เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1315

ตอนที่ 1315 อีกหนึ่งอัลบั้มระดับเทพ (1)
ตอนที่ 1315 อีกหนึ่งอัลบั้มระดับเทพ (1)

ในช่วงเวลาต่อๆ มา หลินเยวียนจะเขียนความฝันในหอแดงวันละหลายหมื่นคำทุกคืน

ส่วนตอนกลางวัน…

เขาต้องไปบันทึกอัลบั้มร่วมกับจ้าวอิ๋งเก้อ

เพราะก่อนหน้านี้ หลินเยวียนเคยสัญญาไว้ว่าจะทำอัลบั้มให้ทุกคนในราชวงศ์ปลา

เดือนที่แล้วเพิ่งทำอัลบั้มให้ซย่าฝานไป และสามารถคว้าแชมป์ในฤดูกาลเพลงของเดือนนั้นไปได้สบายๆ เดือนนี้ถึงคิวของจ้าวอิ๋งเก้อ เป้าหมายก็ยังคงเป็นการคว้าแชมป์ของฤดูกาลเพลงเหมือนเดิม

ธีมของอัลบั้มของซย่าฝานคือ ‘วัยเยาว์’

ส่วนธีมของอัลบั้มจ้าวอิ๋งเก้อ คือคำว่า ‘ถ้าหาก’

นี่เป็นธีมที่เธอเลือกเอง

บนพื้นฐานของธีมนี้ หลินเยวียนประพันธ์เพลงออกมาสามเพลงอย่างรวดเร็ว

เพลงแรก ‘ถ้าในตอนนั้น’

นี่คือเพลงของสวี่ซง สามารถร้องคู่ชายหญิงได้ หลินเยวียนรับปากว่าจะร้องท่อนคอรัสให้

ส่วนท่อนเวิร์สให้จ้าวอิ๋งเก้อร้อง และเขายังขอให้เธอใช้สำเนียงการขับร้องแบบอุปรากรหวงเหมย เนื่องจากในบลูสตาร์ก็มีอุปรากรหวงเหมยเช่นกัน และมีต้นกำเนิดจากฉินโจวพอดี ทำให้เพลงนี้ไม่เพียงสอดคล้องกับธีม แต่ยังนับว่าเป็นการโปรโมตวัฒนธรรมท้องถิ่นไปในตัว

เพลงที่สอง ‘ถ้าหากเธอก็ได้ยิน’

นี่คือหนึ่งในเพลงฮิตของจางฮุ่ยเม่ย A-Mei แต่หลายคนไม่รู้ว่าผู้ประพันธ์ทำนองคือโจวเจี๋ยหลุน

อันที่จริง เพลงที่โจวเจี๋ยหลุนเขียนให้ศิลปินคนอื่นๆ ก็โด่งดังเป็นอย่างมาก

หลายปีให้หลัง หลายคนถึงได้รู้ว่า แท้จริงแล้วเพลงโปรดของตนเองจำนวนไม่น้อย ล้วนมาเป็นผลงานของโจวเจี๋ยหลุนทั้งสิ้น

เพลงที่สามรับหน้าที่ตอกย้ำธีมหลักของอัลบั้ม เพลงนี้มีชื่อว่า ‘เสียดายที่ไม่มีคำว่าถ้าหาก’ ความหมายคือ บนโลกใบนี้ไม่มียารักษาความเสียใจให้กินได้

ถึงแม้ว่านักร้องต้นฉบับของเพลงนี้อย่างหลินจวิ้นเจี๋ยจะเป็นนักร้องชาย และคีย์ของเพลงก็ค่อนข้างสูง แต่หลินเยวียนรู้สึกว่าจ้าวอิ๋งเก้อสามารถรับมือกับเพลนี้ได้เช่นกัน เพราะถึงอย่างไร หญิงสาวคนนี้ก็มองเสียงสูงว่าเป็นอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดของตนเองมาโดยตลอด

และความจริงก็เป็นเช่นนั้น

กระบวนการอัดเสียงของสามเพลงนั้นราบรื่นมาก

แต่เมื่อมาถึงเพลงที่สี่ การอัดเสียงกลับกลายเป็นเรื่องยากขึ้น

เพราะชื่อเพลงที่สี่คือ ‘ถอนใจ’ เป็นเพลงใหม่ที่หลินเยวียนค้นพบจากคลังเพลงของระบบ นักร้องต้นฉบับคือหวงหลิง

เพลงนี้คล้ายกับเพลงคัน ให้ความรู้สึเย้ายวนเล็กอยู่บ้าง จ้าวอิ๋งเก้อร้องได้ไม่มีปัญหา แต่คนที่รับมือไม่ไหวอยู่คือหลินเยวียนเอง

