ตอนที่ 242 เธอก็คือวรินทร
แล้วก็ประภาพ ไหนพยาบาลพิเศษบอกว่าอาการของเขาหนักไง เตียงหันหน้าไปทางหน้าต่าง เอาหลังพิงกำแพงหลับ แสงจากดวงอาทิตย์ส่องผ่านกระจกมาปกคลุมร่างกายของเขา
พยาบาลพิเศษมองหน้าเขาจากด้านข้าง เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ
เขาคือคนประเภทที่มองแล้วรู้สึกว่าเป็นคนอบอุ่น เวลาที่ยิ้มยิ่งทำให้คนอื่นรู้สึกถึงความอบอุ่น
แต่แรกเริ่มเดิมทีวรินทรกับเขาเป็นเพียงแค่เพื่อนกัน แล้วก็ตอนนั้นที่เธอกำลังอยู่ในสถาการณ์ที่ยากลำบาก มีความปรารถนามาก
ประภาพรู้ว่าการที่เขาใช้วิธีจ้างพยาบาลส่วนตัวเพื่อมาหลอกวรินทรมันเป็นวิธีที่ปัญญาอ่อนมาก แต่ว่าเขาอยากเจอวรินทร ก็ต้องใช้วิธีการแบบนี้แหละ
มีเสียงฝีเท้ามาจากข้างนอกประตู พอประภาพได้ยินก็รู้เลยว่านั้นคือวรินทร เขารีบเอาผ้าห่มมาคลุมตัว เหงื่อเย็นๆหยอดลงมาที่หน้าผาก ไม่เหมือนตัวเองตอนเมื่อกี้เลยแม้แต่น้อย
ตอนที่วรินทรพลักประตูเปิด ก็เห็นประภาพดิ้นไปมาอยู่ในผ้าห่ม บนหัวมีแต่เหงื่อ ความรู้สึกผิดในใจของเธอเหมือนกับกระแสน้ำที่ท่วมขึ้นฝั่งอย่างหนักหน่วง
เดิมทีความรู้สึกผิดเริ่มลดลงทีละเล็กทีละน้อย แต่ตอนนี้ความรู้สึกเหล่านั้นมันกลับถาโถมเข้ามา ดวงตาของเธอเริ่มแดง
เธอเดินเข้าไป ค่อยๆตีเบาๆที่หัวไหล่ของประภาพ เสียงอุ่นๆพูดขึ้นมาว่า “ประภาพ นายไม่เป็นอะไรใช่ไหม ?”
ประภาพเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาคู่นั้นมองไปที่เธอ ในดวงตาคู่นั้นมีทั้งความสับสนและความหักห้ามใจ หลังจากนั้นประภาพพยักหน้าเบาๆ “วรินเธอมาหาผมแล้วหรอ ?”
สายตาของเขาเหมือนตั้งใจมองข้ามทาวัตไป หลังจากนั้น หลังจากนั้นก็มองไปที่วรินทรเหมือนกันไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ฉันไม่มาได้ด้วยหรอ? นายเป็นยังไงบ้าง? ดีขึ้นบ้างรึยัง เป็นเพราะปากแผลเปิดหรอ?” วรินทรถามอย่างกังวลพร้อมมองไปที่ผ้าพันแผลสีขาวบนหัวของเขา ไม่มีเลือดไหลซึมออกมา ก็แสดงว่าแผลไม่ได้ฉีกขาด
ประภาพเป็นว่าเธอมองมาอย่างเป็นห่วง สายตานั้นมันช่างอบอุ่นเหมือนน้ำตลอดมา “ไม่เป็นไร ก็แค่รู้สึกว่ามันยากที่จะรับได้ เธอไม่ใช่ว่าเพิ่งถ่ายหนังเสร็จหรอ? ออกมากะทันหันแบบนี้ไม่เป็นอะไรหรอ?”
ทาวัตยืนกอดอก สายตาเย็นชาและแข็งกร่าวมองไปที่ประภาพ ทั้งๆที่เขายืนอยู่ข้างวรินทรแต่กลับเหมือนไม่มีตัวตน แต่ว่าสายตาคู่นั้นของเขาก็ได้ประกาศความเป็นเจ้าของ
ประภาพทำปากย่น ถึงแม้ว่าจะได้ฟังวรินทรมาพูดต่อหน้า แต่ตอนที่เห็นพวกเขาทั้งสองคนเดินมาด้วยกัน มันก็มีความรู้สึกรับไม่ได้ในหัวใจ
คนๆนี้ ทำยังถึงได้สามารถทำให้วรินทรตกหลุมรักหลังจากผ่านไปห้าปี ?
“ถ่ายหนังจบแล้ว นายไม่ต้องกังวล” วรินทรยิ้มอ่อนๆ หลังจากนั้นเดินไปตรงโต๊ะไปหยิบยาที่หมอสั่งออกมา เทน้ำอุ่นใส่แก้วพอประมาณแล้วส่งให้ประภาพ “กินยาซะ”
ประภาพรับแก้วน้ำมา เขากินยาทั้งหมดโดยไม่มีอาการหน้านิ่วคิ้วขมวดเลย
ทาวัตเลิกคิ้วขึ้นอย่างรู้สึกสนใจ เหมือนกับพบอะไรบางอย่างอยู่ตรงมุมปาก
“อ่อใช่! ฉันลืมหยิบของขึ้นมาจากรถ ทาวัตเอากุญแจรถมาให้ฉัน ฉันจะลงไปของ” วรินทรนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองลืมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ว่าแล้วเชียวตลอดทางที่เดินมาก็คิดตลอดเลยว่าลืมอะไร ทีแท้ก็ลืมโทรศัพท์มือถือนี่เอง
เธอเห็นเหมือนหนอนอินเตอร์เน็ตตัวเล็กๆ ปกติงานอดิเรกเวลาว่างๆก็จะเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นอินเตอร์เน็ตแชทคุย ถ้าเกิดโทรศัพท์มือถือไม่อยู่ในมือ ก็จะรู้สึกไม่สบายใจ นี่ก็คืออาการนึงของโรคเสพติดโทรศัพท์มือถือ
“รีบไปรีบมานะ” ทาวัตยื่นกุญแจรถส่งให้เธอ วรินทรรับกุญแจรถมาแล้วก็เดินออกไปจากห้องผู้ป่วย
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หนี้รักประธานเจ้าเล่ห์
ก็รู้นี่นาว่าตอนที่หายไปกำลังท้อง ทำไมไม่ถามถึงเด็ก...