เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1304

ตอนที่ 1304-2 หมาจนตรอก (2)

แท้จริงแล้วนางฟ้าผู้ซึ่งพรสวรรค์สะเทือนใต้หน้าคนนี้คือผลิตภัณฑ์จากสายพานการผลิตเบื้องหลังของสำนักพิมพ์ เบื้องหลังนักเขียนสาวคนนี้ มีนักเขียนฝีมือดีอยู่หลายคน ในนั้นมีถึงห้าคนที่เป็นชายฉกรรจ์อกสามศอก ตอนนั้นเพื่อนผมสบถด่าคนเหล่านี้ บอกว่าคนที่มีความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ได้ขนาดนี้ทำไมต้องไปเขียนแทนคนอื่นด้วย?

ตอนนั้นผมก็ยังไม่เข้าใจนัก

แต่หลายปีต่อมา หลังจากที่บลูสตาร์ผนวกรวม ฉู่ขวงโด่งดังไปทั่ว ฟังดูยิ่งใหญ่มาก นักเขียนลึกลับที่ไม่เคยเผยตัวผลิตงานเร็วราวกับแม่หมูคลอดลูก แถมสำนวนยังเขียนได้ทั้งเป็นหญิง เป็นชาย แข็งกร้าว อ่อนหวาน ดุดัน นุ่มนวล ครอบคลุมทุกแนวตลาดหนังสือคล้ายกับว่าไม่มีหัวข้อไหนที่เขาเขียนไม่ได้

ตอนนั้นเอง ผมก็เริ่มเข้าใจ

อาจเป็นเพราะทำแบบนี้นี่แหละถึงจะไปถึงจุดสูงสุดที่คนคนเดียวไม่มีทางเอื้อมถึง?

ตอนนี้ผมยิ่งสงสัยว่า ทีมงานที่อยู่เบื้องหลังฉู่ขวง ก็คือกลุ่มคนจากหานโจวในอดีตนั่นแหละ พวกเขาเชี่ยวชาญเรื่อง การทำงานเป็นทีม และการผลิตผลงานแบบสายพาน

ฉู่ขวงก็คือลิขสิทธิ์ใหม่

และตอนนี้ลิขสิทธิ์ตัวนี้ก็ประสบความสำเร็จในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน

และถึงแม้ฉู่ขวงตัวจริง อาจจะไม่ใช่ทั้งชายทั้งหญิงไม่ใช่ทั้งหยินทั้งหยาง ไม่ใช่ทั้งมนุษย์ทั้งผี…”

ยิ่งหลิงคงโดนด่าหนักเท่าไร ก็ยิ่งพิสูจน์ได้ว่า นามปากกาที่ชื่อว่าฉู่ขวง และทีมงานที่อยู่เบื้องหลังช่างชั่วร้ายมากเพียงใด

คนจำนวนมากพูดกันว่าฉู่ขวงใช้พรสวรรค์เอาชนะนายทุน

แต่หลายคนไม่รู้ว่า ตัวฉู่ขวงเองก็คือนายทุนเช่นกัน!

บางทีนี่อาจเป็นสาเหตุว่าทำไมทีมงานกลุ่มนั้นถึงสามารถรวบรวมนักเขียนคนอื่นๆ มาร่วมกันสร้างนามปากกาฉู่ขวงได้?

บางทีสิ่งที่ผมพูดอาจทำให้แฟนคลับของฉู่ขวงไม่พอใจ ไม่เป็นไร อ่านต่อไปเถอะ ข้างหลังยังมีอะไรหนักหน่วงกว่านี้อีก ถ้าอยากรู้ความจริง ก็อ่านต่อไปได้เลย

…”

ซ่งฟางได้กำเนินการการสืบค้นข้อมูลจริงๆ และมีคนช่วยเขาสืบค้นด้วยในบทความตอนต่อมา ซ่งฟางถึงขั้นวิเคราะห์ผลงานของฉู่ขวงอย่างละเอียด พยายามเปรียบเทียบให้ผู้อ่านเห็นว่า รูปแบบการเขียนของผลงานเหล่านี้แตกต่างกันเกินไป ไม่น่ามาจากคนคนเดียว

หลินเยวียนเกือบคิดว่าตัวเองเจอผู้เชี่ยวชาญตัวจริงเสียแล้วแต่เมื่อดูให้ดี ก็พบว่าคนคนนี้ก็แค่พูดจาส่งเดชเท่านั้นเอง