เพราะเนื้อเพลงเป็นเช่นนี้

เสียงกระซิบแผ่วเบา แผ่ซ่านทั้งเขาอูซาน ล่องลอยเหนือเมฆดั่งความฝันเมฆฝนแห่งเกาะเกี่ยว สุขล้ำในฉับพลัน ร่วงหล่นสู่โคลนตมของฝั่งฝัน…

ในเนื้อเพลงมีการใช้คำอย่าง ‘เขาอู่ซาน’ กับ ‘เมฆฝน[1]’อย่างโจ่งแจ้ง จะแรงเกินไปหรือเปล่านะ?

กำลังดูแคลนว่าฉันไม่มีวัฒนธรรมหรือไง?

เอาเถอะ

อันที่จริง เพลงนี้ไม่ใช่เพลงที่เขาอยากหยิบมาแต่แรก

แต่เป็นจ้าวอิ๋งเก้อที่ยืนกรานว่าเธอต้องการเพลงที่มีกลิ่นอายเช่นนี้ หลินเยวียนขัดใจเธอไม่ไหว จึงยอมตามใจเธอและหยิบเพลงนี้ออกมา ถึงอย่างไร นี่ก็คืออัลบั้มเดี่ยวที่ออกแบบขึ้นมาเพื่อตัวเธอโดยเฉพาะ แน่นอนว่าต้องให้ความสำคัญกับรสนิยมและสไตล์ของนักร้องเป็นหลัก

เป็นไปตามคาด

ทันทีที่จ้าวอิ๋งเก้อเห็นเพลงนี้ เธอก็ตื่นเต้นสุดขีด โดยเฉพาะทุกครั้งที่ร้องท่อน ‘ความปรารถนาเติมเต็มผิวกาย หลบเร้นถึงเขตขามแห่งความฝัน’ เธอแลดูราวกับกำลังเข้าสู่สภาวะไฮป์ขั้นสุด

ดูเหมือนว่าเธอจะชอบเพลงแนวนี้เป็นพิเศษจริงๆ

และที่สำคัญที่สุด เพลงนี้ต้องให้หลินเยวียนมาร้องคู่กับเธอด้วย

เมื่อเทียบกับเพลงอื่นๆ เพลงที่เหลือในอัลบั้มเรียกได้มีสตาร์ที่ปกติและเรียบร้อยกว่ามาก

มีทั้งภาษาฉี

ภาษาฉู่

และภาษาอังกฤษ

สุดท้ายยังเหลืออีกสามเพลง ซึ่งเน้นใช้แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่รอบด้านของนักร้อง หลินเยวียนหยิบเพลง ‘เล็กน้อย’ กออกมา

หนึ่งในผลงานชิ้นโบแดงของหรงจู่เอ๋อร์

เนื้อร้องโดยฟางเหวินซาน และทำนองโดยโจวเจี๋ยหลุน

สิ่งที่ควรค่าแก่การเอ่ยถึงคือ โจวเจี๋ยหลุนเองชอบเพลงเล็กน้อยมาก ถึงขั้นเคยพูดหลายครั้งว่าน่าเสียดายที่มอบเพลงนี้ให้กับหรงจู่เอ๋อร์เขาเก็บไว้ใช้ในอัลบั้มของตัวเองเสียมากกว่า

จากนั้นหลินเยวียนก็หยิบเพลง ‘เด็กผู้หญิงที่สยายปีกบิน’ ออกมา

หลังจากอัลบั้มของซย่าฝานปล่อยออกมา แฟนเพลงหลายคนบ่นว่าน่าจะใส่เพลงแนวให้กำลังใจเข้าไปด้วย

ตอนนี้หลินเยวียนก็ใส่ให้แล้ว เพลงนี้ไม่ได้เป็นเพียงเพลงแนวให้กำลังใจ แต่กระแสก็น่าจะไม่เลวเช่นกัน

ส่วนเพลงสุดท้าย

หลังจากหลินเยวียนขบคิดอยู่พักใหญ่สุดท้ายก็เลือกเพลง ‘มือซ้ายชี้ดวงจันทรา’ เพื่อเปิดโอกาสให้ จ้าวอิ๋งเก้อ ได้อวดจุดเด่นด้านเสียงสูงอย่างเต็มที่

เพราะจ้าวอิ๋งเก้อชอบลากเสียงสูงจริงๆ

ตอนที่เธอเข้าร่วมรายการราชาหน้ากากนักร้อง หลินเยวียนภายใต้หน้ากากหลานหลิงอ๋อง ยังเคยแซวเธอเรื่องนี้ในรายการด้วยซ้ำ

ปัจจุบันนี้จ้าวอิ๋งเก้อพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่แค่เด็กบ้าพลังที่รู้จักแต่การโชว์พลังปอดเหมือนเมื่อก่อน ในสถานการณ์เช่นนี้ หลินเยวียนก็พร้อมที่จะตอบสนองความต้องการ ให้เธอได้ปล่อยเสียงสูงอย่างเต็มที่สักครั้ง

เช่นเดียวกับอัลบั้มของซย่าฝาน

อัลบั้มนี้ถูกปล่อยอย่างเงียบๆ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ โดยที่แทบไม่มีการโปรโมตใดๆ

อัลบั้มใหม่แทบไม่ได้โปรโมต ก็ปล่อยเข้าระบบมาทันที ทั่วทั้งการบันเทิงบลูสตาร์ ไม่มีใครอื่นที่กล้าทำแบบนี้หรอก แต่ใครให้โปรดิวเซอร์ของอัลบั้มนี้คือหลินเยวียนกันล่ะ?

ช่วยไม่ได้

ความโด่งดังของหลินเยวียนนั้นเกินต้าน

โดยเฉพาะหลังจากตัวตนของฉู่ขวงถูกเปิดเผย

ความนิยมของหลินเยวียนพุ่งขึ้นไปในระดับที่ไม่อาจจินตนาการได้

ถึงขั้นมีคนพูดกันว่า ในอนาคต คงไม่มีดาราคนไหนในบลูสตาร์ที่ไปถึงระดับเดียวกับหลินเยวียนได้อีก แม้ว่าอาชีพหลักของเขาจะอยู่เบื้องหลังก็ตาม

เพราะฉะนั้น

อัลบั้มที่มีชื่อของหลินเยวียนประทับอยู่ จึงไม่ต้องดำเนินการโปรโมตใดๆ

หลินเยวียนเพียงแค่ใช้บัญชีผู้ใช้ของคือ เซี่ยนอวี๋และฉู่ขวง รีโพสต์แจ้งข่าวให้ให้แก่โลกภายนอกสักหน่อย กระแสก็จะระเบิดออกเป็นวงกว้างในชั่วพริบตาเดียว

สิ่งที่ทำให้หลินเยวียนประหลาดใจ

เพลงที่ดังขึ้นมาก่อนใคร กลับเป็นเพลงถอนใจ

ตามหลักแล้ว

ถ้าจัดอันดับคุณภาพของเพลงในอัลบั้มนี้ เพลงถอนใจ นับว่าเป็นเพลงที่อยู่กลางๆ เท่านั้น

ถ้าไม่ใช่เพราะจ้าวอิ๋งเก้อยืนกราน หลินเยวียนเองแทบจะไม่อยากใส่เพลงนี้ลงไปด้วยซ้ำ รู้สึกว่าเมื่อใส่จังหวะดนตรีที่หนักแน่นเข้าไปแล้ว เพลงนี้กลับมีความเชยอย่างอธิบายไม่ถูก

แต่ปรากฏว่า เพลงนี้กลายเป็นเพลงแรกในอัลบั้มที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม!

นั่นนับว่าอยู่ในระดับเดียวกับฟางเหวินซาน

ส่วนเพลง ‘เยาวชนจีนกล่าว’ ที่เขาแต่งทำนองและจางเจี๋ยเป็นผู้ขับร้อง ถึงขั้นได้รับการบรรจุเป็นเนื้อหาในตำราดนตรีระดับมัธยมต้น

‘เสียงร้องแบบงิ้วสร้างความเซอร์ไพรส์สุดๆ ’

‘นี่คืองิ้วหวงเหมยจากสักพื้นที่หนึ่งในฉินโจว!’

‘จ้าวอิ๋งเก้อเวลาเอาจริงเอาจังนี่ก็เก่งมากเลยนะ’

‘ความเจ๋งของเพลงนี้คือ ในท่อนเวิร์สมีการหยิบยืมวรรคทองจากลำนำมู่หลาน ผลงานที่พ่อเพลงอวี๋เขียนไว้ที่หลูซาน หากชีวิตเปรียบเพี้ยงแรกพบ ไฉนลมสารทวาดพัดด้วยอาดูร’

‘แค่นี้ยังสังเกตเห็นเลยหรือ?’

‘บทกวีของพ่อเพลงอวี๋ ผมแทบท่องได้หมด บทดังๆ แบบนี้ผมคล่องมาก’

‘เมื่อก่อนทุกคนบอกว่าพ่อเพลงอวี๋เขียนเนื้อเพลงเก่ง แต่หลังจากเหตุการณ์ที่หลูซาน ทุกคนถึงเข้าใจว่าทำไมบทกวีที่เขาเขียนออกมาถึงเป็นตำนาน พอมาเขียนเนื้อเพลงพ็อป ก็ยิ่งง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก’

‘เพลงลำดับที่สองในธีมถ้าหากก็เพราะเหมือนกันนะ’

‘คุณหมายถึงเพลงข้างต่อจากนั้นใช่ไหม ถ้าหากเธอก็ได้ยิน?’

‘แล้วยังมีเพลงเสียดายที่ไม่มีคำว่าถ้าหากอีกนะ!’

แน่นอน

เพลงถ้าหากเธอก็ได้ยิน ที่จางฮุ่ยเม่ยขับร้อง และโจวเจี๋ยหลุนเป็นผู้ประพันธ์ทำนองนั้น ก็เป็นเพลงพ็อประดับคลาสสิกจริงๆ

ท่วงทำนองแบบนั้นเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของโจวเจี๋ยหลุน

ส่วนเพลงเสียดายที่ไม่มีคำว่าถ้าหากของหลินจวิ้นเจี๋ยนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง ชื่อเสียงของเพลงนี้ยิ่งใหญ่กว่าเพลงของจางฮุ่ยเม่ยเสียอีก

“พ่อเพลงอวี๋นี่คือเป็นปรมาจารย์ด้านเมโลดีจริงๆ วงการเพลงของบลูสตาร์ เรื่องเมโลดีนี่ไม่มีใครสู้เขาได้แล้ว”

“ให้ตายเถอะ เบาไปหรือเปล่า?”

“ตอนนี้พ่อเพลงอวี๋อยู่อันดับสองของสาขาดนตรีแล้ว ยังไม่กล้าเรียกว่าไร้เทียมทานอีกหรือ?”

“ก็ยังไม่ขึ้นเป็นที่หนึ่งนี่นา เบาไว้ก่อนย่อมดีกว่า”

“จู่ๆ ก็รู้สึกว่า สำหรับคนที่รักดนตรี แค่ฟังเพลงของพ่อเพลงอวี๋ ก็เหมือนได้ฟังครบทุกแนวแล้วจริงๆ”

“ตั้งแต่เพลงพ็อปยันซิมโฟนี แค่ฟังพ่อเพลงอวี๋ก็พอแล้ว”

“ตอนที่ควรพูดกลับเงียบงัน ตอนที่ควรกล้าหาญกลับอ่อนแอ ต้องอกหักกี่ครั้งกัน ถึงจะเขียนเนื้อร้องแบบนี้ออกมาได้?”

“พ่อเพลงอวี๋: ?”

“ตลกจริง มุมมองก็เจ๋งอยู่นะ แต่ต่อเพลงอวี๋ พ่อเพลงอวี๋คือผู้ชายที่คุณไม่มีทางไขว่คว้าได้”

“จ้าวอิ๋งเก้อก็ทั้งสวย ร้องเพลงก็เพราะ แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่ร้องคู่กับเขาในเพลงถอนใจ แล้วมโนเองอยู่ฝ่ายเดียว”

“โอ้โฮ ใช้คำว่ามโนเลยนะ”

“ต้องยอมรับว่าจ้าวอิ๋งเก้อนี่คนคลั่งรักตัวจริง คนเขารู้ทั้งนั้น”

ตั้งแต่ที่จ้าวอิ๋งเก้อไปออกรายการไปกันกับปลา แล้วความจริงเรื่องที่เธอแอบชอบเขาถูกเปิดเผยออกมา เธอก็เลิกปิดบังไปเลย

เปิดไพ่เต็มที่

แต่ก่อนมีแค่คนในราชวงศ์ปลาที่หยอกล้อกัน ตอนนี้กลายเป็นเรื่องที่คนทั้งบลูสตาร์รู้กันหมดแล้ว

[1] ‘เขาอูซาน’ และ ‘เมฆฝน’ อ้างอิงถึงสำนวนว่า ‘เมฆฝนบนเขาอูซาน’ สื่อถึงการร่วมรักหรือการเสพสังวาส มีต้นกำเนิดมาจากกวีนิพนธ์ฟู่แห่งเกาถัง (《高唐赋》) โดยซ่งอวี้ กวีจากแคว้นฉิน ในช่วงปลายยุครณรัฐ กล่าวถึงเรื่องราวที่เจ้าแคว้นฉู่นิมิตถึงเทพธิดาแห่งเขาอูซาน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน