ตอนที่ 224 รสชาติของการจูบ
วรินทรจับที่ปลายจมูกของตนเอง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีเลือดกำเดาไหลออกมา
ทาวัตปิดตาสองข้างลงเหมือนจะพักงีบหลับ เพื่อเพลิดเพลินกับช่วงเวลาที่หาได้ยาก
จุ๊ๆๆ สบายจริงๆ วรินทรพลางเช็ดพลางทอดถอนใจอยู่ข้างใน อดไม่ได้ที่จะหรี่ตาขึ้นมา ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวว่าตัวเองจะมีท่าทางแปลกอย่างนี้ วรินทรก็อยากถอนหายใจ
เช็ดไปเช็ดมา ผ้าขนหนูที่อยู่ในมือก็หล่นลงบนโซฟา แต่วรินทรกลับไม่รู้สึกถึงความผิดปกตินั้นและยังคงเช็ดผมให้ต่อ
ทาวัตลืมตาขึ้น รู้สึกว่าแปลกๆบนศรีษะ ดูเงาสะท้อนที่ส่องมาจากจอโทรทัศน์ วรินทรกำลังใช้มือของตัวเองเช็ดผมของเขาอยู่ ใบหน้าเคลิบเคลิ้ม ท่าทางน่าตลก
“เธอกำลังทำอะไร ?” สีหน้าเขาเฉยเมย พร้อมเอ่ยปากถามขึ้น
อ๊า ?
วรินทรได้สติ กระพริบตาปริบๆ แล้วจึงตอบว่า “ก็เช็ดผมให้เธอไง”
ทาวัตฉีกยิ้ม “เธอใช้อะไรเช็ด”
“ก็ผ้าขนหนูไงล่ะ” วรินทรเบะปาก เขาถามคำถามอะไรโง่ๆ
แต่ว่าตอนที่วรินทรเห็นผ้าขนหนูที่ตกอยู่บนโซฟานั้นก็ทำหน้าปั้นยากๆ นี่.....
นี่มันเกิดอะไรขึ้น
ผ้าขนหนูตกไปบนโซฟาตั้งแต่เมื่อไหร่
วรินทรเม้มปากอย่างโกรธๆ หลังจากนั้นยื่นมือตัวเองออกไปอย่างหน้าเหยเก
เดิมทีนึกว่าทาวัตนั้นจะพูดอะไรหรือทำอะไรสักอย่าง ใครจะรู้ล่ะว่าเขาแค่หยิบผ้าขนหนูที่ตกอยู่แล้วใช้เช็ดผมต่อ หลังจากนั้นก็ยืนขึ้น เอาผ้าขนหนูโยนใส่ตะกร้า
วรินทรถอนหายใจอย่างโล่งอก มองดูมือทั้งสองข้างของตัวเอง บนมือนั้นยังมีคราบน้ำติดอยู่เธอใช้มือวางไว้หน้าจมูกอย่างเบาๆแล้วดม มันเป็นแชมพูที่ทาวัตนั้นใช้เป็นประจำ
ผ่านไปไม่นาน ทาวัตจึงเดินออกมา เวลานี้ก็เกือบบ่ายโมงแล้ว
วรินทรงง เห็นเขาติดกระดุมและเดินเข้ามาหา ถามอย่างสงสัยว่า “เธอจะไปบริษัทหรอ”
ทาวัตมองเธอด้วยสายตาที่เฉยเมย นัยต์ตาคู่นั้นระลอกให้เห็นถึงท่าทางที่อยากจะขำ จัดการกับรอยยับของเสื้อด้วยความเคยชิน “ไม่ใช่แค่ฉันไป แต่พวกเราทั้งสองคนต้องไปด้วยกัน”
“อะไรนะ?” ตอนนี้วรินทรไม่เข้าใจความหมายของเขา มองเขาด้วยสายตาที่สงสัย
“เวลาโดดงานของเธอยังไม่พออีกหรอ” ทาวัตมองค้อนเธอ เธอเห็นถุงสองใบที่วางไว้บนเตียงข้างหลังก็เดินเข้าไปและหยิบขึ้นมาดู “นี่คืออะไร”
“ชุดลำลองน่ะ” วรินทรกำลังพิจารณาถึงคำถามที่เขาพูดเมื่อกี้นี้
“เอามาทำอะไร” ทาวัตสงสัย เขาก็เห็นได้ลางๆว่านั้นเกี่ยวกับประภาพเป็นแน่
“ประภาพยังอยู่ในช่วงที่ต้องสังเกตการณ์ ฉันต้องไปดูแลเขา” วรินทรพูดออกมาอย่างรู้ตัว
สีหน้าของทาวัตหมองคล้ำลงทันที มุมปากที่ปรากฏรอยยิ้มจางๆนั้นก็ค่อยๆหายไป มองเธอด้วยสายตาเย็นชา “ดูแลเขา? ที่โรงพยาบาลก็มีพยาบาลดูแลเยอะแยะ เธอยังต้องไปดูแลเขาอีกหรอ”
น้ำเสียงของเขาไม่ดีนักถึงขนาดที่ว่าเย็นชาเลยทีเดียว วรินทรอดไม่ได้ที่จะพูดให้มากกว่านี้ รู้สึกว่าแรงดันทั่วร่างกายนั้นต่ำลง
“เขาต้องเจ็บเพราะฉัน ฉันต้องดูแลเขามันก็เป็นเรื่องที่ต้องทำป่ะ” วรินทรมองสายตาเขาอย่างไม่พะว้าพะวงใดๆ แต่กลับเห็นความผิดหวังในสายตานั้น
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หนี้รักประธานเจ้าเล่ห์
ก็รู้นี่นาว่าตอนที่หายไปกำลังท้อง ทำไมไม่ถามถึงเด็ก...