึ้นไปก่อนนะ”
หยางจงหมิงตบไหล่หลินเยวียนเบาๆ ก่อนก้าวขึ้นเวที
เสียงปรบมือจากผู้ชมด้านล่างเวทีดังลั่นในทันที
เมื่อเสียงเริ่มสงบลงเล็กน้อย หยางจงหมิงก็พูดขึ้นว่า
“บทเพลงแรกของคืนนี้ชื่อว่าเซเรเนด เพลงนี้แต่งโดยรุ่นน้องคนหนึ่งที่ผมชื่นชมมาก และวันนี้เขาจะขึ้นมาร่วมบรรเลงกับผมบนเวทีด้วย”
ทันทีที่คำพูดนั้นจบลง หลินเยวียนก็เดินขึ้นเวที
ข่าวว่าเซียนอวี๋จะร่วมเปิดงานกับหยางจงหมิงนั้นไม่ได้มีการโปรโมตออกไปล่วงหน้าแม้แต่น้อย
ดังนั้น
เมื่อเห็นพ่อเพลงผู้ทรงอิทธิพลทั้งสองแห่งวงการดนตรีบลูสตาร์หลินเยวียนและหยางจงหมิงขึ้นแสดงบนเวทีเดียวกัน อารมณ์ของผู้ชมก็พลันพลุ่งพล่านในทันที!
“บัตรนี่คุ้มเกินคุ้มไปแล้ว!”
“มาคอนเสิร์ตหยางจงหมิง แต่ได้ดูเซียนอวี๋ด้วย!?”
“ฮ่าๆๆ ฉันเพิ่งดูคอนเสิร์ตของเขาจบไปไม่นานเองนะ!”
“สองคนนี้จะแสดงร่วมกันหรือ!?”
“ฉันชอบทั้งคู่เลย!”
“เธอชอบซะคนเดียวที่ไหน คนที่มาที่นี่ ส่วนใหญ่ชอบหยางจงหมิงอยู่แล้วแล้วชอบเซียนอวี๋ด้วย นี่เป็นเรื่องปกติจะตายไป”
“การแสดงครั้งนี้ระดับหายากมาก!”
“ฉากประวัติศาสตร์แบบนี้ อนาคตอาจไม่มีให้เห็นอีกแล้ว!”
ท่ามกลางความตื่นตะลึงครั้งใหญ่
เสียงปรบมือยิ่งดังสนั่นขึ้นไปอีก!
พ่อเพลงคนอื่น ๆ ต่างก็มีสีหน้าตกใจไม่น้อย
ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าความสัมพันธ์ของสองคนนี้ดีมาก หยางจงหมิงเคยออกหน้าสนับสนุนเซียนอวี๋หลายครั้ง แต่สนิทกันถึงขั้น พารุ่นน้องคนสนิทขึ้นมาร่วมแสดงเปิดคอนเสิร์ตของตนเอง ก็ยังนับว่าเหนือความคาดหมายของใครหลายคนอยู่ดี
ส่วนเจิ้งจิง และเพื่อนสนิทคนอื่นๆ เมื่อได้เห็นภาพนี้ ก็คลี่ยิ้มออกมาราวกับไม่แปลกใจกับเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย
…
บรรยากาศในงานค่อยๆ สงบลง
หลินเยวียนสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะนั่งลงหน้าคีย์เปียโน
เขาและหยางจงหมิงสบตากันเพียงแวบเดียว จากนั้นหลินเยวียนก็กดคีย์เปียโนอย่างเบามือ
เสียงทำนองที่ไหลรินดุจสายน้ำเอื่อยๆ ดังขึ้น
เพลง ‘เซเรเนด’ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นบทเพลงว่าด้วยความรัก
แต่เมื่ออยู่ในมือของหลินเยวียน มันกลับไม่อ้อยอิ่งหรือหวานเอียนจนเกินพอดี จังหวะหนักเบานั้นเฉียบคมขึ้นขณะที่ความอ่อนโยนที่ควรมีก็ยังคงอยู่ครบถ้วน
ราวกับเป็นการระบายความในใจอย่างหนึ่ง
ท่ามกลางเสียงกีตาร์คลาสสิกที่คอยนำและประคองบรรยากาศนั้น หยางจงหมิงก็ลากคันชัก ให้เสียงไวโอลินเข้าประสานในบทเพลง
มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมา คล้ายกับกำลังลิ้มรสทิ้งท้ายที่ยังหอมกรุ่น โดยไม่ได้แสดงท่าทางตะลึงงันมากนัก
เมื่อกวาดตามองดูเหล่าผู้คนที่ยังคงตะลึงงัน
หญิงวัยกลางคนผู้สง่างามและมีท่าทีสุขุมคนหนึ่งก็ยิ้มบาง ก่อนจะเอ่ยว่า
“ตอนนี้พวกคุณเชื่อฉันหรือยัง ผลงานของเซี่ยนอวี๋ ต้องได้ฟังสด ถึงจะประเมินระดับของเขาได้อย่างเป็นธรรม”
“บ้าไปแล้ว”
“ฟังสดกับฟังผ่านคอมนี่ คุณภาพต่างกันลิบลับเลย!”
“ทั้งที่พวกเราใช้เครื่องเสียงที่ดีที่สุดแล้วแท้ๆ ก็ยังไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกที่ได้จากการฟังสดได้เลย รู้สึกเหมือนร่างทั้งร่างถูกโอบล้อมด้วยเสียงดนตรี แล้วจมหายเข้าไปในดินแดนใต้อาณัติของดนตรี”
“ความรู้สึกแบบนี้ เหมือนตัวฉันกำลังว่ายน้ำอยู่ในมหาสมุทรแห่งโน้ตดนตรีเลย”
“ถ้าจะต้องตัดสินอันดับใหม่ของเซี่ยนอวี๋บทเพลงนี้เหมาะที่สุดที่จะใช้เป็นตัวชี้วัด”
“ดีมาก”
หญิงวัยกลางคนผู้สง่างามยกยิ้มที่มุมปาก “ฉันคิดว่าทุกคนคงได้คำตอบกันแล้ว เราจะประกาศอันดับสุดท้ายก่อนสิ้นเดือนนะ”
“ครับ/ค่ะ”
กลุ่มคนจากสมาคมวรรณศิลป์ต่างพยักหน้า ก่อนจะเงียบลงแล้วหันกลับไปตั้งใจชมคอนเสิร์ตต่อ
เพราะด้วยเหตุผลบางอย่าง คอนเสิร์ตของหยางจงหมิงในวันนี้ ทำเอาหลายฝ่ายจับตามองเป็นพิเศษ ไม่อย่างนั้นสมาคมวรรณศิลป์คงไม่ยกขบวนกันมาถึงขนาดนี้
ส่วนบนเวทีหลินเยวียนซึ่งเพิ่งบรรเลงดนตรีจบ ก็โค้งทำความเคารพ ก่อนจะลงเวทีไป เขาไม่ได้พูดเกินจำเป็น และรู้หน้าที่ในฐานะแขกรับเชิญดี
หยางจงหมิงลงมาพร้อมเขา เพื่อเตรียมรายการถัดไป
ระหว่างที่กำลังจะกลับหลังเวทีไปยังห้องรับรองนั้นเอง หยางจงหมิงก็หันมาพูดกับหลินเยวียนว่า
“ทำได้ดีมาก”
หลินเยวียนได้ยินก็ผุดยิ้ม
หยางจงหมิงพูดขึ้นเหมือนไม่ได้ตั้งใจว่า “ดูเหมือนวันนี้สมาคมวรรณศิลป์จะมากันไม่น้อยเลยนะ…”
หลินเยวียนยิ้มอีกครั้ง
สามวินาทีผ่านไป หลินเยวียนก็เหมือนจะตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่าง เขานิ่งอึ้งพลางมองหยางจงหมิง
“คราวนี้พวกเขาคงได้เห็นพลังของการแสดงสดของคุณแล้วละ”
ระหว่างที่พูดนั้น หยางจงหมิงเองก็เผยรอยยิ้มที่ไม่ได้พบเห็นได้บ่อยนัก แล้วตบไหล่หลินเยวียนอีกครั้ง “แต่จากนี้ไป ความสนใจของพวกเขาควรจะกลับมาที่ผมแล้ว”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...