ตอนที่ 942-2 หากพวกเรากำลังสบายจงปรบมือพลัน (2)
การถ่ายทำยังดำเนินต่อไป
ตอนที่หม่าเสี่ยวเที่ยวพูดคำว่าเจ้าแก่ฉู่ขวง ตากล้องแทบกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่
จากนั้น
แม้แต่ถงซูเหวินและครูใหญ่ก็อดยิ้มมุมปากไม่ได้
เอาสิ
ชื่อเสียงของเจ้าแก่ฉู่ขวงขนาดที่เด็กๆ ยังรู้จัก!
ฉากนี้น่าสนใจมาก
เพราะทุกคนรู้ดีว่าเจ้าแก่ฉู่ขวงกับเซี่ยนอวี๋เป็นเพื่อนกัน
แต่เด็กๆ ยังไม่ประสีประสา ดันพูดคำว่าเจ้าแก่ฉู่ขวงต่อหน้าเซี่ยนอวี๋ ดูแล้วชวนให้ขบขันอย่างมาก
แต่เมื่อหลินเยวียนเริ่มเล่านิทานเรื่องปีเตอร์แพน ถงซูเหวินและคนอื่นๆ ต่างก็ตกตะลึงไปทันที ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจ!
เจ้าแก่ฉู่ขวง?
ให้มันได้อย่างนี้สิ!
ดูเหมือนพวกเขาจะถ่ายอะไรบางอย่างที่ไม่ธรรมดาได้แล้ว!
ถงซูเหวินพยายามกลั้นความตื่นเต้นในใจ เขาถามทีมงานข้างๆ ด้วยเสียงสั่นเล็กน้อย
“ปีเตอร์แพนเป็นตัวละครในแดนนิทานของเจ้าแก่ฉู่ขวงหรือเปล่า?”
“เดี๋ยวผมหาข้อมูลก่อนครับ!”
เจ้าหน้าที่ข้างๆ รีบหยิบมือถือขึ้นมาหาข้อมูล
แต่ครูใหญ่กลับพูดขึ้นว่า
“ไม่ต้องหาแล้ว พวกคุณไม่เคยฟังเพลงแดนนิทานของเซี่ยนอวี๋เหรอ? มีท่อนหนึ่งที่ร้องว่า ได้ยินว่าปีเตอร์แพนไม่มีวันโต”
ปีเตอร์แพนไม่มีวันโต?
ถงซูเหวินนึกถึงสิ่งที่หลินเยวียนเพิ่งพูดเกี่ยวกับตัวละครปีเตอร์แพน ดวงตาของเขาเป็นประกายขึ้นมาทันที
“เจ้าแก่ฉู่ขวงเคยพูดไว้ว่า เนื้อเพลงแดนนิทานมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องราวในนิทานแต่ละเรื่อง นี่มันเหมือนชิ้นส่วนของจิกซอว์ขนาดใหญ่ และหมู่บ้านเทพนิยายก็เป็นเหมือนจักรวาลนิทานของเขา ส่วนชื่อปีเตอร์แพนก็ดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งในนั้น!”
ใช่แล้ว!
ตรงกันเป๊ะ!
นี่เป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนของแดนนิทาน!
เพราะจากคำบรรยายของหลินเยวียนเกี่ยวกับปีเตอร์แพน เขาได้พูดชัดเจนว่าปีเตอร์แพนเป็นเด็กที่ไม่มีวันโต
นั่นหมายความว่า
เรื่องที่หลินเยวียนเล่าให้เด็กๆ ฟังในชื่อปีเตอร์แพนอาจเป็นผลงานใหม่ของเจ้าแก่ฉู่ขวงที่ยังไม่ได้ตีพิมพ์!?
พระเจ้าช่วย!
เซี่ยนอวี๋ถึงกับเผยแพร่เนื้อหาจากผลงานใหม่ของเจ้าแก่ฉู่ขวงในรายการล่วงหน้า!?
นี่มันข่าวใหญ่ชัดๆ ผลงานใหม่ของฉู่ขวงถูกเปิดเผยก่อนใครในรายการของเซี่ยนอวี๋!
ฮ่าๆ !
เซี่ยนอวี๋แอบแกล้งฉู่ขวงชัดๆ เลยนี่นา!
ยังไม่ทันตีพิมพ์ คุณก็เล่นเอามาเล่าในรายการซะแล้ว?
ส่วนที่หลินเยวียนอ้างว่าเป็นเพราะฉู่ขวงเล่าเรื่องนี้ให้เขาฟังนั้น ถงซูเหวินไม่ได้สงสัยเลย
ครูใหญ่เองก็ไม่ได้สงสัย
และคนอื่นๆ ก็คงไม่สงสัยเหมือนกัน
เพราะด้วยความสัมพันธ์ระหว่างสามสหาย การที่ฉู่ขวงเล่าเนื้อหาของผลงานใหม่ให้เซี่ยนอวี๋ฟังเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ไม่ยาก
เช่นเดียวกับที่เซี่ยนอวี๋เคยบอกว่าเขาเรียนวาดภาพจากอิ่งจือ
ไม่มีใครสงสัยเลยสักคน!
ส่วนการที่เซี่ยนอวี๋แอบเล่าเรื่องใหม่ของฉู่ขวงแบบนี้จะไม่ดีหรือเปล่า?
ไม่เลย
หนึ่งคือหลินเยวียนเล่าเพียงบางส่วน ซึ่งตัดรายละเอียดสำคัญออกไปแล้ว
สองคือนิทานนั้นต่างจากภาพยนตร์หรือซีรีส์ การเปิดเผยบางส่วนของเนื้อหาไม่ได้กระทบยอดขาย
สามคือด้วยความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น เจ้าแก่ฉู่ขวงคงไม่โมโหหลินเยวียนเพราะเรื่องแค่นี้
สี่คือรายการยังต้องตัดต่อ เนื้อเรื่องเต็มที่หลินเยวียนเล่าคงไม่ได้ออกอากาศทั้งหมด
ในทางกลับกัน
เซี่ยนอวี๋ที่ดูเหมือนจะแกล้งฉู่ขวงในครั้งนี้ แต่แท้จริงแล้วกลับเหมือนเป็นการช่วยโปรโมตผลงานใหม่ของฉู่ขวงผ่านรายการเสียมากกว่า!
โปรโมตแบบแนบเนียนสุดๆ !
เมื่อรายการนี้ออกอากาศ บวกกับการโปรโมตเล็กน้อย คงจะมีคนจำนวนไม่น้อยที่สนใจชมรายการเพราะอยากเห็นช่วงที่เซี่ยนอวี๋เปิดเผยเรื่องใหม่ของฉู่ขวงในระหว่างถ่ายทำ!
นี่คือการชนะทั้งสองฝ่าย!
อย่าลืมว่า
ถงซูเหวินตั้งใจจะใช้เซี่ยนอวี๋เป็นตัวเชื่อมในการดึงกระแสจากฉู่ขวงและอิ่งจืออยู่แล้ว และตอนนี้เขาก็ทำสำเร็จเกินคาด!
ตั้งแต่เซี่ยนอวี๋โชว์ฝีมือวาดภาพที่เกี่ยวโยงกับเงา
จนถึงตอนที่เล่านิทานที่ดึงผลงานใหม่ของฉู่ขวงออกมาช่วยเสริม!
…
สิ่งที่ถงซูเหวินเดาไว้ถูกต้องไม่มีผิด
ต่อมา
เด็กๆ ที่จากบ้านมาเริ่มคิดถึงแม่
พวกเขาโบกมือลาเกาะมหัศจรรย์ที่เคยมอบความสุขและความสนุกสนานให้พวกเขา และโบยบินกลับบ้าน
เวลาผ่านไป เด็กๆ เติบโตเป็นผู้ใหญ่
มีเพียงปีเตอร์แพนเท่านั้นที่ไม่เคยโตขึ้น และไม่เคยกลับบ้าน
เขายังคงบินไปมาในโลกกว้าง
คอยพาเด็กๆ รุ่นแล้วรุ่นเล่าหนีออกจากบ้าน พาพวกเขาไปยังเกาะมหัศจรรย์เพื่อสัมผัสความสุขในวัยเด็กที่ไร้กังวล
ประโยคสุดท้ายของเรื่องกล่าวไว้ว่า
ตราบใดที่เด็กๆ ยังมีความสุข ไร้เดียงสา และไร้กังวล พวกเขาก็สามารถบินไปยังเกาะมหัศจรรย์ได้เสมอ
…
อย่าว่าแต่เด็กๆ เลยที่ฟังจนเคลิ้ม
แม้แต่ถงซูเหวินและคนอื่นๆ ก็ฟังอย่างเพลิดเพลินไม่แพ้กัน
แต่หลินเยวียนไม่ได้เล่าเรื่องจนจบ
ไม่ใช่เพราะกลัวความลับแตก
เพราะข้ออ้างที่เขาให้ไว้ก่อนหน้านี้ฟังดูสมเหตุสมผลอยู่แล้ว
อย่างเช่น การที่เขาเคยเรียนวาดรูปจากอิ่งจือจึงวาดภาพได้
หรือการที่เขาเคยอ่านปีเตอร์แพนของฉู่ขวงจึงรู้เนื้อเรื่อง
ทว่าหากเขาเล่าต่อไปเรื่อยๆ เด็กๆ จะไม่ได้นอนพักผ่อน
ตอนนี้เป็นเวลานอนกลางวันของพวกเขา
ดังนั้น
หลังจากเล่าถึงจุดหนึ่ง หลินเยวียนจึงพูดว่า
“เนื่อเรื่องส่วนที่เหลือ เดี๋ยวครูเล่าต่อให้ฟังตอนบ่าย แต่ทุกคนต้องนอนหลับให้ดี ถ้าไม่นอน ครูจะโกรธ แล้วจะไม่เล่าให้ฟังอีกนะ”
“อ๋า?”
“ได้ครับ/ค่ะ!”
แม้เด็กๆ จะยังฟังไม่หนำใจ แต่เพื่อจะได้ฟังตอนต่อในช่วงบ่าย พวกเขาจึงยอมไปนอนแต่โดยดี
ภารกิจกล่อมนอนสำเร็จ!
เมื่อห้องเริ่มเงียบสงบ หลินเยวียนก็แอบถอนหายใจเบาๆ อย่างโล่งอก ก่อนจะลอบหัวเราะกับตนเอง โดยไม่รู้เหมือนกันว่าดีใจอะไรนักหนา
………………………………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...