เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 969

ตอนที่ 969-2 ไม่ทำแล้ว (2)

กลางเวทีแข่งขัน

ผู้อำนวยการม่านตาหดวูบในทันใด สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ในใจของเธอ กำลังสบถด่าไม่หยุด ฮวาเว่ยมิงคนนี้ไม่รู้จักกาลเทศะเอาเสียเลย!

บ้าไปแล้วหรือไง!?

ถึงกับพูดเรื่องแบบนี้ตอนถ่ายทอดสดเนี่ยนะ!?

แล้วก่อนเริ่มถ่ายทอดสด ทำไมถึงไม่เอาเรื่องนี้มาพูด!

ในชั่วพริบตา เธอก็ได้กลิ่นความผิดปกติบางอย่าง

เกรงว่านี่อาจมีใครบางคนต้องการฉวยโอกาสนี้ทำให้เซี่ยนอวี๋เสียหน้าและลดทอนความสำเร็จของเขา ไม่เช่นนั้นต่อให้ฮวาเว่ยหมิงจะโง่เง่าเต่าตุ่นแค่ไหน เขาก็ไม่มีทางเลือกเปิดประเด็นกลางรายการถ่ายทอดสดแบบนี้แน่นอน!

ช่างเป็นวิธีการที่เลือดเย็น!

คนพวกนี้ไม่กลัวการล่วงเกินสมาคมวรรณศิลป์กันเลยหรือ?

หรือว่าภายในสมาคมวรรณศิลป์เองมีคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้

และต้องการสกัดดาวรุ่งจากฉินโจวผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในตอนนี้!?

แต่ถึงกระนั้น ผู้อำนวยการหวงก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมาไม่น้อย

เธอยังคงรักษารอยยิ้มบนใบหน้าเอาไว้ พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า “ไม่ทราบว่า ‘ทุกคน’ ที่คุณพูดถึง หมายถึงทุกคนทั้งหมดในที่นี้เลยหรือเปล่าคะ?”

ฮวาเว่ยมิงตอบ “ทุกท่านสามารถยกมือแสดงความเห็นได้ หากใครเห็นด้วย ก็ขอให้ยกมือขึ้นครับ”

สิ้นเสียงของเขา

พรึบๆๆ !

ในศาลาทั้งสิบหลัง

เห็นได้ชัดว่านี่คือแผนที่วางไว้ล่วงหน้า มีคนต้องการใช้ถ่ายทอดสดมากดดัน เพื่อลากเซี่ยนอวี๋ลงจากตำแหน่งกรรมการ หากทำสำเร็จ ย่อมเป็นการโจมตีชื่อเสียงของเซี่ยนอวี๋อย่างเต็มแรง!

คิ้วของผู้อำนวยการหวงกระตุกเล็กน้อย

ส่วนผู้กำกับถงซูเหวินสีหน้าย่ำแย่ขึ้นมาทันที!

งานประชันกวีนิพนธ์ยังไม่ทันได้เริ่ม ก็เกิดอุบัติเหตุระหว่างถ่ายทอดสดเสียแล้ว ในฐานะผู้กำกับ เขาเองก็จะต้องโดนตำหนิแน่นอน!

ใช่แล้ว

สถานการณ์เช่นนี้ เรียกว่าอุบัติเหตุระหว่างการถ่ายทอดสดได้เต็มปาก

และเรื่องนี้ยิ่งจัดการยาก เพราะเมื่อคนส่วนใหญ่ร่วมมือกัน กฎหมายย่อมไม่ลงโทษคนหมู่มาก คนที่ยื่นข้อเรียกร้องให้ถอดเซี่ยนอวี๋ออกอากตำแหน่งกรรมการนั้นไม่ใช่ฮวาเว่ยหมิง

พูดให้ชัดคือไม่ใช่ฮวาเว่ยหมิงเพียงคนเดียว!

แต่แทบทุกคนในงานร่วมยกมือสนับสนุน!

พวกเขาไม่ต้องการให้เซี่ยนอวี๋นั่งอยู่ในตำแหน่งกรรมการอย่างสงบสุข!

“ทำยังไงดีครับ?”

ผู้ช่วยผู้กำกับเริ่มลนลาน “จะให้ผู้อำนวยการหวงพูดกับผู้ชมเลยไหมครับ แทรกโฆษณาแล้วคิดแผนรับมือก่อน?”

“อย่าเพิ่งแตกตื่นไป”

ถงซูเหวินสูดหายใจลึก “ดูก่อนว่าผู้อำนวยการหวงจะจัดการยังไง แล้วก็รอดูว่าอาจารย์เซี่ยนอวี๋จะตอบสนองแบบไหน”

เขาหันไปมองทางผู้อำนวยการหวง

เห็นอีกฝ่ายกำลังขมวดคิ้วครุ่นคิดเธอสามารถจินตนาการได้เลยว่า…

ผู้ชมที่รับชมการถ่ายทอดสดอยู่ในตอนนี้ ต้องกำลังแตกตื่นมากแค่ไหน!

ผู้อำนวยการหวงเดาไม่ผิดเลย

เพราะตอนนี้คอมเมนต์ระเบิดไปเรียบร้อยแล้ว!

ผู้ชมทุกคนไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง งานประชันกวีนิพนธ์ยังไม่ทันเริ่มอย่างเป็นทางการ กลับมีภาพของเหล่ากวีจำนวนมาก ยกมือเรียกร้องให้ถอดถอนเซี่ยนอวี๋ออกจากตำแหน่งกรรมการต่อหน้าสาธารณะ!

‘เฮ้ย!?’

‘เกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย!?’

‘เปิดมายังไม่ทันไร ก็แรงขนาดนี้เลยเหรอ!’

‘นี่กวีร่วมมือกันเล่นใหญ่แบบนี้เชียว!?’

‘ในสนามมีอยู่ 80 คน แต่ยกมือกันเกือบ 70 คน! นี่มันจงใจเล่นงานเซี่ยนอวี๋ชัดๆ !’

‘แบบนี้จะเอายังไงกันต่อ?’

‘จะถอดเซี่ยนอวี๋ออกจากตำแหน่งกรรมการจริงๆ เหรอ’

‘แต่ปัญหาคือ เซี่ยนอวี๋ก็ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ!’

‘ถึงผมจะรู้สึกว่าเซี่ยนอวี๋อาจยังไม่สามารถทำให้ทุกคนยอมรับในฐานะกรรมการได้ แต่ถ้าหากต้องถูกถอดจากตำแหน่งกรรมการต่อหน้าคนดูนับไม่ถ้วนแบบนี้ ถ้าบอกว่าเป็นการบีบบังคับให้จนใจ งั้นตอนนี้ศักดิ์ศรีของเซี่ยนอวี๋คงโดนบีบจนเละแล้วไหม?’

‘ดูแล้วหงุดหงิดจริงๆ !’

‘เปิดมาก็เล่นมุกนี้เลย?’

‘บลูสตาร์นี่เมื่อไหร่จะเลิกยึดติดกับลำดับความอาวุโสกันซะที บทกวีของพ่อเพลงอวี๋น่ะ ระดับสูงขนาดนั้น ทำไมจะเป็นกรรมการไม่ได้!?’

‘คนพวกนี้ไม่กลัวจะเกิดดราม่าบ้างเลยหรือไง?’

‘ผมว่าเรื่องนี้มีคนจงใจปั่นเพื่อทำลายพ่อเพลงอวี๋ เขาถูกกดดันให้ต้องลาออกจากตำแหน่งกรรมการ ถ้าเป็นแบบนี้ ต่อไปในวงการกวีนิพนธ์เขาจะเงยหน้าสู้ใครได้อีก!?’

ที่บ้านของหลินเยวียน

สีหน้าของแม่เปลี่ยนไปในทันที ดวงตาเต็มไปด้วยไฟโทสะ “พวกเขาคิดจะทำอะไรกันแน่!?”

“เกินไปแล้ว!”

หลินเซวียนโกรธจนใบหน้าแดงก่ำ

หลินเหยาก็กำหมัดแน่น!

แม้แต่เจ้าหนานจี๋ก็เหมือนจะเข้าใจสถานการณ์ มันเห่าโฮ่งๆ ไม่หยุด

หัวใจของทุกคนในครอบครัวนั้นเจ็บราวกับกำลังถูกบีบแน่น!

ในสถานที่ถ่ายทอดสด

รอยยิ้มที่เคยปรากฏบนใบหน้าของสมาชิกของราชวงศ์ปลาหายไปหมดสิ้น!

ทุกคนแสดงความโกรธโดยไม่ปิดบัง!

กวีพวกนี้มีสิทธิ์อะไรถึงมารวมตัวกันไล่คนออก

การประเมินผลงานยังไม่เริ่มเลยด้วยซ้ำ ก็คิดจะไล่คนออกจากตำแหน่งแล้ว นี่มันเท่ากับหักหน้ากันต่อหน้าสาธารณะแล้วไม่ใช่หรือ!?

“ไอ้พวกเวรตะไล!”

ซุนเย่าหั่วหลุดสบถออกมาดังลั่น!

คนอื่นๆ ก็ด่าตามมาอย่างหยุดไม่อยู่

ทั้งราชวงศ์ปลาต่างโมโหสุดขีด ก่นด่ากันอย่างเกรี้ยวกราด!

โชคดีที่ทีมงานยังไหวตัวทัน รีบปิดไมค์ของพวกเขา แต่ถึงอย่างนั้น คำว่า ‘เวรตะไล’ ก็ยังหลุดออกไปสู่การถ่ายทอดสด!

มีกวีบางคนถึงกับหันขวับมามองพวกเขาด้วยความเดือดดาล

เสียงขับขานบทกวีของหลินเยวียนเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น ขณะที่สายตาเขากวาดไปทั่วเหล่ากวีทั้งหลาย “ผู้คนในโลกามองข้าว่าพิกล ได้ฟังคำอวดหาญ พากันเย้ยหยัน…”

กล้องค่อยๆ ฉายผ่านใบหน้าของบรรดากวีทั้งหลาย

และก็มีบางคน แอบยิ้มเย้ยหยันอยู่จริงๆ

เพียงแต่รอยยิ้มนั้น

กลับแข็งค้างอยู่บนใบหน้า นับตั้งแต่หลินเยวียนเอ่ยปาก!

เขาโน้มตัวไปข้างหน้า

สายตาคมกริบดุจคมมีด ริมฝีปากแนบใกล้ไมโครโฟน ในเสียงนั้น ราวกับมีประกายไฟฟ้าแทรกผ่าน!

“แม้บิดาแห่งปราชญ์ยังยำเกรงคนรุ่นหลัง

ชายชาตรีมิควรดูแคลนคนเยาว์”

เมื่อสิ้นเสียง หลินเยวียนขับบทกวีจบ เขาก็พลิกฝ่ามือลงมาปิดป้ายชื่อกรรมการของตนเองทันที เสียงดังปัง ทั้งท่าทางเด็ดขาด ปราศจากความลังเลแม้แต่น้อง!

กรรมการน่ะเหรอ?

ไม่ทำแล้วโว้ย!

แม้แต่บิดาแห่งปราชญ์ยังเคยกล่าวไว้ว่าคนรุ่นหลังน่าเกรงขาม ในเมื่อคนพวกนี้ไม่ต้องการให้ฉันเป็นกรรมการ งั้นฉันก็จะลงมาเล่นด้วยเลย!

บทกวีบทนี้มีชื่อว่า ‘กราบเรียนหลี่ยง’

หลี่ไป๋เขียนบทกวีนี้ขึ้นเพราะเขารู้สึกขุ่นเคืองหลี่ยงที่มีท่าทีดูแคลนเด็กหนุ่มอย่างเขา

พญาอินทรีโผบินด้วยแรงลมในวันเดียว

เหินทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าเก้าหมื่นลี้

นี่เป็นหนึ่งในบทกวีที่บ้าบิ่นที่สุดของหลี่ไป๋

และในวันนี้

หลินเยวียนก็ขอบ้าบิ่นให้ถึงที่สุดสักครั้ง!

ผู้อำนวยการหวงเคยกำชับไว้ว่า การเป็นกรรมการ ต้องถ่อมตัวเข้าไว้ และห้ามวิจารณ์ใครแรงเกินไป

งั้นเป็นผู้เข้าแข่งขันแทนก็แล้วกัน!

ในเมื่อเป็นผู้เข้าแข่งขันไม่ต้องเกรงใจอะไรทั้งนั้นแล้วสินะ เป็นผู้เข้าแข่งขันก็สามารถปลดปล่อยเต็มที่โดยไม่ต้องยั้งมือได้แล้วสินะ อยากจะตะโกน วันนี้คนที่มาสู้กับพวกเจ้า ไม่ใช่เซี่ยนอวี๋ ไม่ใช่ฉู่ขวง และยิ่งไม่ใช่หลินเยวียน!

วาจาไร้วันสิ้น หมึกไร้วันหมด คนที่ผมจะให้ประลองกับพวกคุณ ไม่ใช่แค่หลี่ไป๋ ไม่ใช่แค่ซูตงพัว แต่คืออารยธรรมพันปีของแดนมังกร!

ในวินาทีนั้นเอง

ทั่วทั้งสนามแข่งขันเงียบกริบ!

แม้แต่คอมเมนต์ในหน้าจอถ่ายทอดสดก็ชะงักไปชั่วขณะ!

บทกวีนี้ กอปรกับสถานการณ์ตรงหน้านั้นช่างทรงพลัง สะเทือนอารมณ์ถึงขีดสุด!

และในห้องทำงานของประธานกรรมการบริษัทสตาร์ไลท์เอ็นเตอร์เทนเมนต์ หลี่ซ่งฮวาซึ่งก่อนหน้านี้ยังนั่งเงียบขรึม สีหน้าเคร่งเครียด เมื่อได้ยินบทกวีของหลินเยวียน ก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ “พญาอินทรีโผบินด้วยแรงลมในวันเดียว เหินทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าเก้าหมื่นลี้”

มีแต่เซี่ยนอวี๋เท่านั้น!

มีแต่ฉู่ขวงเท่านั้น!

มีแต่เขาเท่านั้นที่แต่งบทกวีเช่นนี้ได้!

น่าขันเสียจริง กวีทั้งหลายพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อลากเซี่ยนอวี๋ลงจากเก้าอี้กรรมการ แต่พวกเขากลับไม่รู้เลยว่า เซี่ยนอวี๋ที่ไม่ใช่กรรมการ คือสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่า!

อยู่ดีไม่ว่าดี

พวกคุณดันลากเขาลงมาเอง นั่นมันก็เท่ากับปล่อยมังกรลงทะเล ปล่อยนกพญาอินทรีทะยานขึ้นฟ้า แล้วงานประชันกวีนิพนธ์ครั้งจะเหลืออะไรให้สู้กันอีกล่ะ!?

เตรียมตายกันให้หมดนี่แหละ!

………………………………………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน