เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1297

ตอนที่ 1297-2 เหลืออีกเพียงก้าวเดียว (2)

หลินเยวียนนึกไม่ถึงเลยว่า การที่หยางจงหมิงเชิญเขามาแสดงเปิดคอนเสิร์ตเดี่ยวของตัวเองนั้น แท้จริงแล้วคือการสร้างโอกาสให้เขาเฉิดฉายต่อหน้าเจ้าหน้าที่สมาคมวรรณศิลป์

จะไม่พูดถึงว่าหลินเยวียนต้องการโอกาสแบบนี้ไหม

แต่ความตั้งใจที่จะส่งเสริมเขาในครั้งนี้ ล้วนมาจากความจริงใจของผู้ใหญ่คนหนึ่ง

มิน่าล่ะ ทำไมวันนั้นอาจารย์หยางจงหมิงถึงโทรมาชวนเขาเล่นเปิดงานด้วยกันอย่างกะทันหัน

คงเพราะตอนนั้นหยางจงหมิงรู้แล้วว่าคนจากสมาคมวรรณศิลป์จะมาเข้าชมด้วย

คิดถึงตรงนี้ หลินเยวียนก็กลับไปยังห้องรับรอง

“เพราะมาก!”

“ยอดเยี่ยมสุดๆ !

“พี่เก่งมากเลย!”

ครอบครัวของเขาล้วนปลาบปลื้มใจ

ส่วนหลินเยวียน อยู่ ๆ ก็ผุดความคิดประหลาดขึ้นมา หรือว่าคราวหน้า ควรเจรจากับโถงทองคำดูสักหน่อย แล้วพาหนานจี้มาด้วย?

ก็เอาเถอะ

คิดออกทะเลไปไกลแล้ว

อย่างน้อย เขาก็ทำแบบนี้ไม่ได้ในคอนเสิร์ตของคนอื่น

แต่ถ้าเป็นคอนเสิร์ตของตัวเองเมื่อไหร่ อาจจะลองคุยกับโถงทองคำดูหน่อยก็ได้เผื่อพาเจ้าน่านจี้ไปนั่งในห้องรับรองได้

ระหว่างที่จิตใจเขาวิ่งเตลิด

การบรรเลงบทเพลงใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

ความรู้ทางดนตรีของหยางจงหมิงนั้นเป็นเลิศ เรียกได้ว่าเป็นคนเก่งที่สุดเท่าที่หลินเยวียนเคยพบมาในชีวิต

แม้เขาจะมีระบบอยู่ในมือ พร้อมทรัพยากรระดับโลกจากโลกเดิมคอยเกื้อหนุน แต่ก็ไม่เคยกล้าดูเบาอีกฝ่ายเลย

และความจริงก็พิสูจน์แล้วว่าความคิดของเขาถูกต้องทุกประการ

ต่อให้ไม่มีผลลัพธ์จากสูตรโกงอย่างทักษะเสียงสัมผัสใจอันโกงสุดชีวิตของหลินเยวียน

ดนตรีของหยางจงหมิง ยังคงมอบประสบการณ์ทางโสตทัศน์ที่ชวนตะลึงอย่างถึงที่สุด!

แต่ละเพลงคือผลงานระดับคลาสสิก

โดยเฉพาะผลงานสำหรับไวโอลิน ไพเราะจนลืมไม่ลงจริงๆ

ทว่าสิ่งที่ทำให้หลินเยวียนทึ่งที่สุด กลับเป็นซิมโฟนีที่หยางจงหมิงตั้งใจเก็บไว้เป็นชิ้นสุดท้ายของงาน!

ซิมโฟนีหมายเลขเก้า!

ตามชื่อเลย นี่คือซิมโฟนีหมายเลขเก้าในเส้นทางการประพันธ์เพลงของเขา

มีอีกชื่อว่า ‘ซิมโฟนีท้องนภา’!

แค่ท่อนแรก ก็ทำให้หลินเยวียนถึงกับแทบหยุดหายใจ!

และในวินาทีนั้น ถึงได้เข้าใจอย่างแจ่มชัดว่า

ทำไมหยางจงหมิงถึงได้เป็นพ่อเพลงชั้นครูซึ่งติดอันดับสามของวงการดนตรีบลูสตาร์

มนตร์สะกดของซิมโฟนีเพลงนี้ ทำให้หลินเยวียนมองเห็นเงาของเหล่าอัจฉริยะทางดนตรีจากโลกเดิมอยู่ในตัวของหยางจงหมิงอย่างชัดเจน!

ซิมโฟนีท้องนภาบทนี้ ไม่ได้ทำให้หลินเยวียนตะลึงเพียงคนเดียว

หลังจบท่อนที่หนึ่ง

ท่อนที่สองเริ่มขึ้น

สีหน้าของผู้ชมนั้นแทบนิ่งอึ้งไปพร้อมกัน

ครั้งสุดท้ายที่มีคนทำสีหน้าเช่นนี้ในโถงทองคำ ก็คือตอนที่ได้ฟังซิมโฟนีโชคชะตาของเซี่ยนอวี๋

“แข็งแกร่งมาก!”

“เก่งจัด!”

“นี่แหละพ่อเพลงหยาง!”

“ไม่แปลกใจพ่อเพลงอวี๋ยังต้องเรียกเขาว่าอาจารย์!”

“ทำฉันขนลุกไปหมด เพลงนี้สุดยอดจริงๆ !”

“ยอดเยี่ยม ยิ่งใหญ่ เกรียงไกร เพลงของพ่อเพลงหยางเปล่งประกายดั่งจอมราชัน!”

“ถึงจะอยู่ที่สามของสาขาดนตรี แต่วันนี้ผมรู้สึกเหมือนสัมผัสถึงความยิ่งใหญ่ของอันดับหนึ่งแห่งวงการดนตรีเลย!”

“ถ้าเทียบแค่ความยิ่งใหญ่ คงมีแค่ซิมโฟนีโชคชะตาของพ่อเพลงอวี๋เมื่อไม่นานมานี้ที่พอสู้ได้!”

“ท้องนภากับโชคชะตา ผลงานซิมโฟนีที่ทรงพลังที่สุดแห่งปีทั้งสองชิ้นได้ถือกำเนิดแล้ว!”

เมื่อเข้าสู่ท่อนที่สาม พ่อเพลงทั้งหลายก็เริ่มเบิกตากว้าง อ้าปากค้างกันเป็นแถว

ผ่านไปพักใหญ่

ท้ายที่สุดก็มีคนเริ่มพึมพำออกมาเบาๆ

“ทะลุขีดจำกัดแล้ว”

“ก้าวขึ้นไปอีกขั้นจริงๆ !”

“นี่คือผลงานที่ดีที่สุดของหยางจงหมิงในรอบหลายปี!”

“ยิ่งกว่าซิมโฟนีหมายเลขสามที่เขาเขียนตอนดวลกับฉินเจินอีก!”

“รัสเซลล์งานเข้าแล้ว”

“เหล่าหยางนี่คิดจะพุ่งขึ้นไปอันดับสองใช่ไหมเนี่ย”

“อบิเกลนี่สายตาเฉียบคมจริงนะ ทั้งชีวิตเลือกคู่แข่งไว้สองคน คนหนึ่งคือหยางจงหมิง อีกคนคือเซี่ยนอวี๋ ปรากฏว่าคนนึงเป็นปีศาจตัวพ่อ อีกคนก็ปีศาจตัวลูก”

“ปีศาจตัวลูก?”

“ถ้าเอาซิมโฟนีท้องนภามาเทียบกับซิมโฟนีโชคชะตา จะเห็นเลยว่า สองคนนี้คือปีศาจเต็มขั้นทั้งคู่!”

“ถ้าไม่ใช่เพราะการถือกำเนิดของซิมโฟนีท้องนภาละก็ ฉันแทบจะเชื่อแล้วว่าเซี่ยนอวี๋แซงอาจารย์ของเขาไปแล้วจริงๆ ”

“แต่ตอนนี้ ต่อให้ยังไม่แซง ทั้งคู่ก็อยู่ในระดับที่สูสีกันแล้วละ”

เมื่อท่อนที่สี่ดังขึ้น

ในห้องรับรองใหญ่บนชั้นสอง

เจ้าหน้าที่จากสมาคมวรรณศิลป์ต่างมองหน้ากันไปมา

“มิน่าล่ะ ทำไมอาจารย์หยางจงหมิงถึงพูดคุยเป็นการส่วนตัวว่าจะขึ้นไปชิงอันดับที่สูงขึ้น เพลงนี้มีศักยภาพมากพอจริงๆ !”

“พรสวรรค์ระดับนี้ ต่อให้เป็นฉินเจินก็คงรู้สึกกดดันแน่นอน”

“ในประวัติศาสตร์หลายยุคหลายสมัยที่ผ่านมา มีนักดนตรีอัจฉริยะอยู่มากมาย แต่ผลงานชิ้นเอกยิ่งใหญ่ได้ขนาดนี้มีอยู่แค่ไม่กี่ชิ้นเท่านั้น”

“วงการดนตรีในยุคนี้มีแต่คนเก่งๆ ”

เพราะฉะนั้น อันดับใหม่ในสาขาดนตรีจะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็กลายเป็นประเด็นที่ทุกคนจับตาดูเหมือนกันหมด

ขณะเดียวกัน ที่บ้าน

หลินเยวียนมีท่าทีสุขุม นั่งเขียนหนังสืออย่างเงียบสงบ บันทึกริมน้ำก็ค่อยๆ ก่อรูปเป็นรูปเป็นร่างขึ้นภายใต้ปลายปากกาของเขา

ในที่สุด

เทศกาลฤดูใบไม้ผลิก็มาถึง

คืนวันแรกของปีใหม่ หลินเยวียนนั่งแทะเมล็ดแตงที่ริมหน้าต่าง

ด้านข้าง

แม่กับพี่สาวก็นั่งคุยเรื่องสัพเพเหระ มือพลางกดรีเฟรชอันดับอย่างไม่ย่อท้อ

ต้าเหยาเหยากำลังลูบหัวหยางจี๋อยู่เงียบๆ ข้างๆ หลินเยวียน ก่อนจะหันมาถามด้วยความสงสัยว่า

“กังวลไหม?”

“กังวลอะไร?”

“ก็การอัปเดตอันดับสาขาดนตรีไง”

“ตื่นเต้นก็ไม่ช่วยให้ผลมันเปลี่ยนหรอก”

“พอพี่เข้ามหา’ลัยไปแล้ว พี่ไม่เหมือนเมื่อก่อนเลยนะ เมื่อก่อนพอเจอเรื่องแบบนี้ พี่ต้องกังวลสุดๆ แน่ๆ”

“แล้วแบบนี้คือดีขึ้น หรือแย่ลง?”

“อธิบายไม่ถูกแฮะ แต่ยังไงพี่ก็เป็นพี่ชายของต้าเหยาเหยาอยู่ดีนั่นแหละ”

“อื้ม”

“อัปเดตแล้ว อัปเดตแล้ว!!”

หลินเยวียนกำลังคุยกับต้าเหยาเหยาอย่างเพลิดเพลิน แม่กับพี่สาวก็ร้องกรี๊ดออกมาด้วยความตื่นเต้น

ต้าเหยาเหยาได้ยินดังนั้นก็หยิบมือถือขึ้นมาดู ทันใดนั้นก็ยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ แล้วจึงตั้งใจอ่านอันดับออกมาเสียงดังฟังชัด

“อันดับหนึ่ง ฉินเจิน”

“อันดับสอง เซี่ยนอวี๋!!!”

หลินเยวียนถึงได้หยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาดู

และเป็นดังว่า

ในการจัดอันดับสาขาดนตรี ชื่อของเซี่ยนอวี๋ไต่ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่สองแล้ว

ส่วนอันดับท่ีสามกลายเป็นหยางจงหมิง

พูดง่ายๆ คือ

หยางจงหมิงโค่นรัสเซลล์ได้

ขณะหลินเยวียนเล่นแซงทั้งรัสเซลล์และหยางจงหมิง แล้วทะยานขึ้นสู่อันดับสอง!

“ยินดีด้วยนะพี่ ดีใจไหม!”

“ดีใจสิ แต่แปลกใจมากกว่าอีก”

“แปลกใจ?”

“พี่นึกว่าตัวเองจะได้ที่สาม หรือไม่ก็ที่สี่”

แต่โผล่มาที่อันดับสองซะได้

นี่แหละพลังของคอนเสิร์ตสองรอบติดกัน กอปรกับซิมโฟนีโชคชะตา ที่ทุบโต๊ะปิดดีล ตอนนี้การจัดอันดับสาขาดนตรีก็เหมือนการจัดอันดับสาขาการเต้นรำของบลูสตาร์เหลืออีกเพียงก้าวเดียว หลินเยวียนก็จะขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในทันที!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน