ตอนที่ 313 งามล้ำค่า ควรจดจำ
แท้ที่จริง สิ่งที่มีรูปร่างคล้ายเกลือในห้องของเธอคือน้ำตาลนี่เอง ก็มันสีขาวเหมือนกันจะไม่ให้หยิบผิดได้ไง
ดีที่กับข้าวเมนูถัดไปรสชาติปกติดีอยู่ ไม่ได้เค็มหรือไม่ได้หวานจนเกินไป แต่วรินทรไม่ได้คิดว่าทาวัตเจตนาทำออกมาหรอก คงจะเป็นเพราะ เอาเกลือกับน้ำตาลมาสลับผิดกันเท่านั้นเอง
ทานข้าวเสร็จแล้ว หลังจากที่วรินทรเก็บของเสร็จ เอากุญแจคืนให้กับฝ่ายงาน แล้วจึงพากันออกจากที่นี้
เวลาในตอนนี้พึ่งจะหกโมงเย็น ถ้าจะกลับไปตอนนี้ก็จะเร็วเกินไปเสียดายเวลา วรินทรจึงเสนอชวนไปเดินช๊อปปิ้งที่ห้างสรพสินค้าใกล้ๆนี้ เดินไปเดินมาทั้งสองก็เดินไปจนถึงโรงเรียนที่ทั้งสองเคยเรียนด้วยกันสมัยมัธยม ซึ่งเป็นโรงเรียนที่โด่งดังและดีที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองนี้
วรินทรยื่นมือไปตบตบที่ผนังกำแพง และคำนวณระดับความสูงที่เธอเคยข้ามและพลาดตกไปกี่ครั้ง
สมัยเรียน เธอกับคาร่ามักจะกระโดดข้ามกำแพงนี้หนีออกมาบ่อยๆ และแอบไปหาของอร่อยๆกินตามร้านข้างถนน ในตอนนั้นมีความสุขมากจนไม่รู้เหน็ดเหนื่อย
น่าเสียดายที่ย้อนกลับไปไม่ได้อีกแล้ว ความทรงจำคือสิ่งที่นับวันยิ่งมีค่า และสวยงามเสมอ
ในขณะที่กำลังใจลอยคิด ก็รู้สึกว่าตัวเธอก็ลอยขึ้นไปกลางอากาศจริงๆ ลอยสูงกว่าระดับกำแพงที่ล้อมไว้อีก
มองจากตรงนี้เข้าไป จะเห็นต้นไม้ใหญ่ที่อายุเยอะต้นหนึ่ง วรินทรประหลาดใจนิดหน่อย ว่าทำไมต้นไม้ต้นนี้ยังอยู่ไม่ถูกตัดไป
"รีบขึ้นไปเร็ว หนักจะตายอยู่แล้วเนี้ยย” เสียงคนที่อยู่ข้างๆดังขึ้นพร้อมกับดันเธอให้รีบขึ้นไป วรินทรจึงรีบปีนจับกำแพงไว้และกระโดดข้ามกำแพงไปอย่างคล่องแคล่ว
อาศัยจังหวะที่ทาวัตยังไม่ข้ามตามมา เธอรีบตรงวิ่งเข้าไปยังต้นไม้ พร้อมกับหาอะไรสักอย่าง
สุดท้ายสิ่งนั้นก็ไม่อาจลอดสายตาเธอไปได้
ต้นไม้นั้นถูกสลักคำว่า "อาจารย์หวังยังรอดูเถอะเจ้าพ่อรินจะเอคืนให้ตายเลย” แม้ว่าเวลาจะผ่านไปหลายปี แต่รอยสลักนี้ยังไม่ได้ลบเลือนไป ยังสามารถมองเห็นได้ชัดเจน
จากรอยอักษรที่สลักอยู่ รู้ได้เลยว่า อาจารย์โกรธมากขนาดไหน จนกลัวเหลือเกินว่าคนอื่นจะมองไม่เห็น
"ดูอะไรอยู่หน่ะ?” ทันใดนั้นทาวัตก็กระโดดข้ามกลับแพงเดินมาอยู่ข้างหลังของเธอแล้ว
เธอจึงรีบพุ่งตัวออกมาเพราะกลัวว่าทาวัตจะมาเห็นก่อน
แต่ก้าวยาวๆและว่องไวของทาวัตก็สามารถตามไปจนติดเธอได้อย่างง่ายโดยไม่ต้องสงสัย
วันนี้เป็นวันศุกร์ นักเรียนในโรงเรียนก็พากันกลับบ้านเกือบจะหมดแล้ว กลุ่มที่เหลืออยู่ก็จะเป็น นักเรียนเกรดสามที่กำลังขยันขันแข็งเพื่อให้เรียนจบในปีหน้า
ยามค่ำคืนอัสดง ตอนนี้คือเดือนสิบสองลมหนาวที่พัดผ่านให้ความรู้สึกราวกับใบมีดขูดผ่านบนใบหน้า
จากนิสัยของหญิงสาที่วิ่งไปยังกลางสนามกีฬาและถูกทาวัตจับกุมไว้ได้ วิ่งจนลมหายใจหอบไม่เป็นสาย
แต่ทาวัตกลับยังคงปกติไร้อาการเหนื่อยหอบใดๆ ยังรู้สึกแค่กำลังวิ่งเล่นในสวนหน้าบ้านธรรมดาเท่านั้น ช่างแตกต่างกันจริงๆ
"เธอวิ่งทำไมกันฦ” ทาวัตยิ้มๆที่มุมปาก สายตาส่องมองไปยังหลอดไฟรอบๆสนามกีฬา ที่สว่างประกายราวดังมวลดวงดาวสาดสะท้อนประกายอบอุ่นเรืองทั่วทิศ
วรินทรมองค้อนไปยังทาวัต "ฉันกำลังออกกำลังกายหลังทานข้าวอยู่” พูดเสร็จสองมือกุมเข่าหายใจหอบแรงๆ เหนื่อยชะมัดเลย จริงๆการวิ่งในฤดูหนาวก็คืออาการที่ลุกลนที่กลั้นไม่อยู่นี่เอง
ทาวัตมองเห็นว่าเธอเหนื่อยจริงๆ จึงได้เพียงแค่สายหัวเบาอย่างช่วยอะไรไม่ได้ ได้แค่เอามือลูบหลังเธอเบาๆ
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หนี้รักประธานเจ้าเล่ห์
ก็รู้นี่นาว่าตอนที่หายไปกำลังท้อง ทำไมไม่ถามถึงเด็ก...