ตอนที่ 413 นิทานก่อนนอน
สำหรับการเปิดตัวและจัดจำหน่ายนิตยสารราชานิทาน ตลาดหนังสือก็ไม่ได้มีคนสนใจเรื่องนี้แต่แรก คงจะมีเพียงแผนกนิทานของคลังหนังสือซิลเวอร์บลูที่ติดตามนิตยสารฉบับแรกนี้
อย่างไรก็ตาม หากมองจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางวัน บนโลกออนไลน์ก็ไม่ได้มีเสียงตอบรับมากมายนัก
เวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงเย็น
ณ ห้องรับแขกในบ้านหลังหนึ่ง
แม่คนหนึ่งวางหนังสือลงใต้แสงไฟ ในใจยังคงรู้สึกไม่หนำใจ “นิยายชุดปัวโรต์ฉบับนี้ไม่เลวเลย ออกแบบอุบายได้เหนือความคาดหมาย รู้สึกว่าสนุกกว่าเรื่องที่แล้ว…”
ในขณะนั้นเอง ลูกๆ สองคนก็กำลังเล่นกันอยู่ในห้องรับแขก
แม่ชำเลืองมองเวลา กล่าวอย่างจนใจ “หงหง หวาหวา เข้านอนได้แล้ว”
“ผมขอเล่นอีกแป๊บนึงนะครับ”
หวาหวาลูกชายอายุเจ็ดขวบกำลังเล่นรถแข่งของเล่นอย่างสนุกสนาน
แม่มองไปทางลูกสาวอายุเก้าขวบ “หงหง หนูเป็นพี่ เป็นตัวอย่างให้น้องหน่อยลูก เข้านอนได้แล้ว”
“ได้ค่ะ”
หงหงเดินเข้าห้องนอนไปอย่างรู้ความ
หวาหวามองพี่สาวเดินเข้าห้องนอน จึงทำได้เพียงเดินตามไปอย่างอิดออด พลางเอ่ยว่า “งั้นแม่เล่านิทานให้ฟังหน่อยสิครับ!”
“ก็ได้ๆ”
ใบหน้าของแม่เปี่ยมไปด้วยความเอ็นดู มือพลางหยิบราชานิทานซึ่งซื้อกลับมาในช่วงกลางวันพร้อมกับนิยายชุดรหัสคดีปัวโรต์
เธอเป็นแฟนคลับของฉู่ขวง ชื่นชอบนิยายชุดรหัสคดีของปัวโรต์เป็นพิเศษ ตามซื้อมาอ่านทุกเล่ม
และได้ยินมาว่าเรื่องหนึ่งในนิตยสารราชานิทานนั้นเป็นผลงานของฉู่ขวง เธอจึงซื้อติดมือกลับมาด้วยใจซึ่งอยากสนับสนุนไอดอลของตน
แม้ว่าตนจะไม่ได้สนใจนิทาน แต่ก็มักจะเล่านิทานให้ลูกฟังตอนกลางคืน
สิบนาทีผ่านไป
หงหงและหวาหวานอนอยู่บนเตียง
แม่หยิบนิตยสารราชานิทานซึ่งแกะปกแล้ว เปิดหาเรื่องแรก “วันนี้แม่จะอ่านเรื่อง…”
“แม่ครับ!”
เมื่อเห็นว่าแม่หยิบหนังสือแลดูแปลกตาขึ้นมา หวาหวาก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่เห็นด้วยไอรีนโนเวล
“ผมอยากฟังเรื่องเจ้าเต่าน้อย ไม่อยากฟังเรื่องอื่น!”
แม่ได้ยินดังนั้นก็กล่าวอย่างจนปัญญา “หวาหวา ลูกดูสิ เราอ่านเรื่องเจ้าเต่าน้อยกันมาตั้งหลายรอบแล้ว ทำไมไม่ลองเปลี่ยนเรื่องกันดูบ้างล่ะ”
“ไม่เอา ก็ผมอยากฟังเรื่องเจ้าเต่าน้อยนี่นา!” หวาหวาร้องเสียงดัง
หงหงซึ่งมีภูมิคุ้มกันในการฟังนิทานแล้วจึงหัวเราะเยาะแล้วพูดว่า “เจ้าเด็กดื้อ วันๆ ฟังแต่เรื่องเจ้าเต่าน้อย พี่ฟังจนหางจะหงอกอยู่แล้ว!”
แม่: “หางจะงอกไม่ใช่หางจะหงอก…”
หงหง: “แล้วหางหงอกไม่ได้เหรอคะ”
แม่ “…”
หวาหวาโมโห “ก็ผมอยากฟังเจ้าเต่าน้อยนี่นา”
แม่หลุดหัวเราะ เรื่องเจ้าเต่าน้อยที่พูดถึงก็คือนิทานสุดคลาสสิกเรื่องหนึ่ง แต่เธอเล่าให้ลูกฟังมาหลายสิบครั้งแล้ว
จะเรียกว่าเล่าจนเอียนก็คงได้
เธอจึงต่อรอง “เรามาฟังเรื่องใหม่กันก่อน ถ้าไม่ชอบ เดี๋ยวแม่ค่อยเล่าเรื่องเจ้าเต่าน้อยให้ฟัง”
“ก็ได้”
หวาหวาตอบอย่างไม่เต็มใจ
หงหงซึ่งนอนอยู่เตียงชั้นบนบอก “แม่รีบอ่านให้จบนะคะ มีแค่เด็กน้อยอย่างน้องนี่แหละที่ชอบฟังนิทานแบบนี้ หนูโตแล้วเลยง่วงมาก จะนอนแล้ว”
“เข้าใจแล้ว”
แม่พลิกไปยังหน้าซึ่งมีนิทานของฉู่ขวง
“นิทานที่แม่จะเล่าให้ฟังวันนี้คือเรื่องเจ้าหญิงสโนว์ไวท์ ในดินแดนอันไกลโพ้นแห่งหนึ่ง มีราชาและราชินี พวกเขาปรารถนาอยากมีลูก จึงตั้งคำอธิษฐานต่อพระเจ้าอย่างจริงใจ ‘ได้โปรดประทานลูกให้แก่เราด้วยเถิด’ หลังจากนั้นไม่นาน ราชินีก็ให้กำเนิดธิดาตัวน้อยผู้น่ารัก ผิวของเด็กหญิงนั้นขาวผ่องราวกับหิมะ แก้มแดงปลั่งราวกับผลแอปเปิล ราชาและราชินีตั้งชื่อให้กับนางว่าเจ้าหญิงสโนว์ไวท์…”
แม่มีประสบการณ์มากมายในการเล่านิทาน
ด้วยการเล่าเรื่องของเธอ เรื่องราวของสโนว์ไวท์ก็ถูกเปิดเผย
หวาหวาเดิมทีไม่ได้สนใจเลยสักนิด เมื่อฟังไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งเพลิดเพลิน
ยามที่แม่เล่ามาจนถึงเมื่อราชินีองค์ใหม่ต้องการฆ่าเจ้าหญิงสโนว์ไวท์ เขาก็พูดออกมาด้วยความโกรธอย่างอดไม่ได้
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน