ตอนที่ 1303 หลุมอุกกาบาตยักษ์ยุคก่อนประวัติศาสตร์
หลิงคงคือผู้บริหารหลักของจี๋เค่อปู้ลั่ว ถึงขั้นเคยเป็นทายาทของปู้ลั่วในอดีต เขาไม่ใช่อินฟลูเอนเซอร์ที่ต้องพึ่งฝีปากอันโผงผางรุนแรงเพื่อเรียกยอดวิว การที่บุคคลระดับนี้ออกมาตั้งคำถามต่อสาธารณะในเรื่องที่ไม่คาดคิดเช่นนี้ ย่อมทำให้ชักนำความคิดของชาวเน็ตไปสู่มุมที่ยิ่งขบคิดแล้วยิ่งน่าขนลุก
เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับฉู่ขวงเพียงคนเดียว
ขณะเดียวกันก็ยังลากเซี่ยนอวี๋และอิ่งจือให้ติดร่างแหเข้าไปด้วย
พูดได้เพียงว่า
ถ้าสิ่งที่หลิงคงพูดเป็นความจริง ไม่ใช่แค่ความน่าเกรงขามของอัจฉริยะอย่างฉู่ขวงจะพังทลายลง แต่เซี่ยนอวี๋และอิ่งจือก็ต้องถูกโจมตีอีกไม่น้อยเช่นเดียวกัน
จุดจบในลักษณะเดียวกับที่ภาพลักษณ์พังทลายลงจนไม่เหลือชิ้นดี!
เพราะที่ผ่านมา เซี่ยนอวี๋และอิ่งจือคือบุคคลสำคัญที่ยืนยันว่าฉู่ขวงมีตัวตนอยู่จริง พวกเขาเปรียบเสมือนเป็นคนที่ใช้ชื่อเสียงมาค้ำประกันต่อสาธารณชน เพื่อสร้างภาพจำว่าฉู่ขวงมีอยู่จริงมาโดยตลอด
แต่เห็นได้ชัดว่า
ฉู่ขวงในปัจจุบันนี้เปรียบดั่งต้นไม้ที่หยั่งรากลึก
อย่าว่าแต่หลิงคงเลย หรือแม้กระทั่งผู้บริหารระดับสูงสุดของจี๋เค่อปู้ลั่วออกมาตั้งข้อกังขาว่าเจ้าแก่ฉู่ขวง เป็นแค่ตัวละครที่ทีมงานของกลุ่มทุนสร้างขึ้นมา ก็ไม่มีทางทำให้ชาวเน็ตเปลี่ยนได้ในทันที
คนส่วนใหญ่ยังหัวเราะเยาะทฤษฎีด้วยซ้ำไป
‘เหลวไหลสิ้นดี’
‘จินตนาการล้ำเลิศเกินไปแล้ว’
‘พูดว่าเจ้าแก่ฉู่ขวงเป็นมนุษย์ต่างดาวยังน่าเชื่อกว่านี้อีก’
‘หลิงคงเป็นตัวแทนของกลุ่มทุนฝั่งจงโจว ตอนนี้กลุ่มทุนฝั่งจงโจวเล่นงานฉู่ขวงไม่ได้ เล่นงานเซี่ยนอวี๋ก็ไม่ได้ สุดท้ายก็เลยเลิกโจมตีผลงาน แล้วหันไปเล็งเป้าที่ตัวตนของเจ้าแก่ฉู่ขวงแทน ถ้าพ่อเพลงอวี๋ไม่ได้ออกสื่อมานานหลายปีขนาดนี้ ป่านนี้โดนตั้งคำถามว่ามีทีมงานดำเนินการอยู่เบื้องหลังใช่ไหมล่ะ? ถึงยังไงตามตรรกะของหลิงคงคือ คุณเป็นใคร ทำไมต้องเก่งขนาดนี้ด้วย?’
‘ขำจะแย่อยู่แล้ว’
‘ขอถามหน่อยเถอะ หนังสือของฉู่ขวงที่มีแต่ผลงานระดับมาสเตอร์พีซ จะมีนักเขียนระดับปรมาจารย์คนไหนใจกว้างขนาดยอมทุ่มเทอยู่เบื้องหลังเพื่อสร้างให้ฉู่ขวงมีชื่อเสียงแทน?’
‘เหลือเชื่อยิ่งกว่าคือ ตามคำพูดของหลิงคง เขาหมายความว่าปรมาจารย์ระดับนั้นมีเป็นโขยง’
‘ฮ่าๆๆๆๆ บนบลูสตาร์มีปรมาจารย์ระดับนั้นสักกี่คนเชียว พวกเขาจะยอมยกผลงานตัวเองไปให้ฉู่ขวงเซ็นชื่อแทนงั้นเหรอ?’
‘หรือจะบอกว่าปรมาจารย์เหล่านั้นไม่รู้ว่าผลงานตัวเองมีค่าขนาดไหน?’
‘ถ้าเจ้าแก่ฉู่ขวงสามารถหากลุ่มปรมาจารย์นิรนามที่ยินดีทำงานให้เขาแบบเต็มใจจริงๆ งั้นเสน่ห์ของเขาก็ต้องอยู่ในระดับที่ใครเทียบเทียมไม่ได้แล้วละ’
‘หลิงคงไปไกลๆ เลย!’
‘ล้อเล่นอะไรอยู่ คิดจะขุดรากถอนโคนเจ้าแก่ฉู่ขวงหรือ?’
‘หลิงคงอาจจะเข้าว่าที่เจ้าแก่ฉู่ขวงโดนด่าเยอะเพราะเขาไม่มีแฟนคลับหรือไง?’
หลิงคงโดนชาวเน็ตรุมถล่มในทันที
ไม่ใช่แค่แฟนคลับของฉู่ขวงที่รุมก่นด่า
แฟนคลับของเซี่ยนอวี๋และอิ่งจือก็เดือดดาลไม่แพ้กัน
เรื่องนี้ลุกลากไปถึงชื่อเสียงของทั้งเซี่ยนอวี๋และอิ่งจือโดยตรงและนั่นไปกระตุ้นความรู้สึกอันอ่อนไหวของผู้คนจำนวนมาก แน่ นอนว่าหลิงคงจึงตกเป็นเป้ากลางยิงของทุกคน ถึงขั้นถูกขับไล่และด่าทอราวกับหนูข้างถนน
ฟังดูสมเหตุสมผลจนน่าขนลุก
หลายคนก็เพิ่งตระหนักจากเหตุการณ์นี้ว่า สามสหายนี้ดูจะมีชะตาร่วมกัน รุ่งก็รุ่งพร้อมกัน ร่วงก็ร่วงพร้อมกัน
…
นี่คือครั้งแรกหลังจากการผนวกรวมบลูสตาร์ ที่มีคนคนหนึ่งต้องเผชิญกับแรงกดดันจากการรวมพลังของแฟนคลับทั้งสามฝ่ายพร้อมกัน เมื่อมองจากมุมนี้ หลิงคงก็นับว่าได้ว่าเป็นผู้กล้าหมายเลขของบลูสตาร์ได้อย่างสม ศักดิ์ศรี
ทว่าราคาที่หลิงคงต้องจ่ายนั้นหนักหนาสาหัสเกินรับไหว
เพราะนอกจากจะโจมตี ทั้งยังจงใจยิงไปโดนเซี่ยนอวี๋และอิ่งจือ จนตัวเขาเองก็โดมล้อมโจมตีอย่างหนักหน่วง
ผู้ที่บาดเจ็บหนักที่สุดกลับกลายเป็นจี๋เค่อปู้ลั่วเอง
ภายในเวลาสั้นๆ เพียงสามวัน หุ้นของจี๋เค่อปู้ลั่วก็ร่วงอย่างต่อเนื่องดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดในประวัติศาสตร์ สินทรัพย์ของผู้ถือหุ้นหดหายยับเยิน
ทั้งที่เดิมทีเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในบลูสตาร์ ทว่าตลอดสามวันที่ผ่านมา ผู้ใช้เก่าจำนวนมหาศาลพร้อมใจกันลบบัญชีทิ้ง แล้วหันไปใช้บล็อกแทน
สงครามระหว่างบล็อกและจี๋เค่อปู้ลั่วที่ยืดเยื้อมาหลายปี
กลับเกิดจุดเปลี่ยนอย่างกะทันหันเพราะเหตุการณ์นี้
ชาวเน็ตดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อคว่ำบาตรหลิงคงและจี๋เค่อปู้ลั่วเพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนสามสหาย ทั้งยังเป็นการตัดสินผลแพ้ชนะระหว่างแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่สองเจ้าอย่างเด็ดขาดในชั่วพริบตา
กล่าวอีกอย่างก็คือ
ความพยายามของหลิงคงในการโจมตีเพื่อโค่นล้มสามสหายด้วยบทความสั้น แต่ไม่เพียงไม่สามารถสร้างความเสียหายให้พวกเขาได้จริงๆ กลับกลายเป็นการกระทำที่เกือบจะทำลายตัวเอง แต่กลับพาจี๋เค่อปู้ลั่วพังยับเยินยกบริษัท และยังส่งให้คู่แข่งขึ้นสู่สถานะ เทพผู้เป็นอมตะไปอีกขั้น
ในชั่วขณะนี้ ทุกคนต่างตกตะลึงกับอิทธิพลของสามสหายอย่างแท้จริง!
‘ให้ตายเถอะ!’
‘แม้แต่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอันดับหนึ่งของบลูสตาร์ยังรับแรงกดดันไม่ไหว?’
‘ไม่รู้เลยว่าผู้ใช้ของแพลตฟอร์มนี้มีกี่คนที่เป็นแฟนคลับของสามสหาย’
‘ปกติแค่แฟนคลับแบนแพลตฟอร์มเพื่อศิลปินก็เห็นกันบ่อย แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่ผลกระทบจะหนักขนาดนี้เลย’
‘คงเป็นเพราะแฟนคลับศิลปินคนอื่นพลังไม่มากพอ?’
‘หลิงคงนี่เก่งเรื่องแทงข้างหลังจริงๆ !’
‘นักฆ่าเร้นเงา หลิงคง!’
‘ฮ่าๆๆๆๆๆๆ เอาเรื่องอยู่นะ’”
‘หลิงคงนี่ตัวซวยของแท้ หลอกเขียนแถลงการณ์สั้นๆ ทีเดียว ทำจี๋เค่อปู้ลั่วเจ๊งไปครึ่งนึง’
‘ใครบอกว่าเขาเป็นพวกเดียวกับจี๋เค่อกัน?’
‘ตอนนั้นจี๋เค่อซื้อกิจการของปู้ลั่วไป หลิงคงที่เป็นถึงทายาทของปู้ลั่วก็คงเก็บความแค้นไว้เต็มอก รอวันล้างแค้นอยู่นานแล้ว’
‘เฮงซวยจริง!’
‘หลิงคงนี่คือหลุมอุกกาบาตยักษ์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ใครยุ่งกับเขา คนนั้นถูกดึงให้ซวยไปด้วย!’
…
การเคลื่อนไหวของหลิงคงนั้นรวดเร็วและอุกอาจ เขาปล่อยบทความสั้นๆ ออกไปโดยที่เขาไม่ได้แจ้งใครล่วงหน้า
ยิงนัดเดียว ฟ้าแทบถล่ม!
ทั้งจี๋เค่อปู้ลั่วตกอยู่ในความโกลาหล!
ในคืนนั้นเอง ลูกชายของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดเบื้องหลังจี๋เค่อปู้ลั่วก็ทนไม่ไหว คุมอารมณ์ไม่อยู่ ซัดกำปั้นใส่ใบหน้าอันหล่อเหลาของหลิงคงอย่างแรง พร้อมกับคำรามลั่นอย่างโกรธเกรี้ยว
“นายบ้าไปแล้วหรือไง!”
“หวังจื่อ นายเชื่อฉันเถอะ!”หลิงคงไม่สนใจความแสบร้อนบนใบหน้า น้ำเสียงทั้งรีบร้อนทั้งหนักแน่น“ฉู่ขวงมีปัญหาแน่นอน ปัญหาใหญ่มากด้วย!”
“คนที่มีปัญหามากที่สุดคือนายต่างหาก!”
หวังจื่อคือบุตรชายของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของจี๋เค่อปู้ลั่ว และเป็นเพื่อนสนิทของหลิงคงมาหลายปี
ไม่อย่างนั้น หลังจากปู้ลั่วถูกจี๋เค่อปู้ลั่วเข้าซื้อกิจการ หลิงคงก็คงไม่มีทางได้ขึ้นเป็นผู้จัดการคนใหม่ของบริษัทได้หรอก
“ตั้งแต่วันแรกที่ปู้ลั่วปะทะกับอิ่งจือครั้งแรก นายก็เหมือนคนผีเข้า คอยหาเรื่องพวกเขาไม่เลิก นายก็เห็นอยู่ว่าตลอดหลายปีมานี้ พวกเขาทั้งสามคนสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเอื้อมไม่ถึง นายแม่งก็ยังไม่ยอมหยุดสักที ฉันเตือนนายไปกี่ครั้งแล้วว่า ตอนนี้พวกนั้นไม่ใช่คนที่นายจะไปแตะได้ ต่อให้เป็นฉันก็ยังหาเรื่องพวกเขาไม่ได้เลย ยุคนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว เราไม่มีทางเอาชนะพวกเขาได้ ยอมถอยออกมาเงียบๆ อยู่เฉยๆ ไม่ดีกว่าหรือ?”
หวังจื่อเอ่ยด้วยความโกรธระคนผิดหวัง
พูดง่ายๆ ก็คือ ศักยภาพและมูลค่าของฉู่ขวงสูงที่สุดในสามคนนี้
แล้วอย่าลืมว่าเขาเป็นนักเขียน
คนที่เลี้ยงปากเลี้ยงท้องด้วยปลายปากกา
ตั้งแต่โบราณมา นักเขียนคือคนที่ฆ่าคนได้ด้วยตัวอักษร”
แล้วนายใช้แค่บทความสั้นๆ โจมตีฉู่ขวง ก็ทำให้ทั้งจี๋เค่อปู้ลั่ววุ่นวายไปหมดแล้ว ยังไม่เข้าใจอีกหรือไง?
รู้ไหมว่าตอนนี้คนในบริษัทเขาพูดถึงนายว่ายังไง?
รู้ไหมว่าอดีตคนของนายในปู้ลั่วพูดถึงนายว่ายังไงกันบ้าง?
รองผู้จัดการของนายบอกว่า เป็นเพราะความดื้อรั้นของนายคนเดียว ที่ลากจี๋เค่อปู้ลั่วลงเหวไปด้วย
ลูกน้องเก่าของนายบอกว่า นายเป็นตัวซวย ตอนนั้นปู้ลั่วซวยก็เป็นนาย ตอนนี้ยังจะลากเจ้านายใหม่ให้ซวยตามไปอีก
ก่อนหน้านี้ ฉันยังคิดว่าพวกเขาพูดแรงเกินไป
แต่ตอนนี้ดูแล้ว นายมันเกินเยียวยาแล้วจริงๆ ว่ะเพื่อน
ไปเถอะ
ออกไปจากที่นี่!
ถ้านายยังอยู่ต่อ ฉันไม่เห็นด้วย ทุกแผนกในบริษัทก็ไม่เห็นด้วยบรรดาผู้ถือหุ้นยิ่งไม่เห็นด้วย!
ถ้านายยังอยู่ที่นี่ มีแต่จะทำให้โลกภายนอกคว่ำบาตรจี๋เค่อปู้ลั่วต่อไปเรื่อยๆ
อันที่จริง แค่การที่นายไม่ปรึกษาฉัน แล้วจู่ๆ ก็ไปเขียนบทความโจมตีฉู่ขวงก็ทำให้เราตกนรกกันทั้งบริษัทไปแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะมิตรภาพหลายปีของพวกเราวันนี้ฉันคงไม่ได้แค่ต่อยนายแค่หมัดเดียวหรอก!”
พูดถึงตรงนี้ สายตาของหวังจื่อก็พลันเย็นเยียบ
ต่อให้เป็นเพื่อนที่ดีแค่ไหน ก็ทนเรื่องแบบนี้ไม่ไหวหรอก ตอนนี้หวังจื่อรู้สึกว่าหลิงคงก็ไม่ต่างอะไรกับระเบิดเวลาลูกหนึ่ง ที่ผ่านมาเขาเคยให้หลิงคงมานั่งเก้าอี้ผู้จัดการของจี๋เค่อปู้ลั่ว นึกแล้วก็เจ็บใจชะมัด ตอนนั้นตนคงโดนลากระโดดเตะสมองมาจริงๆ
ทำปู้ลั่วพังไปแล้วครั้งหนึ่ง
ตอนนี้จะมาทำลายจี๋เค่ออีก
ครั้งเดียวก็พอแล้ว ยังต้องให้มีครั้งต่อไปอีกหรือ?
หลิงคงเปรียบเสมือนคนที่ฝังทั้งครอบครัวและเพื่อนฝูงด้วยน้ำมือตัวเอง
หวังจื่อมั่นใจว่า หลังจากเรื่องนี้ หลิงคงคงหมดโอกาสแก้ตัวแล้ว
พ่อของเขาจะไม่มีวันให้อภัย และภายนอกก็จะ และภายนอกก็จะไม่มีกลุ่มทุนใดกล้าทำงานกับเขาอีก
ความอาฆาตแค้นอย่างไม่เลิกราที่มีต่อสามคนนั้น เดิมทีก็สวนทางกับกระแสหลักของสังคมอยู่แล้ว
“นายก็ไม่เชื่อฉันเหมือนกันสินะ!”
สีหน้าของหลิงคงซีดเผือด มุมปากกระตุก ก่อนจะแย้มรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว
“คอยดูเถอะ คอยดู ฉันจะทำให้นายเห็นกับตาเอง ฉู่ขวงมีปัญหาแน่นอน สามสหายบ้าบออะไร ในนั้นต้องมีความลับสุดยอดซ่อนอยู่แน่ๆ ฉันจะขุดมันออกมาให้ได้ ถึงจะต้องกลายเป็นหมาจรจัดก็เถอะ หมาที่จนตรอกมันทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ ฉันก็จะกัดเอาเนื้อมันออกมาเป็นชิ้นๆ เลย!”
“ดี อาคง ฉันจะรอดู”
อารมณ์ของหวังจื่อกลับสงบลงอย่างฉับพลัน ในแววตามีทั้งความเวทนาและความคาดหวังอันเบาบาง
ความลับของฉู่ขวงคืออะไร?
การที่เขายืนกรานไม่เปิดเผยตัวตน อาจมีเรื่องราวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความลึกลับนี้จริงๆ ในเมื่อหลิงคงลากจี๋เค่อปู้ลั่วมาติดหล่มแล้ว หวังจื่อก็ไม่อยากตายอยู่บนซากปรักหักพังโดยไม่เข้าใจอะไรเลย
เขาต้องการคำตอบ
[1] คว้าตัวลูกเขยใต้ประกาศรายชื่อ ธรรมเนียมสมัยราชวงศ์ซ่ง เป็นการแย่งกันจับจองผู้สอบผ่านการสอบจอหงวนให้มาเป็นลูกเขยทันทีที่มีการประกาศผล เพื่อหวังผลประโยชน์ทางสังคมและอำนาจทางการเมือง เป็นสัญลักษณ์ของการใช้สถานะทางการศึกษาเพื่อแลกเปลี่ยนกับอำนาจและความมั่งคั่งของตระกูล

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...