‘สิ่งที่เรียกว่ามังกรหยกไตรภาค ภาคสามซึ่งใช้ชื่อว่าดาบมังกรหยกต้องเปลี่ยนนักเขียนอย่างแน่นอนเพราะเมื่อเทียบกับสองภาคแรกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโทนเรื่อง แก่นสาร หรือแนวทางการวางโครงเรื่องล้วนมีความแตกต่างอย่างชัดเจน…’

เรื่องแบบนี้มันค่อนข้างมีความเป็นอัตวิสัย

แต่ว่าหลังจากซ่งฟางสาธยายเหตุผลมาชุดใหญ่ กลับทำให้ผู้อ่านรู้สึกคล้ายกับว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นมีเหตุมีผลขึ้นมาอย่างประหลาด

หมอนี่ก็ชอบเล่นสอดแทรกมุกตลกเสียดสี ทำทีเป็นบัณฑิตหัวขบถ ทว่าในความเป็นจริงเขาก็แค่พ่นถ้อยคำหยาบคายออกมาเป็นครั้งคราวเพื่อเหน็บแนมฉู่ขวง เพื่อให้ตนเองดูเป็นคนซื่อตรง กล้าชนอำนาจ เปี่ยมไปด้วยมีคุณธรรมสูงส่ง

‘จะให้ข้ายอมก้มหน้าค้อมกายปรนนิบัติอภิสิทธิ์ชนหรือ? ทำเช่นนั้นคงไม่อาจยิ้มอย่างเป็นสุขอีกต่อไป’

เมื่อมาถึงบทสรุป ซ่งฟางก็ใส่บทบาทให้ตนเองเป็นผู้ถูกกดขี่ ทำราวกับว่า ฉู่ขวงคือตัวแทนของนายทุนผูกขาด ส่วนซ่งฟางผู้ยิ่งใหญ่น่ะหรือ คือวีบุรุษที่แม้จะเป็นเพียงตั๊กแตนที่ออกมาห้ามรถ ก็ยังยอมเสี่ยงเปิดโปงความจริงโดยไม่เสียดายชีวิต เพียงแต่ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือเจตนาแต่ประโยคปิดท้ายที่หมอนี่หยิบมาอ้างอิง กลับเป็นบทกวีที่เซี่ยนอวี๋เคยประพันธ์ไว้ที่เขาหลูซานนั่นเอง

หลินเยวียนถึงกับหลุดหัวเราะออกมาในตอนท้าย

คนคนนี้ ต่อให้สุ่มเดาอะไรออกมา ยังสามารถเดาความจริงออกมาได้

ตัวอย่างเช่น เขาสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่านิยายชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์และมังกรหยกไตรภาค ไม่ได้มาจากปลายปากกาของคนคนเดียวกันอย่างแน่นอน

ตัวอย่างของ ความจริงประเภทนี้มีมากมายเหลือเกิน

แต่หมอนี่กลับอยากโชว์เก๋า

และไปพูดว่ามังกรหยกไตรภาคมีนักเขียนอยู่เบื้องหลังมากกว่าหนึ่งคน

ราวกับว่านี่ข้อสอบปรนัยที่มีสี่ตัวเลือก ในนั้นมีคำตอบที่ถูกต้องอยู่สามข้อ แต่เขากลับสามารถเลือกคำตอบที่ผิดเพียงข้อเดียวได้

จะไปคาดหวังระดับฝีมืออะไรจากคนแบบนี้ได้?

ก็แค่คนที่ปากเก่งบนโลกออนไลน์ และสิ่งที่ถนัดที่สุดคือการกวนน้ำให้ขุ่นเท่านั้นเอง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หลินเยวียนไม่คาดคิดคือบทความสั้นที่เขาอ่านแล้วยังหลุดขำเนี่ย กลับแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและถูกแชร์ต่อไปนับไม่ถ้วนในหลายช่องทาง

บทความงี่เงาแบบนี้ กลับสร้างผลกระทบได้ใหญ่โตอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน!

‘ถ้าไม่มีควันก็คงไม่มีไฟหรอก’

‘นี่คงไม่ได้เป็นเรื่องจริงหรอกนะ?’

‘ตอนแรกไม่ค่อยเชื่อ แต่ตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจแล้ว ฉู่ขวงไม่เคยเปิดเผยหน้าตาเลย แถมอิ่งจือก็ไม่เคยเปิดเผยหน้าตาเหมือนกัน คนเก่งระดับนี้ปรากฏตัวแต่นี่มาทีเดียวสองคน?’

‘หรือจะเป็นอย่างที่หลิงคงพูดจริงๆ ?’

‘ฉู่ขวงกำลังเลียนแบบคาแรกเตอร์ของอิ่งจืออยู่หรือเปล่า?’

‘ถ้าฉู่ขวงมีทีมอยู่เบื้องหลัง งั้นสมาชิกของทีมนี้จะรวมเซี่ยนอวี๋กับอิ่งจือด้วยไหม?’

‘คิดดูแล้วก็ขนลุกอยู่นะ’

‘ฉู่ขวงไม่คิดจะเปิดเผยตัวต่อสาธารณชน ให้คำอธิบายกับประชาชนหน่อย’

‘ฉันเป็นแฟนคลับเจ้าแก่ฉู่ขวงมาหลายปีนะ หวังว่าคุณจะออกมาอธิบาย เป็นผู้ชายอกสามศอกจะกลัวอะไรกับการเปิดเผยใบหน้า มีแต่พวกขี้คลาดเท่านั้นแหละที่ทำตัวหลบๆ ซ่อนๆ แบบนี้!’

เริ่มมีคนถูกโน้มน้าวเข้าแล้ว

แน่นอน

“ทีมงาน”

“การดำเนินงาน”

“การวางแผน”

ทฤษฎีสมคบคิดสารพัดรูปแบบผุดขึ้นในห้วงสำนึกของหลิงคง เขาเชื่อว่าจะต้องเป็นทีมงาน หรือไม่ก็กลุ่มทุกใหญ่ที่ดำเนินงานอยู่เบื้องหลัง!

“สามสหายคือกุญแจสำคัญของการดำเนินงาน”

“ทั้งสามคนนี้ คนหนึ่งดัง ก็ลากอีกสองคนให้ดังไปด้วย”

“หรือเบื้องหลังของทั้งสาม อาจมีพลังสนับสนุนคอยช่วยดันให้พวกเขาเป็นเทพก็ได้?”

“คนที่คิดแผนแบบนี้ได้ต้องเป็นอัจฉริยะแน่ๆ การดำเนินงานระดับนี้ ต้องใช้สายตาที่เฉียบแหลม และอำนาจในการจัดการสถานการณ์ที่เหนือชั้นมาก รวมพลังของคนหลายคน ไปไว้ที่คนคนเดียว คนนั้นก็จะระเบิดพลังออกมา มากกว่ารวมของคนส่วนใหญ่เชียวละ!”

เขาพึมพำกับตัวเอง

“อัจฉริยะบวกกับอัจฉริยะบวกกับอัจฉริยะอีก…”

“ถ้าเอามารวมกันแบบนี้ ผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือโคตรอัจฉริยะ”

“ทำไมก่อนหน้านี้ฉันถึงไม่คิดได้นะ?”

“เรื่องพรรค์นี้ถ้าจะทำจริงๆ ก็เป็นไปได้ทั้งนั้นแหละ!”

เพราะตัวหลิงคงเองก็เป็นคนแบบนี้ เขาจึงเชื่อว่าเบื้องหลังของฉู่ขวงต้องมี คนแบบเดียวกับเขาอยู่แน่นอน

“เปิดหน้ากากของพวกแกซะดีๆ ให้ฉันดูหน่อยว่า ใครกันแน่ที่กำลังเล่นเกมบ้าๆ นี้อยู่”

ดวงตาเขาเริ่มแดงฉาน ร่างกายสั่นเทา

เขาจะทำให้ทั้งบลูสตาร์ได้เห็นว่า เขาจะทำลายสามสหายด้วยมือของตัวเองได้อย่างไร

ในภาพยนตร์ของเซี่ยนอวี๋เรื่องคนเล็กหมัดเทวดา วายร้ายอย่างเทพเมฆาอัคคี เคยกล่าววรรคทองก่อนต่อสู้กับจอมยุทธ์เอี้ยก้วย

‘จริงๆ แล้วฉันน่ะ ก็แค่อยากจะฆ่าพวกแก หรือไม่ก็ให้พวกแกฆ่าฉันก็ได้’

ตอนนี้หลิงคงก็แค่ต้องจัดการสามสหาย ไม่อย่างนั้นก็ให้สามสหายจัดการเขาเสีย ไม่มีทางเลือกที่สาม

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้

หลิงคงก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา และโทรออกต่อเนื่องหลายสาย ต่อให้หมาจรจัดตัวนี้จะจนตรอกแล้วอย่างไร วันนี้เขาจะตามล่าฉู่ขวง กระชากหน้ากาก และแฉความลับของปีศาจสามคนนั้นต่อคนทั้งบลูสตาร์!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน