พวกเขานั่งรออย่างนั้นไปอีกหนึ่งชั่วโมงจนเกือบเที่ยง
ชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่หน้าร้าน เขามองเข้ามาในร้านอยู่พักใหญ่ก่อนจะเปิดประตูเดินเข้ามา
พนักงานที่รออยู่นานเข้าไปต้อนรับทันที
“ยินดีต้อนรับครับ! จะเล่นอินเทอร์เน็ตหรือดื่มกาแฟดีครับ”
เป็นคำถามที่แปลกประหลาด แต่ร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูก็เป็นร้านที่รวมร้านอาหารและร้านอินเทอร์เน็ตไว้ด้วยกัน จะให้ถามว่าอย่างไรได้อีก
ชัดเจนว่าชายหนุ่มเห็นคอมพิวเตอร์สเป็กสูงผ่านกระจกเลยเดาว่าร้านนี้น่าจะเป็นร้านอินเทอร์เน็ต เขาจึงเลือกเดินเข้ามา
“เอ่อ…ชั่วโมงละเท่าไหร่เหรอครับ”
พนักงานตอบอย่างตรงไปตรงมา “สิบหยวนครับ”
ชายหนุ่มตกใจเล็กน้อย คิดว่าตนเองได้ยินผิดไป “เอ๊ะ หมายถึงโซนรวมนะครับ ไม่ใช่ห้องส่วนตัว”
“ใช่ครับ โซนรวมชั่วโมงละสิบหยวน ร้านเราไม่มีบริการห้องส่วนตัว”
ชายหนุ่มดูจะอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก “มีโปรโมชันสมาชิกมั้ยครับ”
“มีครับ พอสมัครสมาชิกกับทางร้านจะได้ลดราคาเครื่องดื่มสิบเปอร์เซ็นต์” พนักงานยื่นเมนูให้อย่างกระตือรือร้น
ชายหนุ่มดูแล้วถึงกับตัวสั่น
อะไรวะเนี่ย!
เมนูด้านหน้าเป็นค็อกเทลและเครื่องดื่มต่างๆ ค็อกเทลและเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ทุกอย่างราคาอยู่ที่แก้วละสี่สิบถึงห้าสิบหยวน
เปิดไปหน้าหลังเป็นอาหารสามัญประจำบ้านทั่วไปอย่างมะเขือเทศผัดไข่ หมูเส้นผัดเปรี้ยวหวาน และอื่นๆ ซึ่งราคาไม่ได้ถูกเลย!
ถึงจะได้ลดราคาสิบเปอร์เซ็นต์ก็จ่ายไม่ไหวเหมือนเดิม!
อีกอย่างสมัครเป็นสมาชิกร้านอินเทอร์เน็ตแต่ไม่ได้ส่วนลดค่าชั่วโมงอินเตอร์เน็ต แต่ได้ลดค่าเครื่องดื่มแทนอ นี่มันร้านบ้าอะไรกัน
ชายหนุ่มกระแอมกระไอสองครั้ง “ขอโทษทีครับ บ้านผมไม่ได้รวย ผมไปดีกว่า”
เขาหันหลังเดินออกจากร้านไป
พนักงานเหลือบมองกัน ไม่รู้จะต้องทำอย่างไร
นี่มัน…
พวกเขาอยากจะรั้งชายหนุ่มเอาไว้
แต่บอสเผยสั่งให้บริการสบายๆ เหมือนสายลมฤดูใบไม้ผลิ!
ต้องทำตัวเหมือนสายลมฤดูใบไม้ผลิที่พัดผ่านแก้มไปเบาๆ ให้ลูกค้ารับรู้ถึงการมีอยู่ แต่ก็ไม่ได้รบเร้ามากจนเกินไป
ดังนั้นเหล่าพนักงานจึงได้แต่อดทนไม่ทำอะไร
ไม่นานก็เที่ยง คนเริ่มพลุกพล่านมากขึ้น
มีบางคนเข้ามาถามราคา
แต่สุดท้ายลูกค้าสามสี่คนนั้นก็เป็นเหมือนชายหนุ่มคนก่อนหน้า พอได้ยินราคาก็รีบหนีไปทันที
ลูกค้าคนหนึ่งถึงกับพึมพำกับตัวเองเบาๆ “นี่มันปล้นกันกลางวันแสกๆ ชัดๆ!”
จางหยวนอยู่ตรงบาร์ เตรียมตัวโชว์ทักษะการชงเหล้า
แต่กลับไม่มีใครเข้ามาสั่งเครื่องดื่มเลยสักคน เอาจริงๆ เข้ามาเล่นอินเทอร์เน็ตยังไม่มีเลย!
“พี่เชียน ปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้แล้วนะ!”
หม่าหยางเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นก็เริ่มเป็นกังวล
แค่วันเปิดก็ดูไม่จืดแล้ว แบบนี้แย่แน่!
ยิ่งร้านเงียบเหงามากเท่าไหร่ ลูกค้าก็ยิ่งไม่อยากเข้า กลายเป็นวงจรสุดโหดร้าย
เผยเชียนพยักหน้าอย่างจริงจัง
“อืม ปล่อยไปแบบนี้ไม่ได้จริงๆ
“ใครก็ได้เขียนราคาไปแปะไว้ตรงประตูให้หน่อย!
“ทุกคนมีแต่เข้ามาถามราคา ให้เป็นแบบนี้ไม่ได้
“แปะราคาให้รู้ตรงประตูไปเลยจะได้ไม่ต้องเข้ามาถามแล้วชิ่ง เสียอารมณ์!
“ถ้าคิดว่าแพงก็ไม่ต้องเข้ามา จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปต้อนรับ แบบนี้ดีกว่า”
หม่าหยางและคนอื่นๆ อึ้งไป
ที่บอสเผยบอกว่า ‘ปล่อยไปแบบนี้ไม่ได้’ หมายความว่าอย่างนี้หรอกเหรอ
ถ้าไม่ได้แปะป้ายไว้หน้าร้าน อย่างน้อยก็อาจมีคนเดินเข้ามาถามราคา เสร็จแล้วก็รู้สึกเกรงใจที่พนักงานจ้องเลยได้แต่จำใจอยู่ต่อ แบบนี้พวกเขาก็จะได้พวกลูกค้าหน้าบางบ้าง
แต่ถ้าแปะป้ายไว้ตรงหน้าประตูก็คงไม่มีใครเข้าร้านเลย!
ทำแบบนี้ก็เป็นการไล่ลูกค้าหน้าบางไปด้วยน่ะสิ
หม่าหยางลังเลเล็กน้อย
เผยเชียนเห็นหม่าหยางลังเลจึงรีบบอกหม่าหยางอีกครั้ง “รีบไปจัดการสิ อะไรที่มันเป็นประโยชน์กับร้านทำไมต้องลังเลด้วย”
หม่าหยางลุกขึ้นอย่างไม่ค่อยเต็มใจนักก่อนจะจัดแจงให้คนไปติดป้าย
เผยเชียนจิบกาแฟต่อ
ดูเหมือนว่ากาแฟธรรมดานี่จะหอมหวานกว่าปกตินะ!
…
ตอนบ่าย ในที่สุดลูกค้าก็เข้าร้าน
วัยรุ่นสองคนที่เหมือนจะเป็นทายาทตระกูลร่ำรวยเข้ามาเล่นอินเทอร์เน็ตด้วยกัน พวกเขาลังเลอยู่พักหนึ่งตอนที่เห็นราคา แต่หลังจากเถียงกันเสร็จ ทั้งสองก็เดินเข้ามานั่งในโซนสำหรับเล่นอินเทอร์เน็ต
มีพนักงานบริษัทจำนวนหนึ่งเข้ามาสั่งกาแฟที่โซนคาเฟ่
เผยเชียนกะเอาไว้แล้วว่าน่าจะเป็นแบบนี้
ถึงร้านจะไม่ได้ตั้งอยู่ในย่านการค้า แต่ก็ไม่ได้ห่างจากย่านที่ว่ามากนัก อยู่ถัดมาแค่ถนนเดียว
ในเมื่อมีคนเดินผ่านไปมาก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะมีคนแวะเข้ามาสั่งกาแฟหรือหาอะไรกิน
เพราะอย่างไรร้านของเขาก็เป็นร้านอินเทอร์เน็ตที่ตกแต่งมาอย่างดี ถึงจะตั้งราคาไว้สูง แต่ก็ไม่ได้สูงขนาดที่จะไม่มีลูกค้าแม้แต่คนเดียว สถานการณ์ในฝันแบบนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
แต่ถ้าดูจากสองสามวันที่ผ่านมา ตัวเลขดังกล่าวก็ฟังดูสมเหตุสมผล
ลูกค้าเข้าร้านน้อยเกินไป!
คอมพิวเตอร์หลายสิบเครื่องในร้าน ไม่ต้องให้ถึงกับเต็มทุกเครื่องหรอก อย่างมากแถวเดียวก็มีคนนั่งแค่หนึ่งคน!
แถมยังไม่ได้นั่งกันนานด้วย
ส่วนร้านกาแฟสถานการณ์ดีกว่าเล็กน้อย มีลูกค้าเข้าเยอะกว่า
แต่หลายคนก็สั่งกาแฟแค่แก้วเดียวแต่นั่งแช่ทั้งวัน ไม่ได้จ่ายเงินให้ร้านเยอะเท่าไหร่นัก
ช่วงดึกไม่ได้มีคนเข้ามาสั่งเหล้ากันเยอะอะไร ถึงจางหยวนจะขึ้นไปร้องเพลงก็มีไม่กี่คนที่ตั้งใจฟังและปรบมือให้เสียงเปาะแปะ
น่าขายหน้าสุดๆ!
สองวันที่ผ่านมาทำให้จางหยวนกับหม่าหยางเป็นกังวลหนัก
ถ้าร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูขาดทุนเดือนละสามแสนก็เท่ากับว่าผลาญเงินไปเปล่าๆ ปลี้ๆ วันละหนึ่งหมื่นหยวน
นี่มันหลุมลึกไร้ที่สิ้นสุดชัดๆ!
ต้องใช้เงินเท่าไหร่กันถึงจะถมหลุมนี้ได้!
จางหยวนพูดขึ้น “น้องหม่า น้องสนิทกับบอสเผยนี่ ช่วยไปบอกสถานการณ์ให้บอสฟังได้มั้ย เราปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ เราต้องทำอะไรกันสักอย่าง”
หม่าหยางทำหน้ากลัดกลุ้ม “พี่เชียนบอกให้เราทนไปก่อนอีกสัปดาห์ค่อยคุย”
“หนึ่งสัปดาห์…”
จางหยวนมองปฏิทิน วันอาทิตย์หน้าคือวันที่ 21
รู้สึกเหมือนว่า…อีกยาวนานเหลือเกินกว่าจะถึง!
“เฮ้อ โอเค ถ้าบอสเผยว่างั้นก็ต้องรอดูกันไปก่อน
“ประเด็นคือบอสไม่ยอมให้เราแจกใบปลิว ไม่ให้ลดราคาด้วย คือ…” จางหยวนไม่เข้าใจเลย
เห็นกันชัดๆ ว่ายังมีช่องให้ทำกำไร!
ถ้าลดค่าใช้บริการต่อชั่วโมงกับราคาเครื่องดื่มลงมาหน่อยพร้อมเสนอโปรโมชันสมาชิก…
ก็น่าจะยังพอกู้สถานการณ์ได้!
แต่เพราะอะไรก็ไม่รู้ บอสเผยกลับไม่ยอมให้พวกเขาทำอย่างนั้น
จางหยวนคิดอะไรไม่ออกอีก
ถ้ายังติดปัญหาเรื่องราคา จะทำอะไรไปก็เปล่าประโยชน์!
“รอคุยกับบอสเผยอีกทีสัปดาห์หน้าแล้วกัน”
หม่าหยางไม่ได้คิดอะไรมาก เขาเป็นคนแน่วแน่ในสิ่งที่เชื่อ ถ้าบอสเผยเป็นคนสั่ง เขาก็จะทำตามอย่างว่าง่าย ไม่มีทางทำอะไรเอง
“ตอนนี้ก็ทำได้แค่นี้”
จางหยวนกังวลเล็กน้อย เขาไม่มั่นใจว่าจะได้รับเงินเดือนเดือนละหนึ่งหมื่นหยวนไปอีกกี่เดือน
………………………….

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี