ในช่วงเวลาต่อๆ มา หลินเยวียนจะเขียนความฝันในหอแดงวันละหลายหมื่นคำทุกคืน
ส่วนตอนกลางวัน…
เขาต้องไปบันทึกอัลบั้มร่วมกับจ้าวอิ๋งเก้อ
เพราะก่อนหน้านี้ หลินเยวียนเคยสัญญาไว้ว่าจะทำอัลบั้มให้ทุกคนในราชวงศ์ปลา
เดือนที่แล้วเพิ่งทำอัลบั้มให้ซย่าฝานไป และสามารถคว้าแชมป์ในฤดูกาลเพลงของเดือนนั้นไปได้สบายๆ เดือนนี้ถึงคิวของจ้าวอิ๋งเก้อ เป้าหมายก็ยังคงเป็นการคว้าแชมป์ของฤดูกาลเพลงเหมือนเดิม
ธีมของอัลบั้มของซย่าฝานคือ ‘วัยเยาว์’
ส่วนธีมของอัลบั้มจ้าวอิ๋งเก้อ คือคำว่า ‘ถ้าหาก’
นี่เป็นธีมที่เธอเลือกเอง
บนพื้นฐานของธีมนี้ หลินเยวียนประพันธ์เพลงออกมาสามเพลงอย่างรวดเร็ว
เพลงแรก ‘ถ้าในตอนนั้น’
นี่คือเพลงของสวี่ซง สามารถร้องคู่ชายหญิงได้ หลินเยวียนรับปากว่าจะร้องท่อนคอรัสให้
ส่วนท่อนเวิร์สให้จ้าวอิ๋งเก้อร้อง และเขายังขอให้เธอใช้สำเนียงการขับร้องแบบอุปรากรหวงเหมย เนื่องจากในบลูสตาร์ก็มีอุปรากรหวงเหมยเช่นกัน และมีต้นกำเนิดจากฉินโจวพอดี ทำให้เพลงนี้ไม่เพียงสอดคล้องกับธีม แต่ยังนับว่าเป็นการโปรโมตวัฒนธรรมท้องถิ่นไปในตัว
เพลงที่สอง ‘ถ้าหากเธอก็ได้ยิน’
นี่คือหนึ่งในเพลงฮิตของจางฮุ่ยเม่ย A-Mei แต่หลายคนไม่รู้ว่าผู้ประพันธ์ทำนองคือโจวเจี๋ยหลุน
อันที่จริง เพลงที่โจวเจี๋ยหลุนเขียนให้ศิลปินคนอื่นๆ ก็โด่งดังเป็นอย่างมาก
หลายปีให้หลัง หลายคนถึงได้รู้ว่า แท้จริงแล้วเพลงโปรดของตนเองจำนวนไม่น้อย ล้วนมาเป็นผลงานของโจวเจี๋ยหลุนทั้งสิ้น
เพลงที่สามรับหน้าที่ตอกย้ำธีมหลักของอัลบั้ม เพลงนี้มีชื่อว่า ‘เสียดายที่ไม่มีคำว่าถ้าหาก’ ความหมายคือ บนโลกใบนี้ไม่มียารักษาความเสียใจให้กินได้
ถึงแม้ว่านักร้องต้นฉบับของเพลงนี้อย่างหลินจวิ้นเจี๋ยจะเป็นนักร้องชาย และคีย์ของเพลงก็ค่อนข้างสูง แต่หลินเยวียนรู้สึกว่าจ้าวอิ๋งเก้อสามารถรับมือกับเพลนี้ได้เช่นกัน เพราะถึงอย่างไร หญิงสาวคนนี้ก็มองเสียงสูงว่าเป็นอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดของตนเองมาโดยตลอด
และความจริงก็เป็นเช่นนั้น
กระบวนการอัดเสียงของสามเพลงนั้นราบรื่นมาก
แต่เมื่อมาถึงเพลงที่สี่ การอัดเสียงกลับกลายเป็นเรื่องยากขึ้น
เพราะชื่อเพลงที่สี่คือ ‘ถอนใจ’ เป็นเพลงใหม่ที่หลินเยวียนค้นพบจากคลังเพลงของระบบ นักร้องต้นฉบับคือหวงหลิง
เพลงนี้คล้ายกับเพลงคัน ให้ความรู้สึเย้ายวนเล็กอยู่บ้าง จ้าวอิ๋งเก้อร้องได้ไม่มีปัญหา แต่คนที่รับมือไม่ไหวอยู่คือหลินเยวียนเอง
เพราะเนื้อเพลงเป็นเช่นนี้
เสียงกระซิบแผ่วเบา แผ่ซ่านทั้งเขาอูซาน ล่องลอยเหนือเมฆดั่งความฝันเมฆฝนแห่งเกาะเกี่ยว สุขล้ำในฉับพลัน ร่วงหล่นสู่โคลนตมของฝั่งฝัน…
ในเนื้อเพลงมีการใช้คำอย่าง ‘เขาอู่ซาน’ กับ ‘เมฆฝน[1]’อย่างโจ่งแจ้ง จะแรงเกินไปหรือเปล่านะ?
กำลังดูแคลนว่าฉันไม่มีวัฒนธรรมหรือไง?
เอาเถอะ
อันที่จริง เพลงนี้ไม่ใช่เพลงที่เขาอยากหยิบมาแต่แรก
แต่เป็นจ้าวอิ๋งเก้อที่ยืนกรานว่าเธอต้องการเพลงที่มีกลิ่นอายเช่นนี้ หลินเยวียนขัดใจเธอไม่ไหว จึงยอมตามใจเธอและหยิบเพลงนี้ออกมา ถึงอย่างไร นี่ก็คืออัลบั้มเดี่ยวที่ออกแบบขึ้นมาเพื่อตัวเธอโดยเฉพาะ แน่นอนว่าต้องให้ความสำคัญกับรสนิยมและสไตล์ของนักร้องเป็นหลัก
เป็นไปตามคาด
ทันทีที่จ้าวอิ๋งเก้อเห็นเพลงนี้ เธอก็ตื่นเต้นสุดขีด โดยเฉพาะทุกครั้งที่ร้องท่อน ‘ความปรารถนาเติมเต็มผิวกาย หลบเร้นถึงเขตขามแห่งความฝัน’ เธอแลดูราวกับกำลังเข้าสู่สภาวะไฮป์ขั้นสุด
ดูเหมือนว่าเธอจะชอบเพลงแนวนี้เป็นพิเศษจริงๆ
และที่สำคัญที่สุด เพลงนี้ต้องให้หลินเยวียนมาร้องคู่กับเธอด้วย
เมื่อเทียบกับเพลงอื่นๆ เพลงที่เหลือในอัลบั้มเรียกได้มีสตาร์ที่ปกติและเรียบร้อยกว่ามาก
มีทั้งภาษาฉี
ภาษาฉู่
และภาษาอังกฤษ
สุดท้ายยังเหลืออีกสามเพลง ซึ่งเน้นใช้แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่รอบด้านของนักร้อง หลินเยวียนหยิบเพลง ‘เล็กน้อย’ กออกมา
หนึ่งในผลงานชิ้นโบแดงของหรงจู่เอ๋อร์
เนื้อร้องโดยฟางเหวินซาน และทำนองโดยโจวเจี๋ยหลุน
สิ่งที่ควรค่าแก่การเอ่ยถึงคือ โจวเจี๋ยหลุนเองชอบเพลงเล็กน้อยมาก ถึงขั้นเคยพูดหลายครั้งว่าน่าเสียดายที่มอบเพลงนี้ให้กับหรงจู่เอ๋อร์เขาเก็บไว้ใช้ในอัลบั้มของตัวเองเสียมากกว่า
จากนั้นหลินเยวียนก็หยิบเพลง ‘เด็กผู้หญิงที่สยายปีกบิน’ ออกมา
หลังจากอัลบั้มของซย่าฝานปล่อยออกมา แฟนเพลงหลายคนบ่นว่าน่าจะใส่เพลงแนวให้กำลังใจเข้าไปด้วย
ตอนนี้หลินเยวียนก็ใส่ให้แล้ว เพลงนี้ไม่ได้เป็นเพียงเพลงแนวให้กำลังใจ แต่กระแสก็น่าจะไม่เลวเช่นกัน
ส่วนเพลงสุดท้าย
หลังจากหลินเยวียนขบคิดอยู่พักใหญ่สุดท้ายก็เลือกเพลง ‘มือซ้ายชี้ดวงจันทรา’ เพื่อเปิดโอกาสให้ จ้าวอิ๋งเก้อ ได้อวดจุดเด่นด้านเสียงสูงอย่างเต็มที่
เพราะจ้าวอิ๋งเก้อชอบลากเสียงสูงจริงๆ
ตอนที่เธอเข้าร่วมรายการราชาหน้ากากนักร้อง หลินเยวียนภายใต้หน้ากากหลานหลิงอ๋อง ยังเคยแซวเธอเรื่องนี้ในรายการด้วยซ้ำ
ปัจจุบันนี้จ้าวอิ๋งเก้อพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่แค่เด็กบ้าพลังที่รู้จักแต่การโชว์พลังปอดเหมือนเมื่อก่อน ในสถานการณ์เช่นนี้ หลินเยวียนก็พร้อมที่จะตอบสนองความต้องการ ให้เธอได้ปล่อยเสียงสูงอย่างเต็มที่สักครั้ง
เช่นเดียวกับอัลบั้มของซย่าฝาน
อัลบั้มนี้ถูกปล่อยอย่างเงียบๆ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ โดยที่แทบไม่มีการโปรโมตใดๆ
อัลบั้มใหม่แทบไม่ได้โปรโมต ก็ปล่อยเข้าระบบมาทันที ทั่วทั้งการบันเทิงบลูสตาร์ ไม่มีใครอื่นที่กล้าทำแบบนี้หรอก แต่ใครให้โปรดิวเซอร์ของอัลบั้มนี้คือหลินเยวียนกันล่ะ?
ช่วยไม่ได้
ความโด่งดังของหลินเยวียนนั้นเกินต้าน
โดยเฉพาะหลังจากตัวตนของฉู่ขวงถูกเปิดเผย
ความนิยมของหลินเยวียนพุ่งขึ้นไปในระดับที่ไม่อาจจินตนาการได้
ถึงขั้นมีคนพูดกันว่า ในอนาคต คงไม่มีดาราคนไหนในบลูสตาร์ที่ไปถึงระดับเดียวกับหลินเยวียนได้อีก แม้ว่าอาชีพหลักของเขาจะอยู่เบื้องหลังก็ตาม
เพราะฉะนั้น
อัลบั้มที่มีชื่อของหลินเยวียนประทับอยู่ จึงไม่ต้องดำเนินการโปรโมตใดๆ
หลินเยวียนเพียงแค่ใช้บัญชีผู้ใช้ของคือ เซี่ยนอวี๋และฉู่ขวง รีโพสต์แจ้งข่าวให้ให้แก่โลกภายนอกสักหน่อย กระแสก็จะระเบิดออกเป็นวงกว้างในชั่วพริบตาเดียว
…
สิ่งที่ทำให้หลินเยวียนประหลาดใจ
เพลงที่ดังขึ้นมาก่อนใคร กลับเป็นเพลงถอนใจ
ตามหลักแล้ว
ถ้าจัดอันดับคุณภาพของเพลงในอัลบั้มนี้ เพลงถอนใจ นับว่าเป็นเพลงที่อยู่กลางๆ เท่านั้น
ถ้าไม่ใช่เพราะจ้าวอิ๋งเก้อยืนกราน หลินเยวียนเองแทบจะไม่อยากใส่เพลงนี้ลงไปด้วยซ้ำ รู้สึกว่าเมื่อใส่จังหวะดนตรีที่หนักแน่นเข้าไปแล้ว เพลงนี้กลับมีความเชยอย่างอธิบายไม่ถูก
แต่ปรากฏว่า เพลงนี้กลายเป็นเพลงแรกในอัลบั้มที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม!


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...