ตอนที่ 933 จารึกกำแพงวัดซีหลิน
พรึบๆๆ !
ยอดขายพุ่งกระฉูด!
สำนักข่าวที่เคยสงสัยว่าการเปลี่ยนตัวพระเอกกลางเรื่องใน ดาบมังกรหยกจะส่งผลกระทบต่อยอดขาย ถึงกับตกตะลึงไปทันที
บ้าเอ๊ย!
นี่มันไม่เป็นไรเลยเหรอ?
เปลี่ยนตัวพระเอกกลางเรื่องแท้ๆ แต่ยอดขายกลับไม่สะเทือน!
ส่วนสื่อรายอื่นซึ่งไม่ได้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับยอดขาย กลับเผยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเข้าใจเป็นนัย ราวกับพวกเขารู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ในบรรดาสำนักข่าวเหล่านั้น มีผู้อาวุโสในวงการสื่อรายหนึ่งพูดกับหัวหน้าของหนังสือพิมพ์ที่เคยวิจารณ์ ฉู่ขวงว่า
“พวกคุณยังมองไม่ออกเหรอว่าธรรมชาติของพวกผู้อ่านเหล่านี้เป็นยังไง?”
“ธรรมชาติแบบไหน”
“ผู้อ่านกลุ่มนี้น่ะ อย่าดูแค่ที่พวกเขาด่าฉู่ขวงปาวๆ อย่างกับมีความแค้นส่วนตัวกัน แต่พอฉู่ขวงออกนิยายเล่มใหม่ ไม่ว่าจะเคยด่าแรงแค่ไหน ความกระตือรือร้นในการซื้อหนังสือของพวกเขา กลับมากกว่าใครทั้งนั้น!”
“บ้าเอ๊ย!”
ยังมีความยุติธรรมเหลืออยู่ไหมเนี่ย!
นี่มันรังแกคนซื่อชัดๆ !
คนอ่านพวกนี้ซื่อเกินไปแล้ว! สำนักข่าวเจ้านั้นถึงกับอยากเขียนข่าวโจมตี ฉู่ขวงว่ากำลังล้างสมองผู้อ่านด้วยวิธีการต่างๆ
แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าลงข่าว
เพราะเรื่องนี้เกี่ยวโยงถึงเป็นการโจมตีตัวบุคคล
อีกอย่าง ใครจะไปรู้ว่าผู้อ่านที่ปากมักก่นด่าฉู่ขวงอยู่ตลอด แต่เมื่อถึงเวลาจริง พวกเขากลับเข้าข้างฉู่ขวง เห็นได้ชัดว่าพวกเขาโดนเจ้าแก่นี่ล้างสมองไปหมดแล้ว!
เอาเถอะ
ที่จริงแล้วมันก็ไม่ใช่เพราะเสน่ห์ของฉู่ขวงไปเสียทั้งหมดหรอก
อย่าลืมนะว่าดาบมังกรหยกเป็นภาคสุดท้ายของมังกรหยกไตรภาค!
ตอนนี้ผู้อ่านอ่านมังกรหยกกับศึกเทพอภินิหารจ้าวอินทรีจบไปแล้ว จะไม่อ่านภาคสามให้จบได้ยังไงล่ะ?
ต่อให้เป็นเพราะอาการย้ำคิดย้ำทำ ก็ต้องอ่านให้ครบสามภาคอยู่ดี!
ด้วยเหตุนี้เอง
ทันทีที่ได้ดาบมังกรหยกแบบครบทั้งเล่ม ผู้อ่านก็เริ่มต้นอ่านกันอย่างกระตือรือร้นทันที!
ทว่าในช่วงแรก
ผู้อ่านรู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างมาก
ฉู่ขวงเล่นงานตัวเอกอย่างหนักหน่วง!
เตียบ่อกี้เปิดตัวมาก็ต้องแบกรับความแค้นอันลึกล้ำดั่งทะเลเลือด แถมยังถูกพิษร้าย ฝีมือการต่อสู้ก็ธรรมดา ทั้งยังโดนเหล่าคนในยุทธภพจ้องจะเล่นงาน ซ้ำร้ายยังโดนจูเก้าจิงผู้เป็นรักแรกหลอกลวงอีกต่างหาก!
แต่เมื่ออ่านไปถึงช่วงหลัง
ผู้อ่านเริ่มรู้สึกสะใจขึ้นเรื่อยๆ !
เตียบ่อกี้กระโดดลงหน้าผาก็ยังไม่ตาย! แถมยังไปได้คัมภีร์เก้าเอี๊ยงฉบับสมบูรณ์จากท้องของค่างขาวอีก!
จากนั้น
เตียบ่อกี้ยังถูกจับตัวไปที่พรรคเม้งก่า และด้วยความบังเอิญ กลับได้เรียนรู้วิชาระดับสุดยอดอีกวิชาพลังเคลื่อนย้ายจักรวาล!
พอดีกับช่วงเวลาที่
หกสำนักใหญ่กำลังล้อมโจมตียอดเขากวงเม้ง!
ขณะนั้นเตียบ่อกี้มีฝีมือก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของยุทธภพ เขาสามารถเอาชนะหกสำนักใหญ่ได้อย่างต่อเนื่อง และยังกลายเป็น ประมุขพรรคเม้งก่าในที่สุด!
ฉากนี้นับว่าเป็นฉากโชว์เทพที่ดีที่สุดฉากหนึ่ง ในนิยายของกิมย้ง ซึ่งเคยสร้างแรงบันดาลใจให้นักเขียนนิยายกำลังภายในหลายคนพยายามเลียนแบบ หลังจากที่ตัวเอกถูกกดดันมาอย่างหนักหลายต่อหลายครั้ง ในที่สุดก็ได้ปลดปล่อยความสะใจขั้นสุดยอด ทุกอย่างตั้งแต่ความรู้สึก เนื้อเรื่อง ไปจนถึงความขัดแย้งต่างๆ ถูกจุดชนวนขึ้นพร้อมกันในเวลาเดียวกัน!
ความตื่นเต้นเร้าใจในตอนท้าย ทำให้ผู้อ่านรู้สึกสะใจแบบสุดๆ !
และหลังจากฉากนี้ ความสนใจของผู้อ่านก็ไม่ใช่เรื่องการเปลี่ยนตัวเอกกลางเรื่องอีกต่อไป แต่เป็นการพูดคุยอย่างตื่นเต้นเกี่ยวกับฉากนี้กันทั่วทั้งโลกออนไลน์!
‘อ๊า ฉันชาไปทั้งตัวเลย!’
‘ฉากไฮไลต์ตอนหกสำนักบุกล้อมยอดเขากวงเม้ง มันสะใจจนหายใจแทบไม่ออก!’
‘ฮ่าๆๆๆ เตียบ่อกี้นี่มันตัวโกงชัดๆ โกงยิ่งกว่าเอี้ยก้วยกับก๊วยเจ๋งอีก เด็กอายุเท่ากันแต่โคตรเก่ง ทั้งยอดวิชาในเชิงรุกและยอดวิชาในเชิงรับ แถมยังมีวิชาแพทย์ระดับสูงที่สุด แล้วยังได้เบ้าหน้าจากพ่อแม่อีก!’
‘สะใจโคตรๆ ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว!’
‘เจ้าแก่ขวงเขียนฉากไฮไลต์นี้ได้สะใจมาก ฉันอ่านไปก็รู้สึกตื่นเต้นจนแทบคลั่ง!’
‘ตอนหกสำนักบุกขึ้นมา แล้วตัวเอกปรากฏตัวอย่างเท่สุดๆ นี่มันตื่นเต้นจนหัวแทบจะระเบิดเลยรู้ไหม!’
‘ฉู่ขวงเจ๋งโคตรๆ ฉากไฮไลต์นี้มันสุดยอดอลังการงานสร้างจริงๆ !’
…
อีกด้านหนึ่ง
ในเขตทัศนียภาพเขาหลูซาน
บรรดาพนักงานต่างก็หัวเราะเยาะกันอย่างสะใจ!
‘ฮ่าๆ ตัวสั่นเลยล่ะสิ!’
‘เจ้าแก่ฉู่ขวงนี่ใช่ว่าจะคุยง่ายซะเมื่อไหร่!’
‘พวกเราฉลาดกว่าเยอะ ตรงไปเลือกทำงานร่วมกับอาจารย์เซี่ยนอวี๋เลย!’
‘ถ้าพวกเราไปขอความร่วมมือจากเจ้าแก่ฉู่ขวง คงไม่รู้ว่าจะโดนเขียนแซะยังไงในหนังสือบ้าง แต่ถึงแม้อาจารย์เซี่ยนอวี๋จะเป็นเพื่อนกับเจ้าแก่ฉู่ขวง แต่ลักษณะนิสัยของทั้งคู่ต่างกันราวฟ้ากับเหว เจ้าแก่ฉู่ขวงร้ายแค่ไหน อาจารย์เซี่ยนอวี๋กลับแสนดี!’
“อาจารย์เซี่ยนอวี๋ก็มีฝีมือไม่แพ้เจ้าแก่ฉู่ขวงเลยนะ!”
“ก่อนหน้านี้อาจารย์เซี่ยนอวี๋แต่งบทกวีให้กับทะเลสาบซีหู ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวพุ่งกระฉูด!’
“ว่าแต่ว่า อาจารย์เซี่ยนอวี๋ไม่เคยบอกไว้ว่าจะเขียนบทกวีให้พวกเราด้วยเหรอ ทำไมตอนนี้ยังเงียบอยู่เลยล่ะ เราถึงขนาดถ่ายทำวิดีโอโปรโมตเสร็จแล้วนะ เพื่อรอใช้บทกวีของเขาโดยเฉพาะ”
“อาจจะยังอยู่ในช่วงแต่งบทกวีก็ได้ งานสร้างสรรค์ต้องใช้เวลา”
“หืม? หัวหน้าแผนกจาง คุณถืออะไรอยู่ในมือเหรอ?”
ขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอยู่ ก็มีหัวหน้าคนหนึ่งถือกล่องยาวเดินเข้ามา
หัวหน้าแซ่จางยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “ผลงานล้ำค่าของอาจารย์เซี่ยนอวี๋ เขาได้แต่งบทกวีที่รับปากกับพวกเราเสร็จเรียบร้อยแล้ว!”
บทกวีของเซี่ยนอวี๋แต่งเสร็จแล้วเหรอ?
เขียนด้วยลายมือของตัวเองลงบนกระดาษ?
แถมยังส่งมาที่เขาหลูซานโดยเฉพาะ?
เหล่าผู้นำใหญ่เล็กของเขาหลูซานตื่นเต้นขึ้นมาทันที ต่างรีบร้อนเร่งให้ผู้นำคนนั้นเปิดกล่องออกโดยเร็ว!
เมื่อทุกคนได้อ่านบทกวีบทนี้จนจบ
ทุกคนต่างแสดงสีหน้าแห่งความตื่นเต้นออกมาบทกวีที่ยอดเยี่ยม!”
ผู้รับผิดชอบเขตทัศนียภาพเขาหลูซานถึงกับตื่นเต้นกล่าวว่า “เตรียมปล่อยคลิปโปรโมตได้เลย อีกทั้งเราต้องสร้างโครงการเขตทัศนียภาพเพิ่มขึ้นในเขาหลูซาน พร้อมสลักบทกวีบทนี้ไว้บนภูเขา ให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชม!”
บทกวีนี้มีชื่อว่า ‘จารึกกำแพงวัดซีหลิน’
……………………………………………………

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...